14 ก.ค. 2025 เวลา 07:10 • ประวัติศาสตร์

F-16 ไม่เคยรบร่มเกล้า เรื่องจริง F-5 ถูกทหารลาวสอยร่วง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ก่อนที่จะไปอ่านบทความนี้ ผู้เขียนขอให้ทุกท่านโปรดช่วยกดไลก์ กดติดตาม และกดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนในการทำบทความต่อๆไป
สำหรับท่านใดที่มีเรื่องใดน่าสนใจ ท่านสามารถส่ง inbox ข้อความมาได้ที่ Facebook Supakrit Falcon หากเรื่องใดโดนใจผู้เขียนจะนำเรื่องราวไปศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเตรียมการเสนอครั้งต่อไป
อาจมีท่านผู้อ่านบางท่านสงสัยว่า F-16 เคยไปรบในสงครามบ้านร่มเกล้าหรือไม่ จริงๆก็ไม่เคย เหตุผลเป็นเพราะอะไรเดี๋ยวเราจะมาติดตามกัน ไม่ได้มีแค่ F-16 ในบทความนี้จะมาดูการสูญเสีย F-5 ครั้งประวัติศาสตร์ ในสงครามนี้มี F-5 ถูกยิงไปแล้ว 2 เครื่อง เครื่องแรกเป็น F-5B แต่สามารถกลับมาลงสนามบินอุดรฯได้ ส่วนอีกเครื่องบินกลับไปไม่ถึงฐาน ก่อนอื่นขอเปิดด้วยเรื่องที่เคลือบแคลงใจนั่นคือ F-16 เคยรบที่ร่มเกล้าหรือไม่ เเล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
▶️จริงหรือไม่ F-16 เคยรบในสงครามบ้านร่มเกล้า
ในปีพ.ศ.2530-พ.ศ.2531 นี้ได้เกิดสงครามบ้านร่มเกล้า เป็นความขัดแย้งระหว่างไทย-ลาวในช่วงสงครามเย็น เกิดขึ้นที่อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก จากปมปัญหาเรื่องเส้นเขตแดนที่ตกลงกันไม่ได้ เมื่อดูจากความเป็นจริงแล้วในสมัยนั้นกองทัพอากาศไทยยังไม่ได้ใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ออกรบ เพราะนักบินไทยได่รับการฝึกบินกับ F-16 ที่สหรัฐอเมริกา ดังนั้นนักบินพร้อมเครื่องบินจะมาถึงกลางปีพ.ศ.2531
รวมทั้งกองทัพอากาศไทยในสมัยนั้นเน้น F-5 , OV-10 และ A-37 ออกรบ ต่อให้ F-16A ลงจอดที่กองบิน 1 โคราชในปีพ.ศ.2530 ก็ยังไม่มีความพร้อมรบ เพราะนักบินไทยมองว่าการย้ายแบบจาก F-5 มาบิน F-16A นั้นต้องใช้เวลาเปลี่ยนแบบ 1 ปี ดังนั้นจึงหาใช่เรื่องง่ายไม่ที่นักบินกองทัพอากาศไทยจะขับ F-16 ไปรบที่ร่มเกล้าได้จริง อีกทั้งขณะนั้นภัยคุกคามคือ MIG-21 ที่กองทัพอากาศลาวซึ่ง F-5 ไทยสามารถจัดการได้โดยไม่ต้องถึงมือ F-16 ที่มีสมรรถนะสูงกว่า
ย้อนกลับไปในช่วงก่อนสงครามบ้านร่มเกล้ากองทัพอากาศไทยมีความคิดที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่หลากบาท F-16A เพื่อทดแทนเครื่องบินโจมตีแบบ T-28D ที่ปลดประจำการลงไปจำนวน 2 ฝูงบิน ประกอบกับภัยคุกคามด้านตะวันออกเมื่อแหล่งข่าวยืนยันว่า เพื่อนบ้านประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่สุดในภูมิภาค คือ เครื่องบินขับไล่แบบ MiG-23 จำนวนหนึ่ง
ภายหลังพบว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศสหภาพโซเวียต ที่ ประจำการในฐานทัพอากาศใกล้อ่าวคัมราม ซึ่งน่าจะมีผลต่อการเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ต่อภูมิภาคนี้เป็นอย่างมาก ทำให้กองทัพอากาศไทยจึงจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-16A ภายใต้โครงการ “PEACE NARESUAN” ที่เราได้ยินกันทุกวันนี้
