Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Banana block
•
ติดตาม
22 ก.ค. 2025 เวลา 03:54 • การเมือง
หากไร้วาสนาก็จะฝืนชะตาจนกว่าจะได้เป็น
Frank Underwood ตัวละครหลักจากซีรีส์การเมืองเรื่อง House of Cards คือภาพแทนของบุคคลผู้ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม ไม่ยอมรับว่าตนเองต้องอยู่ใต้ระบบที่กำหนดโดยคนอื่น ไม่ยินยอมให้โครงสร้างอำนาจแบบเดิม หรือคำว่า “วาสนา” มาผูกมัดอนาคตของเขา เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าความทะเยอทะยานและความเฉลียวฉลาดสามารถพังทลายทุกข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นชนชั้น สายสัมพันธ์ หรือความไม่เป็นที่โปรดปรานของระบบการเมือง
Frank ไม่ใช่คนที่ถูกเลือกจากเบื้องบน เขาไม่ใช่บุตรหลานของตระกูลใหญ่ หรือเจ้าของมรดกทางการเมือง หากแต่เป็นเพียงผู้แทนราษฎรจากรัฐเล็ก ๆ ที่ถูกเมินเฉย ถูกหลอกใช้ และถูกผลักให้ยืนอยู่นอกวงอำนาจของวอชิงตัน ทว่าความผิดหวังในช่วงต้นของเรื่อง เมื่อเขาถูกปฏิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศแม้จะได้รับคำสัญญาไว้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการทางการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเงียบงันแต่แม่นยำ รวดเร็วแต่เด็ดขาด
หากเขาไม่ถูกเลือกให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด เขาก็จะ สร้างสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ทั้งระบบยอมรับเขาเป็นศูนย์กลางของอำนาจ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยการทรยศคนใกล้ตัว การบงการเบื้องหลัง หรือแม้กระทั่งการปลิดชีวิต เขาก็ยินดี เพราะสำหรับเขา อำนาจไม่ใช่เพียงสิ่งที่คนอื่นมอบให้ แต่คือสิ่งที่เขาต้อง ดึงมาครอบครอง ด้วยความสามารถและเจตจำนงที่แข็งแกร่ง
Frank Underwood ไม่ใช่แค่ผู้ฝืนชะตา แต่เป็นผู้ “บงการชะตา” และหล่อหลอมระบบการเมืองทั้งระบบให้กลายเป็นสนามของเขาเอง เขาไม่รอคอยวาสนา แต่ หลอกล่อ บีบบังคับ และทำลาย ทุกอย่างที่ขวางทาง เพื่อปูทางไปสู่ตำแหน่งสูงสุดในประเทศโดยไม่เคยหันกลับไปถามว่า ตนควรได้เป็นหรือไม่ มีเพียงคำถามเดียวที่เขาใส่ใจคือ “จะเป็นได้อย่างไร และเมื่อไหร่”
ระหว่างการหาเสียงในการเลือกตั้งปี 2016
คำว่า “วาสนา” ในบริบทสังคมการเมือง หมายถึงกลไกที่มองไม่เห็นซึ่งคัดกรองว่าใครจะได้โอกาสหรือได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นสู่อำนาจ วาสนาในที่นี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเชื่อเชิงศาสนาหรือโชคชะตาส่วนบุคคล แต่ครอบคลุมถึงโครงสร้างทางสังคมที่ผูกขาดโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการเมืองที่ชนชั้นนำ มรดกทางสังคม เครือข่ายของพรรค และความนิยมจากสื่อกระแสหลัก ล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดว่าใคร “ควรได้เป็น” และใครจะถูกกันออกไปอยู่ขอบสนาม
