Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
aomMONEY
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
30 ก.ค. 2025 เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
‘การมีพอแล้ว’ คือสิ่งที่คนรวยไม่ค่อยมี
5 วิธีคิดให้รวยแบบยั่งยืนของชายอัจฉริยะผู้เอาชนะทั้งตลาดหุ้นและลาสเวกัสด้วย “สมการคณิตศาสตร์”
ถ้ามีใครสักคนที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “เราสามารถเอาชนะทั้งเกมคาสิโน เกมตลาดหุ้น และเกมชีวิตได้จริง” คนคนนั้นคือ Ed Thorp ชายผู้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และวิธีคิดเฉียบคม เปลี่ยนความน่าจะเป็นให้เป็นโอกาส
บทความนี้ถอดบทเรียนมาจากบทสนทนาระหว่างเขาและทิม เฟอร์ริส (Tim Ferriss) ผู้เขียนหนังสือ The 4 Hour Workweek ที่ ธอร์ปไม่ได้พูดแค่ “กลยุทธ์ลงทุน” แต่สอนวิธีคิดแบบเดียวกับที่ทำให้เขาไม่เพียงแค่รวย แต่ยังใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน มีสติ และมีคุณค่าต่อคนรอบข้าง
[ 5 บทเรียนของ Ed Thorp ที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณคิดใหม่ ]
📍1. อย่ายึดติดกับภาพระยะสั้น จนพลาดภาพใหญ่ที่คุ้มค่ากว่า
ธอร์ป เล่าเรื่องเพื่อนคนหนึ่งที่พลาดโอกาสครั้งใหญ่ เพราะมองแค่ราคาบ้านวันนี้ ช่วงปี 1989 - 1990 เพื่อนของเขาอยากขายบ้านราคา 3.25 ล้านเหรียญ แต่ตอนนั้นตลาดอสังหาฯ เป็นขาลง มีคนเสนอซื้อที่ 3 ล้านเหรียญ Thorp แนะนำให้ขาย แล้วเอาเงินไปลงทุนในหุ้น เพราะตลาดหุ้นมีโอกาสโตมากในทศวรรษนั้น
แต่เพื่อนเขาเลือก…รอ
ผลคือ ต้องรออีก 10 ปี ถึงจะขายได้ในราคาที่ต้องการ และเสียโอกาสในการทำกำไรในหุ้นที่อาจเติบโตไป 2–3 เท่าของเงินต้น หรือราว 6–8 ล้านเหรียญ
นี่คือบทเรียนคลาสสิกของ “การคิดระยะสั้น” ที่ทำให้ต้นทุนโอกาสสูงลิ่ว
📍2. การกลัวการเปลี่ยนแปลงทำให้คนทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแย่ๆ
เฟอร์ริส ได้ถาม ธอร์ป ตรงๆ ว่า
“ทำไมคุณคิดว่าคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเวลาลงทุน ถึงแย่กับการมองการณ์ไกลได้ไม่ดี?”
ธอร์ป อธิบายว่า คนส่วนใหญ่ โฟกัสกับสิ่งรอบตัวในทันที และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ มากกว่าที่จะมองไปข้างหน้า เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า…
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จัก เป็นทนายความที่เก่งมาก เธอทำงานหนักและทุ่มเทกับสิ่งดีๆ ที่อยากสร้างให้สังคม แต่…องค์กรนั้นกลับบริหารจัดการได้แย่มาก และเธอก็กลายเป็นเหมือน “เหยื่อ” ของความล้มเหลวจากการจัดการ
สำหรับคนนอกอย่างเขา เขามองแล้วรู้สึกว่า มันชัดเจนมากว่าเธอควรเอาความสามารถไปใช้ในที่ที่เหมาะสมกว่านี้ แต่สำหรับเจ้าตัวเอง การจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกลับเป็นเรื่องยากมาก เพราะมันไม่สบายใจ มันฝืนธรรมชาติของเธอ
ธอร์ป บอกอีกว่า เวลาเราดูสถานการณ์ของเพื่อนหรือคนรู้จัก เรามักจะ “มองเห็นภาพใหญ่” ได้ดีกว่า และคิดว่าเขาควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง เรากลับมองไม่ออก หรือรู้สึกกลัวที่จะทำ
📍3. ตัวเลขก็หลอกเราได้ ถ้ารู้ไม่เท่าทัน
ในโลกที่ข่าวเต็มไปด้วยเปอร์เซ็นต์และสถิติที่ทำให้เข้าใจผิด ธอร์ปแนะให้เราเป็นคนที่รู้เท่าทันตัวเลข (numeracy) เช่น “ค่าเฉลี่ย” ไม่ได้บอกทุกอย่าง เขายกตัวอย่าง ถ้า Elon Musk เดินเข้าบาร์ ค่าเฉลี่ยความรวยของคนทั้งร้านจะพุ่งขึ้นหลายพันล้านทันที ทั้งที่ “การกระจาย” จริงไม่ได้เปลี่ยน
เขาแนะนำ 2 วิธีง่ายๆ
✅ เรียนรู้สถิติเบื้องต้น เช่น หนังสือ Schaum’s Outline of Statistics
✅ ฝึกคำนวณในใจ เช่น ใช้ Rule of 72 (สูตร 72 ÷ อัตราดอกเบี้ย = ระยะเวลาที่เงินจะโตเป็นสองเท่า)
และอย่าลืมพลังของการทบต้น… เลิกบุหรี่วันละ 15 ดอลลาร์ อาจแปลเป็นเงินครึ่งล้านใน 60 ปีได้
📍4. ถือยาวแม้จะเป็นวิธีที่ดี แต่มันก็อาจไม่เหมาะกับทุกคน
กลับมาที่เรื่องเพื่อนของธอร์ป ทิมถามกับเขาว่าถ้าวันนั้นเพื่อนคนนั้นจะเอาเงินขายบ้านไปลงทุน และในที่สุดตลาดหุ้นก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งตลาดแย่ๆ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ เขาจะแนะนำการตัดสินใจอย่างไร?