สมัยนั้นชื่อ F-16 พวกคอมมิวนิสต์เกรงกลังกันมาก เพราะเคยทำผลงานการรบมาแล้วโดยกองทัพอากาศอิสราเอล จนกลายเป็นว่าเครื่องบิน MIG รุ่นเก่าต้องชิดซ้ายไปเลย ด้วยการมาถึงของ F-16 ที่เปลี่ยนเกมการรบทางอากาศไปสู่ยุคใหม่ รวมไปถึงมันมีความสามารถใช้ระเบิดได้ทั้งนำวิถีและไม่นำวิถีแบบที่ F-5 ไปทิ้งบอมบ์ในสงครามร่มเกล้า แต่น่าเสียดายที่ความขัดแย้งนี้จบไปก่อนทำให้ไม่ได้เห็น F-16 บินหย่อนไข่เหล็กตามเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น
หลังจบสงครามร่มเกล้าไปไม่กี่เดือนเครื่องบินขับไล่ F-16A ก็เข้าประจำการที่ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช จัดว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดจนประเทศเพื่อนบ้านไม่กล้าต่อกรมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
▶️เรื่องจริง ไม่ได้โม้ F-5E ถูกยิงตก
ถึง F-16A จะไม่ได้ออกรบในสมัยนั้นแต่ลทบาทกลับเป็นของเครื่องบินขับไล่รุ่นปู่ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดี บางเครื่องได้รับการอัพเกรดเป็น F-5TH ที่มีความสามารถเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 พูดง่ายคือเหมือนการนำรถเก่ามาปรับปรุงให้มันแล่นต่อไปบนถนนอีกหลายปีนั่นเองครับ แต่มีเครื่องบินขับไล่ F-5E ที่ไม่ได้ปรับปรุงเป็น F-5TH เพราะเหตุการณ์ที่ผู้เขียนจะเล่าต่อไปนี้
ในสงครามบ้านร่มเกล้าซึ่งเกิดขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2530 ถึงต้นปี พ.ศ. 2531 เครื่องบินขับไล่แบบ F-5 ได้มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศและทำลายฐานที่มั่นของทหารลาว เนื่องจากบางพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ด้วยเหตุนี้ทหารลาวจึงได้เปรียบในเรื่องการเป็นฝ่ายตั้งรับ หนึ่งในนั้นที่บิน F-5 มีนาวาอากาศตรีสุรศักดิ์ บุญเปรมปรีดิ์ นักบินหนุ่มสังกัดฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
ในขณะนั้นเองที่ภาคพื้นดินเสียงปืนและเสียงระเบิดเริ่มรุนแรงขึ้น เสียงนี้กลบเสียงสัตว์ทั้งหลายในป่า บัดนี้ธรรมชาติอันสวยงามได้ถูกบดบังด้วยการรบครั้งยิ่งใหญ่ ทหารทั้งสองฝ่ายมีทั้งปืน M16 ปืน RPG ปืนอาก้า ต่างฝ่ายต่างยิงกันเมามันส์ทำให้ป๋าแห่งนี้กลายเป็นสนามรบอันดุเดือด นี่ไม่ใช่เทศกาลสงกรานต์ที่ใช้ปืนฉีดน้ำ นี่สงครามจริงที่ใช้อาวุธจริง นี่คือเรื่องจริงไม่ใช่หนังสงคราม นี่คือ "สงครามบ้านร่มเกล้า"
ท่ามกลางความเป็นความตายเหล่าทหารกล้ามองขึ้นบนฟ้าเห็นเครื่องบินขับไล่ F-5E มาเยือนถึงป่าที่เรียกว่านรกบนดิน บัดนี้เสียงสวรรค์มาช่วยชีวิตทหารไทยแล้ว! นอกจากนาวาอากาศตรีสุรศักดิ์ บุญเปรมปรีดิ์ แล้วยังมี F-5E อีกเครื่องหมายเลข 40312 Sel. No.79-1685 ทำการบินโดยเรืออากาศเอก อาคม วรเสียงสุข นักบินหนุ่มทั้ง 2 ท่านนี้แม้จะรู้ดีถึงความตายที่อยู่ตรงนี้ แต่พวกท่านยังเสี่ยงที่จะบินไปโจมตี ไม่มีใครรู้ว่าจะได้กลับมาหาครอบครัว กลับมาหาบ้านเมื่อใด เพราะชีวิตพวกท่านถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแล้ว
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 เครื่องบินขับไล่ F-5E หมายเลข 40342 Sel.No 79-1694 สังกัดฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี ซึ่งมีนาวาอากาศตรีสุรศักดิ์ บุญเปรมปรีดิ์ เป็นนักบินได้ทำการบินเข้ามาทิ้งระเบิดช่วยทหารไทย เมื่อเสร็จสิ้นการโจมตีทางอากาศในรอบที่สอง  ทหารพรานประสาท สุทธิสา สังเกตเห็นว่า ความเร็วในการพุ่งตัวของเครื่องบินขับไล่ F-5E นั้นช้าผิดปกติ พูดง่ายๆเหมือนกับเราทำคลิปให้มันสโลว์โมชั่นนั่นเองนะฮะ
