31 ก.ค. 2025 เวลา 05:41 • ประวัติศาสตร์

ประวัติ เขื่อนรัชชประภา

เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเดิมว่า "เขื่อนเชี่ยวหลาน" เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ และเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี พ.ศ. 2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในปี พ.ศ. 2531
ประวัติการก่อสร้างและเปิดใช้งาน:
* เริ่มก่อสร้าง: วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525
* แล้วเสร็จ: เดือนกันยายน พ.ศ. 2530
* เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2530
ที่มาของชื่อ "รัชชประภา":
หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานนามให้ใหม่ว่า "เขื่อนรัชชประภา" ซึ่งมีความหมายว่า "แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร" (Light of the Kingdom)
ลักษณะและประโยชน์:
เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนประเภทหินทิ้งแกนดินเหนียว สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสงที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่:
* การผลิตไฟฟ้า: มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังผลิตรวม 240,000 กิโลวัตต์
* การชลประทาน: ช่วยในการเพาะปลูกพืชบริเวณสองฝั่งแม่น้ำท้ายเขื่อน ทั้งการทำนาปรังและพืชฤดูแล้ง.
* การบรรเทาอุทกภัย: ช่วยกักเก็บน้ำในฤดูฝน ลดความรุนแรงของภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่าง
* การเจือจางน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม: ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำในลำน้ำตาปีและพุมดวง
* การประมง: เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และจับสัตว์น้ำจืด
* การท่องเที่ยว: ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาหินปูนที่โอบล้อมอ่างเก็บน้ำ ทำให้ได้รับฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้
โฆษณา