ในแง่นี้ วาสนาไม่ใช่สิ่งลอย ๆ แต่เป็น “ทุนเชิงโครงสร้าง” (structural capital) ที่บางคนมีโดยกำเนิด ในขณะที่อีกหลายคนไม่มีเลย Frank Underwood เป็นตัวอย่างของคนกลุ่มหลัง เขาไม่ได้เกิดมาในครอบครัวชนชั้นสูง ไม่มีสายเลือดผู้ปกครอง ไม่ใช่ผลิตผลของ Ivy League หรือแวดวงขุนนางทางการเมืองที่วอชิงตันชื่นชอบ แต่เขาเลือกที่จะไม่ยอมรับสถานะนั้น เขาปฏิเสธบทบาท “ผู้ไร้วาสนา” ด้วยการประกาศสงครามต่อโครงสร้างเดิม ผ่านการสร้างวาสนาด้วยตัวเอง
การ “สร้างวาสนา” นี้ไม่ใช่เรื่องของความพยายามเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านกลยุทธ์ ความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ และความสามารถในการมองเกมการเมืองในระยะยาว Frank แสดงให้เห็นว่า อำนาจไม่ได้มาจากการถูกแต่งตั้ง แต่สามารถ ช่วงชิง ได้ หากเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกลไกเบื้องหลังของระบบ และกล้าที่จะ “เล่นเกม” ด้วยกฎที่ตนเองเขียนขึ้น
หากพิจารณาภายใต้กรอบแนวคิดของ Machiavellianism ตามแนวทางของนิโคโล มาคิอาเวลลี จะพบว่า Frank Underwood เป็นตัวแทนของผู้นำที่ไม่ยึดมั่นในคุณธรรมทางศีลธรรม แต่ให้ความสำคัญกับ “ประสิทธิภาพทางอำนาจ” มากกว่า มาคิอาเวลลีเสนอว่า “เจ้าผู้ปกครองที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี แต่อย่างน้อยต้องดูเหมือนคนดี” Frank ใช้หลักการนี้อย่างเชี่ยวชาญ เขาสร้างภาพตนเองให้ดูเป็นนักการเมืองผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ แต่เบื้องหลังคือการขับเคลื่อนด้วยการบงการ หลอกลวง และทำลาย
เขาเชื่อว่าจุดมุ่งหมาย การยึดกุมอำนาจสูงสุด นั้นสำคัญกว่าวิธีการที่ใช้ไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าจะเป็นการหักหลัง พูดโกหก ปั่นกระแสข่าว หรือแม้แต่การฆาตกรรม หากสิ่งเหล่านั้นนำไปสู่ชัยชนะ พฤติกรรมเหล่านั้นย่อมถือว่า “สมเหตุสมผล” และ “ชอบธรรม” ในโลกทัศน์ของเขา
Frank Underwood จึงเป็นตัวอย่างของบุคคลที่ไม่กลัวว่าจะถูกรังเกียจหรือถูกประณาม ตราบใดที่เขายังสามารถรักษาและขยายอำนาจของตนไว้ได้ สิ่งเดียวที่เขากลัวคือ “การไร้อำนาจ” เพราะในระบบที่เขาเชื่อ ไม่มีสิ่งใดมีค่าพอจะรักษาไว้ได้นอกจาก การควบคุม ดังนั้น ชีวิตของเขาจึงกลายเป็นการต่อสู้แบบไม่หยุดยั้งเพื่อให้ ได้เป็น และ ได้อยู่ในอำนาจต่อไป
พฤติกรรมการใช้อำนาจ
แฟรงค์ระหว่างการเจรจากับประธานาธิบดีเพทรอฟแห่งรัสเซีย
1. การควบคุมการรับรู้ของผู้อื่น (Perception Management)
Frank Underwood รู้ดีว่าการเมืองไม่ใช่สนามของความจริง แต่เป็นสนามของ การสร้างภาพ เขาสร้างตัวตนขึ้นหลายชั้นสุภาพ อ่อนน้อมต่อหน้าสาธารณชน แต่ไร้ความปรานีในเบื้องหลัง เขาใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือในการปั้นเรื่องเล่า (narratives) ที่เขาเป็นผู้ควบคุมอย่างแนบเนียน
ภาพในขณะที่แฟรงค์กำลังจะสังหารโซอี้ บาร์น อดีตชู้รัก
2. การจัดการพันธมิตรและศัตรู (Alliance and Threat Management)
