8 ก.ค. 2025 เวลา 12:48 • ข่าวรอบโลก

|ชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ไม่ออกจากห้องเลย

เว้นแต่จะไปสนามแข่งม้ากับซูเปอร์มาร์เก็ต
เขาใช้ชีวิต 12 ปี
อยู่ในห้องขนาด 3 เสื่อ
โดย “ฆ่าเวลา” ไปเรื่อย ๆ
ด้วยเงินสวัสดิการที่ได้จากรัฐ
ที่ย่านโดยะในนิชินาริ โอซาก้า
มีคนแบบไหนอาศัยอยู่กันบ้าง?
บทความนี้
ดัดแปลงจากหนังสือ “บันทึกล่องลอยฝั่งไวลด์ไซด์”
โดย คุณคุนิทาโมะ โคจิ – นักเขียนสายรายงานภาคสนาม
ที่ไปเดินสำรวจนิชินาริอยู่เป็นประจำ
และนี่คือตัวตนของชายคนหนึ่ง
ที่เขาได้พบ
|ชายสูงวัย ที่ฝังตัวอยู่ในห้องเช่า
ค่าคืนละ 1,700 เยน
ช่วงนั้น
ฉันเพิ่งลาออกจากงานก่อสร้างในนิชินาริ
แล้วเริ่มทำงานที่ “โรงแรมนัมไค”
ซึ่งเป็นโดยะที่มีทั้งผู้รับจ้างรายวัน
และผู้รับเงินสวัสดิการพักอยู่ปะปนกัน
โรงแรมนี้มีทั้งหมด 6 ชั้น
ชั้น 1–4 เป็นของคนงานรายวันและผู้รับสวัสดิการ
ชั้น 5 เป็นแขกชายทั่วไป
ส่วนชั้น 6 สำหรับแขกผู้หญิง
ในนั้น
มีชายสูงวัยคนหนึ่ง ที่ฉันพอจะรู้จัก
เขาอาศัยอยู่ห้องหนึ่งบนชั้น 2
และใช้ชีวิตที่นี่ต่อเนื่องมานานถึง 8 ปี
โดยที่ยังคงรับเงินสวัสดิการอยู่ตลอด
ส่วนใหญ่
เขาจะไม่ออกจากห้องเลย
แต่บางทีก็จะโผล่มาที่ล็อบบี้ชั้น 1
แล้วใช้นิ้วชี้ขวา กดแป้นพิมพ์ทีละปุ่ม
เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างจากคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง
|“ถ้าไม่ใช่ไปแข่งม้า หรือซูเปอร์ฯ ทามาเดะ
ฉันก็ไม่ออกไปไหนหรอกนะ”
วันหนึ่ง เขาพูดกับฉันแบบนี้
“คือ…
อยากรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเปิดพวกกระดานข้อความอะไรแบบนั้นได้น่ะ
อยากเจอสาว ๆ บ้าง
อยากโพสต์ว่า ‘ขอรับใช้คุณในฐานะบัตเลอร์’ อะไรแบบนั้นน่ะ”
ตั้งแต่นั้นมา
ฉันก็เรียกเขาในใจว่า “ลุงบัตเลอร์”
เขาไม่มีเพื่อน
สิ่งเดียวที่ทำคือ
ไปสนามแข่งม้าอาทิตย์ละครั้ง
กับไปซื้อของที่ซูเปอร์ฯ ทามาเดะ แค่เท่านั้น
แม้จะอยู่ในระบบสวัสดิการ
แต่ฉันก็คิดว่า
แค่ได้มีอะไรให้ทำบ้าง ถึงจะเป็นแค่เรื่องแข่งม้า
ก็ดีกว่าการขังตัวเองอยู่แต่ในห้องโดยไม่ทำอะไรเลย
“เหรอ…
นายน่ะก็คิดเหมือนกันสินะ
แต่ว่านะ
ฉันน่ะ ตอนนี้มันมืดมนไปหมด
ไม่เหลืออะไรแล้วล่ะ
ก็อยู่แต่ในห้องนี่แหละ
นอกจากตอนออกไปซื้อบัตรแทงม้า
นายน่ะ…
รู้ไหม ว่าในญี่ปุ่นน่ะ
แต่ละวันมีคนฆ่าตัวตายกี่คน?”