ต่อมาข้าศึกยิงแซม-7 ออกไปอย่างไรก็ตาม F-5E ยังไม่ร่วงอยู่ดี หลังจากนั้นไม่นานทหารพรานประสาทก็เห็นทหารลาวยิงจรวดแซมสามลูกพุ่งตามขึ้นไป เครื่องบินของท่านถูกจรวดแซม-7 ของทหารลาวยิงตก แซม-7 นั้นเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศประทับบ่าของฝ่ายลาวที่มีความทันสมัยมากในยุคนั้น การยิง F-5E ตกพวกเขาใช้ยุทธวิธีในลักษณะ "ดักหน้าดักหลัง" ตามแบบสหภาพโซเวียต
ภาพที่ทหารไทยเห็นคือแรงระเบิดฉีกเศษชิ้นส่วนของเครื่องบินให้ลอยกระจัดกระจายออกไป
เหตุการณ์นี้ทหารพราน ประสาท สุทธิสา ยังตั้งข้อสังเกตว่าการประสานงานระหว่างภาคพื้นดินและ อากาศยานในเรื่องเวลาในการถอนกำลังนั้นมีเวลาน้อยมาก ทำให้เกิดความสูญเสียความต่อกำลังพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท่านพยายามบังคับเครื่องบินหลบหนีแล้วแต่ก็หลบไม่พ้น หลังจากถูกมัจจุราชแซม-7 ยิงโดนเครื่องบินของนาวาอากาศตรีสุรศักดิ์ ทำให้ท่อไฮดรอลิกรั่ว ซึ่งเป็นผลให้ท่านไม่สามารถบังคับเครื่องบินแบบดังกล่าวได้อีกต่อไป และท่านจำเป็นต้องสละเครื่องบิน ในขณะเดียวกันมีทหารไทยบนภาคพื้นดินเห็นเครื่องบินขับไล่ F-5E ตกลงทางทิศใต้ของที่ตั้งของพวกเขา พวกเขาทำได้แต่ภาวนาให้นักบินรอดชีวิต ทันใดนั้นเองนกเหล็กสีเทาตกลงระเบิดอย่างรุนแรงห่างจากบ้านร่มเกล้าประมาณ 4 กิโลเมตร และลึกเข้ามาในเขตประเทศไทย 25 กิโลเมตร
เมื่อนักบินโดดร่มออกจากนกเหล็กแล้ว ท่านจึงรีบหาทางออกจากการตกเป็นเป้าในพื้นที่การรบโดย การเดินมีเพียงเข็มทิศเป็นอุปกรณ์ช่วย ไม่มีจีพีเอส ไม่มี Google Maps นี่คือการนำทางที่ดีสุดในการหลบหนี จนกระทั่งท่านสามารถขอความช่วยเหลือจากเฮลิคอปเตอร์และทีมกู้ภัยได้สำเร็จโดย สามารถออกจากพื้นที่ดังกล่าวเวลา 11.20 น.
ในขณะนั้นนาวาอากาศตรีสุรศักดิ์ ได้ใช้เสื้อยืดสีขาวตัวใหม่โบก เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ และเดินทางกลับสนามบินตาคลีในเวลา 14.00 น. ภายหลังจากการรบครั้งนี้ นาวาอากาศตรี สุรศักดิ์ บุญเปรมปรีดิ์ ได้รับเหรียญกล้าหาญจากการบครั้งนี้ พร้อมช่อชัยพฤกษ์เพื่อเป็นเกียรติประวัติ เนื่องจากเคยได้รับเหรียญกล้าหาญจาการรบ ที่ช่องบกมาแล้ว
จาการสูญเสีย F-5 ในครั้งนี้ นักเรียนโรงเรียน วัดเขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ได้รวบรวม เงินคนละบาทสองบาทเพื่อนำมามอบให้ กองทัพอากาศในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-5E เครื่องใหม่ไว้ป้องกันประเทศ แม้จะเป็นเงินไม่กี่บาทแต่ก็ได้สร้างความปลื้มปิติให้แก่ชาวทหารอากาศมิใช่น้อย
การสูญเสีย F-5E ในสงครามนี้ เป็นบทเรียนให้กองทัพอากาศไทยในช่วงหลังๆ อีกทั้งการสูญเสียเครื่องบินแบบดังกล่าวนับว่าเป็นเรื่องราวที่บอกเล่าสืบต่อกันมา แม้จะผ่านไปสิบๆปีเหตุการณ์นี้ยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์นอกตำรา ที่คนไทยและคนลาวไม่มีวันลืม และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง หาใช่จากแต่งเรื่องขึ้นเองแต่อย่างใด สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Kittidej Sanguantongkham
เรืออากาศตรีรัชต์ รัตนวิจารณ์
อาจารย์หนุ่ม พลตรี ศนิโรจน์ ธรรมยศ
Thaifighterclub
Liyu Wu
เรียบเรียงบทความ : นักรบชายแดน
โฆษณา