ความสามารถของ Underwood ในการอ่านพฤติกรรมมนุษย์ทำให้เขารู้ว่าศัตรูที่รุนแรงที่สุดคือศัตรูที่ ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นศัตรู เขาใช้เทคนิคการ “เชื่องูก่อนฆ่า” สร้างความไว้ใจในขณะที่บ่อนทำลายรากฐานของอีกฝ่ายไปพร้อมกัน หลายครั้งเขา ยื่นมือช่วยเหลือเพื่อดึงคนให้เข้ากับแผนการทำลายตนเอง ได้อย่างแยบคาย
แฟรงค์โจมตีสส.รีพับบลิคกัน ที่กล่าวโจมตีเขาในเรื่องอื้อฉาว ในขณะที่เกิดเหตุก่อการร้าย
3. การปั่นกระแสสาธารณะ (Narrative Manipulation)
หนึ่งในเครื่องมือที่ Underwoodใช้บ่อยคือการ “ชี้เป้าใหม่” หรือเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนให้หันไปยังเป้าหมายที่เขาเลือก เช่น การสร้างวิกฤตเพื่อสร้างฮีโร่ (ซึ่งก็คือตัวเขาเอง) หรือการเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวของผู้อื่นเพื่อปกปิดแผนที่ใหญ่กว่า
พฤติกรรมของ Frank Underwood เปรียบเสมือนการเล่นหมากรุกระดับสูงที่มีทั้งการวางแผนล่วงหน้า หลอกล่อ และยอมเสียบางหมากเพื่อให้ได้ชัยชนะ เขามีลักษณะของ Strategic Machiavellianism คือมองโลกเป็นสนามแห่งกลยุทธ์ ซึ่งผู้ที่อ่อนแอทางอารมณ์หรือเชื่อในศีลธรรมจะไม่อาจเอาชนะได้
การยอม ฆ่าคน หรือ เสียสละพันธมิตรเก่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับเขา เพราะ Underwood ไม่ได้ผูกพันกับ “คน” เท่าที่เขาผูกพันกับ “เป้าหมาย” พฤติกรรมเช่นนี้แม้จะดูโหดเหี้ยม แต่กลับสมเหตุสมผลหากพิจารณาในกรอบทฤษฎีเกม (Game Theory) ซึ่งผู้เล่นแต่ละฝ่ายต่างต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดและความไม่แน่นอน
ภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกร้าว Frank แสดงสัญญาณของ Narcissistic Personality Traits เขาต้องการการยอมรับ ชอบควบคุมผู้อื่น และไม่รู้สึกผิดเมื่อใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย พฤติกรรมเช่นนี้อาจมีรากฐานมาจาก ปมด้อยทางสังคม และ ความแสวงหาความมั่นคงในอำนาจ แทนความมั่นคงในความสัมพันธ์ คำพูดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเขา เช่น
I pray to myself, for myself.
Frank Underwood
เป็นภาพสะท้อนความเชื่อมั่นในตัวเองขั้นสุด ซึ่งกลบเกลื่อนความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
Frank Underwood คือบุคคลที่ไร้วาสนาในความหมายทางชนชั้น แต่เขาเลือกที่จะฝืนความเป็นไปของระบบด้วยการ สร้างวาสนาด้วยตนเอง ผ่านอำนาจ การควบคุม และการไม่หยุดยั้ง ไม่ใช่ด้วยความบังเอิญหรือการรอคอยโอกาส แต่ด้วยการ บงการโอกาส ให้เดินเข้ามาหา
ในโลกแห่งการเมืองซึ่งเต็มไปด้วยการแทงข้างหลัง การจัดฉาก และการปั้นภาพ Underwood กลายเป็น “ผู้เล่นเกม” ที่สมบูรณ์แบบ แม้จะน่ารังเกียจในสายตาของคนทั่วไป แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาคือภาพสะท้อนของความจริงในโลกที่ “ผู้แพ้ไม่มีเกียรติ และผู้ชนะไม่จำเป็นต้องมีศีลธรรม”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย