3 ส.ค. 2025 เวลา 03:48
ชุมชนตลาดใหญ่ ตะกั่วป่า

ตะเกียงงานกินผัก

ในสมัยตอนเด็กๆ มักชอบมองตะเกียงที่อยู่บนเสาโกเต้งอยู่เสมอ ว่ามันจะมีไฟดับบ้างมั้ย แล้วก็เก็บความสงสัยของเด็กน้อยอยู่ในใจว่า ทำไมนะ ไฟในตะเกียงจึงไม่ดับ โดนทั้งลม ทั้งฝน หรือว่ามันดับแล้วเราไม่รู้ ก็พยายามสังเกต อยู่อ๊ามจนดึกเพื่อคอยมองว่า มีดับบ้างมั้ย แถมยังตระเวนไปดูอ๊ามอื่นอีกต่างหาก...
กาลเวลาผ่านไป ทำให้รู้ความหมายของตะเกียงว่า ตะเกียงเหล่านี้ จุดแล้วจะไม่ดับตลอดงานกินผัก และจะไม่มีใครทำให้มันดับลงไปจนกว่ามันจะดับลงไปเอง หลังจบงาน ก็ได้คนเฒ่าคนแก่ในอ๊ามนี้แหละเล่าให้ฟัง
ตะเกียงกินผักเมื่อก่อนจะต้องเอามาจากปีนัง หรือทำกันแบบง่ายๆ กันเองด้วยภูมิความรู้โพ้นทะเล ใช้ด้ายแช่น้ำมัน แก้ว (กินโก้ปี้) น้ำมันมะพร้าว เคี่ยวกันเองก่อนงานกินผัก
ต่อมาตะเกียงพวกนี้ก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา มีคนตะกั่วป่าคนหนึ่ง ได้เข้ามาเรียนรู้ วิธีการทำงานของตะเกียง การป้องกันลม ป้องกันฝน วัสดุที่ใช้มี รูปร่างหน้าตา อันเป็นเอกลักษณ์ โดยศาสตร์ความรู้ที่ได้มาจาก อ๊ามเหนือ อ๊ามที่มีการกินผักเก่าแก่ทึ่สุดของอำเภอตะกั่วป่า วัสดุที่ใช้ ณ สมัยนั้น ยังคงมีความโบราณเก่าเก็บ แกได้ปรับปรุงคุณลักษณะ ต่างๆ จนได้คุณภาพที่สามารถทนลม ทนฝนของเมืองตะกั่วป่าได้ และยังคงอนุรักษณ์รูปร่างของ ตะเกียงไว้ได้อย่างดี
ขอบคุณที่ยังคงมีคนในเมืองตะกั่วป่ายังสามารถทำตะเกียงแบบนี้ได้ “ร้านณรงค์ การช่าง ตะกั่วป่า”
แล้วพบกันงานกินผักคืน วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ตะเกียงทั้ง 9 จะสว่างไสวอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
นายนุ
โฆษณา