5 ส.ค. 2025 เวลา 10:57 • ประวัติศาสตร์

‘รถไฟใต้ดินสายแรกของโลก’ การเดินทางเปลี่ยนยุคในมหานครลอนดอน

รู้หรือไม่ รถไฟใต้ดินสายแรกของโลกเกิดขึ้นที่ลอนดอน เมื่อกว่า 160 ปีก่อน ในยุคที่เมืองยังเต็มไปด้วยม้ารถลากและควันถ่านหิน
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 ลอนดอนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของโลก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานจนเมืองแน่นขนัด ท้องถนนเต็มไปด้วยรถม้า รถลาก ฝุ่น ควัน กลิ่นเหม็น และการจราจรติดขัดระดับตำนาน
การเดินทางแต่ละครั้งในเมืองใหญ่จึงทั้งช้า ทั้งอึดอัด และเสียงดังจนน่าปวดหัว
ในช่วงปี 1850 นักวางแผนเมืองและวิศวกรอังกฤษเริ่มคิดหาวิธีแก้ปัญหาจราจรติดขัด จึงเกิดแนวคิด “ขุดอุโมงค์รถไฟ” ใต้พื้นดินเพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางข้ามเมืองได้โดยไม่ต้องไปแออัดบนถนน ฟังดูบ้ามากในยุคนั้น เพราะการขุดอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้เมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ถนน และแม่น้ำ ต้องใช้เทคโนโลยีและความกล้าหาญแบบสุดขีด
รถไฟใต้ดินสายแรกของโลก หรือที่เรียกว่า “The Underground” (ภายหลังกลายเป็นชื่อเล่นว่า “Tube”) เริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1863
เส้นทางแรกเชื่อมระหว่างสถานี Paddington กับ Farringdon ความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร รถไฟใช้พลังงานไอน้ำ วิ่งผ่านอุโมงค์ที่ขุดอยู่ใต้ถนนใจกลางกรุงลอนดอน
ภาพวาดสถานีรถไฟใต้ดิน ปี1863
ช่วงแรกผู้คนทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัว มีเสียงคัดค้านมากมาย กลัวอุโมงค์ถล่ม กลัวขาดอากาศหายใจ กลัวเจอผีใต้ดิน แต่พอรถไฟเปิดจริง มีผู้โดยสารล้นหลามเกินคาด วันแรกที่เปิด มีคนใช้บริการถึง 38,000 คน!
อุโมงค์แรก ๆ สร้างแบบ “cut and cover”—ขุดถนน เปิดหลุมใหญ่ สร้างอุโมงค์ แล้วกลบดินคืน รถไฟใช้หัวรถจักรไอน้ำ (ซึ่งมีควันและไอร้อนในอุโมงค์) ไม่นานก็มีเสียงบ่นเรื่องกลิ่นควันในอุโมงค์ แต่นี่คือจุดเริ่มของระบบขนส่งที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์
เมื่อเทคโนโลยีไฟฟ้ามาถึง รถไฟใต้ดินลอนดอนก็เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแทนไอน้ำ อุโมงค์ก็ถูกเจาะลึกขึ้น กลายเป็นเส้นทางที่ซับซ้อนมากขึ้น ระบบ “Tube Map” แผนที่รถไฟใต้ดินที่เห็นได้ในทุกสถานีทุกวันนี้ ก็เกิดขึ้นครั้งแรกที่นี่ (และกลายเป็นต้นแบบให้กับเมืองใหญ่ทั่วโลก)
โฆษณา