คำตอบของ ธอร์ป สรุปได้เป็น 2 หลักคิดสำคัญ
👉เตือนให้เตรียมใจไว้ก่อนว่า…มันจะไม่ราบรื่น
ถ้าคุณเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ “มีความเสี่ยง แต่มีโอกาสดีในระยะยาว” คุณต้องรู้ไว้เลยว่า
“ระหว่างทางคุณจะถูกเขย่าแรงหลายครั้ง” ตลาดจะผันผวนหนักเป็นช่วงๆ คุณต้องพร้อมที่จะถือครองไปให้นานพอ เพื่อ “ข้ามหลุมบ่อ” เหล่านั้นไปให้ได้
👉 ถามว่ารอไหวแค่ไหน?
ธอร์ป บอกว่า คำแนะนำเรื่องการถือยาวนี้ เหมาะกับคนที่มีฐานะมั่นคงพอสมควร ยกตัวอย่างเพื่อนเขา อายุราว 50 ปี ยังมีงาน มีสินทรัพย์อื่นๆ ต่อให้ตลาดหุ้นตก 50% เขาก็ยังรอได้ เพราะไม่มีแรงกดดันให้ต้องขายทันที
คนส่วนใหญ่ที่มีเงินทุนน้อย มักถูก “บังคับให้ตัดสินใจทันที” และมักเป็นทางเลือกที่ไม่ดี ถ้ายังไม่ต้องใช้เงินในอีกหลายปี คุณก็มีสิทธิ์ลงทุนยาวได้สบาย แต่ถ้าเงินก้อนนั้นคือเงินเกษียณ หรือเงินใช้จ่ายประจำวัน คุณต้อง “ระวังให้มาก” ต้องวางแผนให้มันอยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่เสี่ยงเกินจนกระทบชีวิต
[ 🔍 นี่คือเหตุผลที่นักวางแผนการเงินส่วนใหญ่แนะนำให้เรา DCA และลืมบัญชีลงทุนนั้นไปเลย ]
📍5.สุขภาพที่ดีและการรู้จักพอนั้นสำคัญเสมอ
ใน Podcast แม้ธอร์ปจะมีอายุถึง 89 ปี แต่เขาก็ยังดูสดใสเหมือนคนอายุ 60 ธอร์ปได้แบ่งปัน ปรัชญาการดูแลสุขภาพแบบป้องกันไว้ก่อนโดยการ
- รู้จักตัวเองผ่านการวัด เขาชั่งน้ำหนักทุกเช้าและจดบันทึกจนติดเป็นนิสัย วิธีนี้ช่วยปรับพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว เขารักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วง 151 - 158 ปอนด์สม่ำเสมอ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็น “รูปร่างแอปเปิ้ล” (ลงพุง) เขาจึงระวังเรื่องอาหารและกิจกรรมเป็นพิเศษ
- หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น เช่น ในช่วงที่มีโควิด เขาก็ต้องหลีกเลี่ยงการพบคน ไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือที่เขายกแนวคิดของ Milton Friedman มาก็คือการไม่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อประหยัด 20 วินาทีในการข้ามถนนในนิวยอร์ก
- ลดความเครียด เขาผ่อนคลายด้วยการฟังเพลง (คลาสสิก แจ๊ส เพลงเก่า) และเดินเล่นปล่อยใจคิดอย่างอิสระ (เขาชอบเดินไกลอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง เข้ายิมอาทิตย์ละ 2 ครั้ง))
- ใช้ “scrap time” ให้คุ้มค่า ธอร์ปบัญญัติคำนี้ขึ้นมาเอง หมายถึงการใช้เวลาว่างเล็กๆ ให้เป็นประโยชน์ เช่น บริหารคอ-ไหล่ตอนติดไฟแดง หรือยืดเส้นยืดสายขณะรอหมอ เปลี่ยนช่วงเวลาน่าเบื่อให้กลายเป็นโอกาสดูแลตัวเอง
- จงมีสิ่งที่คนรวยไม่ค่อยมี — ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์เขาบอกว่า เขามีสิ่งที่คนที่รวยมหาศาลไม่มี แม้ว่าชายคนนั้นจะมีรถหรู มีเครื่องบิน วิลล่าและนางแบบสาวๆ แต่สิ่งที่เขาคนนั้นไม่มีแบบเขาก็คือ “การมีพอแล้ว (I have enough)”
สรุป: การตัดสินใจการเงินที่ดี ไม่ได้มาจากการเดาอนาคตถูก แต่มาจากความพร้อมที่จะอดทนกับความไม่แน่นอน และอยู่ในเกมให้นานพอ
ที่มา:
Ed Thorp on How to Think for Yourself, How to Be Inner-Directed, and The Dangers of Investing Fads
https://youtu.be/gs39QFYIbBY?si=uHpvezQMtyoLlFVL
หนังสือ "A Man For All Markets : เทรดเดอร์อัจฉริยะ ผู้เอาชนะเวกัสและวอลสตรีท"
สั่งซื้อได้ที่
https://investing.in.th/product/9786169449393
#aomMONEY #EdThorp #การเงิน #การเงินส่วนบุคคล #หลักการลงทุน
3 บันทึก
2
3
3
2
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย