14 ก.ค. 2025 เวลา 05:44 • ข่าวรอบโลก

ตอน 2|ใช้สว่านไฟฟ้าแทง บังคับให้กินอุจจาระ

ก่อนฆ่าและหั่นศพ…
เรื่องราวของคู่รักที่ลงมือก่ออาชญากรรมสุดโหด
กับความสัมพันธ์บิดเบี้ยวระหว่างพวกเขากับผู้เสียชีวิต
( อ่านตอนก่อนหน้า 👉🏻 : https://www.facebook.com/share/p/16XjQadnhW/?mibextid=wwXIfr )
ปลายปี 2022
ชายคนหนึ่งที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองอาโอโมริ ได้โทรแจ้งตำรวจ 110
จากนั้น
คดีอันน่าสะพรึงก็ถูกเปิดเผย
ไม่กี่วันต่อมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพชายที่ถูกฆ่า หั่นศพ แยกชิ้นส่วน
ในสถานที่ที่ผู้แจ้งเบาะแสระบุไว้
ชายที่โทรแจ้ง
และผู้หญิงที่เป็นคนรักของเขา
ถูกจับในข้อหา ฆ่าคน ทำลาย และซ่อนเร้นศพ
แต่จากการสอบสวน
ไม่ได้พบแค่การมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมเท่านั้น
สิ่งที่เริ่มปรากฏออกมา
คือความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างพวกเขากับเหยื่อ
และการกระทำที่ผิดปกติรุนแรงหลายอย่าง
สามคนนี้
เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก่อน
แล้วอะไร
ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามคน
ค่อย ๆ เปลี่ยนไป?
3 ปีผ่านไป
ในที่สุดการไต่สวนในศาลก็เริ่มต้นขึ้น
และเรื่องราวทั้งหมดของคดีนี้
ก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา
|ฆ่าคนรู้จัก แล้วแยกชิ้นส่วนศพ
ข้อหาที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกตั้ง ได้แก่
ฆาตกรรม, ทำลายศพ, ซ่อนเร้นศพ, ทำร้ายร่างกาย, และบังคับขู่เข็ญ
ผู้ต้องหาคือ
ฮิโรคิ มาเอดะ วัย 32 ปี – ไม่มีอาชีพ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กับแฟนสาวของเขา
ยู ยามากุจิ วัย 33 ปี
ผู้เสียชีวิต
เป็นชายวัย 22 ปีในขณะนั้น
ชายคนนี้
เคยสนิทสนมกับมาเอดะ
และเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันช่วงหนึ่ง
ตามคำฟ้อง
ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022
ผู้ต้องหาทั้งสอง
ได้ลงมือบีบคอชายคนดังกล่าว
โดยใช้สิ่งของคล้ายผ้าขนหนู
ที่อพาร์ตเมนต์ในเขตอาโอบะ เมืองเซนได
จนเขาเสียชีวิต
หลังจากนั้น
พวกเขาใช้เลื่อยไฟฟ้า
แยกชิ้นส่วนร่างกายของเขา
ศพถูกยัดใส่กระเป๋าลาก
ก่อนจะนำไปฝังในดิน
ที่ย่านอะระฮามะ เขตวากะบายาชิ
|รอยสักบนมือ และรถเข็นในศาล
วันที่ 17 ตุลาคม 2024
มีการเปิดการพิจารณาคดีด้วยคณะลูกขุน
ของ ฮิโรคิ มาเอดะ
ตอนถูกส่งฟ้อง
เขายังทำผมสีทอง
แต่ในศาลวันนี้
เขาปรากฏตัวด้วยผมสีดำ
ใส่ชุดวอร์มทั้งตัว
นั่งอยู่บนรถเข็น
ที่หลังมือและตามนิ้ว
มีรอยสักสีสด
เป็นลายดอกไม้และหัวกะโหลก
เนื่องจากมาเอดะมีปัญหาทางการได้ยินทั้งสองข้าง
การดำเนินคดีจึงเป็นไปโดยมีการฉายข้อความ
ที่ผู้พิพากษาและฝ่ายต่าง ๆ พูด
ขึ้นบนจอมอนิเตอร์ให้เขาอ่าน
เมื่ออ่านเนื้อหาข้อหา
ที่รวมถึง 5 ความผิดเกี่ยวกับผู้ชายที่เสียชีวิต
รวมทั้งข้อหาฉ้อโกงและข่มขู่เพื่อนของชายคนนั้น
มาเอดะตอบว่า