เขาพูดแบบนั้น
ในสภาพใส่แค่เสื้อกล้ามกับกางเกงในทรงทรังค์
ในโรงแรมนี้
มีผู้หญิงอยู่ด้วย
อยากจะให้เขาช่วยใส่กางเกงขายาวหน่อยก็ยังดี
แต่เอาจริง ๆ…ฉันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเตือนแล้ว
หลังจากพูดจบ
เขาก็กดช่องค้นหาของ Google
แล้วพิมพ์คำว่า
“ญี่ปุ่น ฆ่าตัวตาย จำนวน”
ฉันเข้าใจ…ว่าเขาคงเหงา
แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่อยากให้เขาลากคนอื่น
เข้าไปอยู่ในความเหงานั้นด้วยเลย
หน้า 2|กลับมาเจอลุงบัตเลอร์อีกครั้ง
หลังเวลาผ่านไป 4 ปี
ปี 2022
ฉันกลับมาพักที่โรงแรมนันไคในฐานะแขก
พอเดินลงไปแช่บ่อน้ำร้อนรวมชั้น 1
ก็เห็นลุงบัตเลอร์ ลอยตัวอยู่ในอ่างอย่างสบาย
ดูเหมือนเขาจะจำฉันไม่ได้แล้ว
แต่เป็นฝ่ายเขานั่นเอง…ที่เริ่มทักขึ้นมาก่อน
“เฮ้ น้องชาย
อาบน้ำทั้งใส่แว่นไปด้วยเลยเหรอ?
ฉันก็ใส่แว่นนะ
แต่พอจะเข้าห้องน้ำทีไร
ต้องถอดออกทุกทีเลย เพราะมันเป็นฝ้า
ว่าแต่ว่า ห้องแคบขนาดนี้
จะมองเห็นหรือไม่เห็น มันก็ไม่ต่างกันหรอกน่า”
ที่เรียกว่า “บ่อรวม”
แต่จริง ๆ ก็กว้างแค่พอให้ลงได้พร้อมกัน 3 คนเท่านั้น
พอขึ้นมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ลุงบัตเลอร์ก็ใส่แว่นที่พันเทปเซลโลเฟนรอบกรอบเต็มไปหมด
แล้วจ้องหน้าฉันนิ่ง
แต่สุดท้าย
เขาก็ยังคงจำฉันไม่ได้อยู่ดี
|ผ้าขนหนู…เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
จากคราบไคลที่สั่งสมมานาน
ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ลุงใช้เช็ดตัว
เก่าจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม
ดูจากเนื้อผ้า
น่าจะเคยเป็นผ้าสีขาว
แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสีเหลืองเข้ม
จากไคลที่ฝังแน่น กับเหงื่อที่ออกซิไดซ์จนเปลี่ยนสี
เพราะเป็นฤดูร้อน
แค่คิดจะใส่เสื้อผ้าก็รู้สึกร้อนแล้ว
ฉันจึงนั่งบนเก้าอี้
เปิดพัดลมให้ร่างกายเย็นลงไปทีละนิด
ระหว่างนั้น
ลุงบัตเลอร์ก็เริ่มเล่าถึง “เรื่องในอดีต”
|เริ่มรับสวัสดิการตั้งแต่ปี 2010
หลังจากสูญเสียครอบครัว และหมดแรงทำงาน
ลุงบัตเลอร์
เคยทำงานเป็นช่างโครงสร้างเหล็ก
จนกระทั่งปี 2010 ก็เริ่มรับเงินสวัสดิการ
ก่อนหน้านั้น
เขามีภรรยากับลูกอยู่ด้วย
แต่แล้ว…ภรรยากับลูกก็หนีหายไป
เขาเริ่มไม่รู้ว่าจะทำงานไปเพื่ออะไร
สุดท้ายก็ลาออก
ภรรยาที่ว่า
เป็นผู้หญิงฟิลิปปินส์ที่มีลูกติด
เขาคิดว่า
ที่เธอยอมแต่งงานด้วย
ก็เพื่อจะได้ วีซ่าคู่สมรส เท่านั้น… (มั้ง)
สุดท้าย
เขายอมให้เธอใช้ชื่อของตัวเองไปทำสัญญามือถือ
แต่ค่านั้น…พุ่งขึ้นไปเกิน 8 หมื่นเยนต่อเดือน
เขาโมโหมาก
แล้วฟิลิปปินส์ภรรยาก็พูดว่า
“ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายขนาดนี้…
ฉันจะไปแล้วนะ”
จากนั้น
เธอก็หายตัวไปพร้อมกับลูก
“ตอนนั้นนะ
ก็เพราะมีเมียมีลูก
ถึงต้องทำงานหาเงินไง
แต่พอกลายเป็นคนเดียว
ก็ไม่เห็นต้องใช้เงินอะไรเยอะแยะแล้ว
แค่รับสวัสดิการ
ก็มีเงินเข้ามาเดือนละสักแสนสอง
แล้วถ้ามาอยู่แบบนี้
ในโรงแรมถูก ๆ อย่างนี้
ค่าน้ำค่าไฟมันก็ไม่เพิ่ม
จะเปิดเท่าไหร่ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย
แค่หักค่าห้องไป
ยังเหลือในมืออีกสักหกหมื่น เจ็ดหมื่น เยนอยู่นะ”
|“สิ่งที่ลุงบัตเลอร์”
ทำซ้ำอยู่ในห้องเดิม ๆ
ต่อเนื่องมา 12 ปี
แม้ตอนนี้
ลุงบัตเลอร์ก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม
ไม่ออกไปไหนเลย
ยกเว้นตอนที่ไปแข่งม้า กับซูเปอร์ฯ ทามาเดะ
แต่เขากลับพูดว่า
“มีความสุขดีนะ
ที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบทุกวันแบบนี้
โดยไม่ต้องทำงานเลย”
ห้องเช่าที่เขาอยู่
ก็ไม่ถึง 3 เสื่อด้วยซ้ำ
แค่ปูฟูกลงไป
ก็แทบไม่มีที่ให้เหยียบ
ในสภาพแบบนั้น
เขาอยู่มาได้อย่างไรตลอด 12 ปี?
