27 ก.ค. 2025 เวลา 06:16 • ความคิดเห็น

ประเทศไทยในสายตาคนไทยด้วยกัน ทำไมเราต้องเล่าเรื่องเราให้โลกรู้ ?

สวัสดีค่ะ ฉันเป็นคนธรรมดาที่เกิดที่ประเทศไทย และเติบโตในประเทศไทย บางครั้งฉันรู้สึกว่า ประเทศไทย ยังถูกเข้าใจแบบผิดๆ หรือ ผู้คนยังไม่เข้าใจประเทศนี้อย่างจริงจัง และบางครั้งไม่ใช่จากคนต่างชาติ แต่แม้แต่คนไทยด้วยกันเอง เราพูดถึงไทย จากในหนังสือเรียน พูดถึงในข่าวสาร แต่ในชีวิตจริง คือ เรามีเรื่องเล่าอื่นที่ซ่อนอยู่ เรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยความหวัง ความเจ็บปวด และความภาคภูมิใจที่ซับซ้อน
บทความนี้จึงเป็นเสียงเล็กๆของฉัน ที่อยากให้ที่คนได้ฟัง ได้อ่าน ได้จินตนาการตาม เพราะในยุคที่ข้อมูลมีมากมายจนล้นโลก เราอาจลืมไปว่าเสียงของคนธรรมดาอย่างฉันนั้น…คือ สิ่งที่ทำให้ประเทศนี้มีชีวิต และความหมายที่แท้จริง
ประเทศไทยในสายตาฉัน คือ…
เสียงดนตรีพื้นบ้านจากลำโพงวัด คือ กลิ่นธูปในตอนที่แม่และพ่อจุดไหว้พระ คือ แม่ค้า พ่อค้าในตลาดที่แม้จะเหนื่อย แต่ก็ยังทักทาย “วันนี้ได้อะไรกินล่ะลูก” เสียงของคนบนรถเมล์ที่บ่นพึมพำตอนรถติด อีกทั้ง การแบ่งข้าวให้หมา แมวจรจัด หรือการวางน้ำแดงไว้ที่หน้าศาลพระภูมิ ที่ต้องมีแทบทุกบ้าน และไม่ใช่แค่เทศกาล หรือ แหล่งท่องเที่ยว
ความเป็นไทยไม่ใช่แค่อะไรที่“น่ารัก“ สำหรับนักท่องเที่ยว แต่มันคือ “ชีวิตจริง” ที่คนไทยใช้หัวใจนำพาในการใช้ชีวิตในทุกๆวัน ทั้งทุกข์และสุข มันคือการอยู่ร่วมกันอย่างอดทน ใจดี มีมารยาท แม้ในวันที่เหนื่อย สิ่งเหล่านี้คือ ความเป็นไทยที่ไม่ค่อยถูกพาดหัวข่าว ไม่ติดเทรนด์ สักเท่าไหร่ ก็คงเพราะมันธรรมดาจนเราไม่ทันมองเห็น โลกก็เลยไม่ได้ยิน และนั่นแหระ คือเหตุผลที่ฉันอย่างจะเล่าเรื่องของเราในแบบที่เราเห็น ใครจะเข้าใจเราจริงๆ ?
ทุกวันนี้ เราเห็นโลกให้ความสำกับสิ่งที่เรียกว่า “Soft Power”
วัฒนธรรม, อาหาร, ภาษา, ศิลปะพื้นถิ่น ที่กลายมาเป็นเครื่องมือทางการทูตที่ทรงพลัง ประเทศที่เล่าเรื่องของตัวเองได้ดีกว่า คือประเทศที่โลก ”อยากฟัง“ มากกว่า แต่ถ้าเรายังไม่รู้จักประเทศไทยในแบบที่”คนไทยรู้สึกจริงๆ“ แล้วเราจะหวังให้โลกเข้าใจเราได้อย่างไรล่ะ? นั่นคือเหตุผลที่ฉันเชื่อว่า คนธรรมดาอย่างฉัน หรือใครก็ตาม ควรเริ่มเล่าเรื่องของบ้านตัวเอง ในแบบที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเวทีโลกมาก่อน
เราไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นนักการทูต ศิลปินชื่อดัง หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ถึงจะมีสิทธิ์เล่าเรื่องประเทศไทย
เพราะความเป็นไทยนั้น ไม่ได้อยู่แค่ในนโยบายวัฒนธรรม หรือโฆษณาการท่องเที่ยว แต่มันอยู่ในมือของทุกคน ที่เลือกจะพูด เลือกที่จะเขียน และเลือกที่จะรักประเทศนี้ได้ในแบบขอบตัวเอง นี่จึงไม่ใช่แค่บทความ แต่มันคือเสียงของคนหนึ่งคน ที่เชื่อว่า ประเทศไทย…สมควรได้รับการเล่าขานเรื่องในแบบที่โลก”ควรได้ยิน“ และถ้าคุณได้ยินเสียงนี้แล้ว ถึงเวลาที่คุณจะลุกขึ้นมาเป็น ”นักเล่าเรื่องของไทย”ด้วยเช่นกัน
โฆษณา