“ไม่ผิดครับ”
ด้วยน้ำเสียงชัดเจน
ต่อไป
จะเป็นการย้อนลำดับเหตุการณ์
จากคำแถลงเปิดคดีของอัยการ
หน้า 2|จากมิตรภาพ…สู่ความเกลียดชัง
ตามคำแถลงเปิดคดีของฝ่ายอัยการ
มาเอดะเริ่มรู้จักกับชายผู้เสียชีวิตประมาณปี 2021
ตอนนั้น ชายคนนั้นทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
และเมื่อมาเอดะไปที่ร้าน
เขาใช้การเขียน และสมาร์ตโฟน
คอยช่วยพูดคุยสื่อสารกับมาเอดะ
ท่าทีนั้น
ทำให้มาเอดะรู้สึกดี และประทับใจในตัวเขา
จนช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2022
ชายคนนั้นเริ่มมาค้างที่อพาร์ตเมนต์
ที่มาเอดะอยู่กับยามากุจิ
กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาก
ถึงขั้นนอนพักอยู่ด้วยกันเป็นประจำ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง
มาเอดะเริ่มไม่มีเวลาอยู่กับยามากุจิเหมือนแต่ก่อน
และจากช่วงนั้นเอง
เธอก็เริ่มไม่ชอบผู้ชายคนนี้
ที่เหมือนมาคั่นความสัมพันธ์ของเธอกับคนรัก
ทำให้เธอรู้สึกอิจฉาและหึงหวง
ไม่อยากให้มาเอดะแบ่งความใส่ใจให้ใคร
หนึ่งเดือนต่อมา
มาเอดะรู้ว่าเขาถูกชายคนนั้น
นินทาลับหลังเรื่องที่ตัวเองหูหนวก
พูดจาเยาะเย้ยถากถาง
มาเอดะรู้สึกช็อก เหมือนถูกหักหลัง
จากความไว้ใจ…กลายเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรง
และหลังจากนั้นไม่นาน
การทำร้ายก็เริ่มต้นขึ้น
|ความรุนแรงที่ทวีขึ้นเรื่อย ๆ
มาเอดะกับยามากุจิ
เริ่มลงมือทำร้ายชายคนนั้น…ด้วยกันทั้งคู่
ชายคนนั้นกลัว
จนต้องไปยืมเงินจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง
แต่พอไม่มีเงินให้แล้ว
ความรุนแรงก็ยิ่งมากขึ้น
ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
เขาค่อย ๆ ถูกผลักให้จนมุม
ตามรายงานของอัยการ
ชายคนนี้ไม่สามารถขัดขืนมาเอดะได้อีกแล้ว
แม้จะถูกสั่งให้ออกจากอพาร์ตเมนต์
เขาก็ไม่กล้าไป
เพราะกลัวว่าจะถูกซ้ำหนักกว่าเดิม
จึงตกอยู่ในสภาพที่หนีไปไหนไม่ได้เลย
|สว่าน …กับคำขู่ที่เกินคาด
หลังผ่านไป 3 เดือน
ความรุนแรงจากมาเอดะและยามากุจิ
ไม่ได้หยุดอยู่แค่การต่อยหรือเตะ
พวกเขาใช้สว่านไฟฟ้า
เจาะเข้าที่หน้าขาของเหยื่อจนเป็นหลุมเหวอะ
แล้วบอกว่า
“ถ้ากินอุจจาระ จะให้พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ก็ได้”
พวกเขาบังคับให้เขากิน
ด้วยการข่มขู่ให้กลัว
ฝั่งจำเลยของมาเอดะ
มีเพียงจุดนี้เท่านั้นที่แย้งข้อกล่าวหา
โดยอ้างว่า
“การพูดเช่นนั้น เป็นเพียงเงื่อนไข
เพื่อให้เขายอมออกจากอพาร์ตเมนต์”
ไม่คิดว่าเขาจะกินจริง
แต่ทั้งฝ่ายอัยการและฝ่ายจำเลย
ต่างก็ยอมรับตรงกันว่า
ทั้งสองเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
เพราะชายคนนั้นไม่ยอมออกไปเสียที
คำถามก็คือ
ผู้ชายคนนั้น…ไม่อยากออกไป?
หรือว่า…ออกไปไม่ได้?
นี่คือประเด็นสำคัญ
ที่จะกลายเป็น “กุญแจ”
ในการเข้าใจคดีนี้ทั้งหมด
จากจุดเริ่มต้นที่เคยเป็นมิตรภาพ
เมื่อความบิดเบี้ยวค่อย ๆ ก่อตัว
ท้ายที่สุด
มันก็นำไปสู่จุดจบ…ที่เลวร้ายที่สุด
( อ่านต่อ …. ตอนจบ )
โฆษณา