เขา “ทำอะไรอยู่ในห้อง”
ทุกวันแบบนั้นตลอดมา?
ฉันลองขอเข้าไปดูห้องของลุงบัตเลอร์
ทันทีที่เปิดประตู
กลิ่นของชีวิตที่หมักหมมตลอด 12 ปี
ก็พวยพุ่งออกมา
มันเหมือนอีกโลกหนึ่ง
ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
สิ่งที่ลุงหยิบมาให้ฉันดู
คือ รีโมตคอนโทรลของทีวี
เพราะสิ่งที่ลุงทำมาตลอด 12 ปี
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
ในห้องขนาดเท่าฝ่ามือที่ไม่มีหน้าต่างนั้น
ก็คือ
เล่นเกมจากปุ่ม “d” บนรีโมตทีวี นั่นเอง
|ปุ่มรีโมตที่ถูกกดซ้ำ
“เริ่มละลาย” ทีละนิด
เกมที่เขาเล่นนั้น
ไม่ใช่ Nintendo Switch หรือ PlayStation อะไรแบบนั้นเลย
เป็นเกมง่าย ๆ มากกว่า
อย่างพวกที่แค่กดปุ่ม “ตกลง” เพื่อเหวี่ยงไม้เบสบอล
หรือแกว่งไม้กอล์ฟเท่านั้นเอง
นอกจากนี้
ก็มีเกมแบบ “ฮานะฟุดะ” หรือ “นัมเพล” ให้เลือกบ้าง
แต่ไม่ว่าจะเป็นเกมแบบไหน
มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเล่นต่อเนื่อง
ทุกวันนาน 12 ปี
“ดูนี่สิ
ปุ่มมันละลายไปแล้วเห็นไหม
เพราะฉันกดมันเยอะกว่าคนอื่นน่ะ
คิดว่า…กดไปวันละ 1,000 ครั้งได้มั้ง
เริ่มละลายตั้งแต่สองปีก่อน
หลังจากนั้นก็เล่นนัมเพลที่ต้องขยับปุ่มเยอะ ๆ ไม่ได้อีกเลย”
ถ้าเขากดวันละพันครั้ง
ปีหนึ่งก็ 365,000 ครั้ง
12 ปี = 4,380,000 ครั้ง
เขากดปุ่มเดิมซ้ำ
สี่ล้านกว่าครั้ง
เพียงเพื่อฆ่าเวลาในห้องขนาด 3 เสื่อ
ลุงบัตเลอร์ส่งรีโมตมาให้ฉันดู
ฉันรับมันไว้ในมือ
แล้วมือของฉัน…ก็เริ่มสั่น
เพราะสิ่งที่เรียงร้อยอยู่ในรีโมตอันนี้
คือ ชีวิต 12 ปีของมนุษย์คนหนึ่ง
เขาก็คือมนุษย์คนหนึ่ง
แค่คนที่ใช้ชีวิตเงียบ ๆ
ในห้องเดียว
กับรีโมตอันเดียว
แต่ตอนนั้น
ฉันรู้สึกเหมือน…
ได้เจอ “ฟอสซิล” บางอย่าง
กลางย่านนิชินาริ
แปลและเรียบเรียง: Janisa C.
โพสต์ครั้งแรกที่ เพจ เจแปน - แจนแปล
วันที่: [ใส่วันที่โพสต์จริง] | สงวนลิขสิทธิ์
#เจแปนแจนแปล
#เรื่องเล่าจากญี่ปุ่น
#คุณลุงบัตเลอร์
#ジャパンジャントランスレート
#西成の物語
#執事おじさん
โฆษณา