6 ส.ค. เวลา 13:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปประเด็นสำคัญ งานสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ The Future of Wealth Unlocking Alternatives Opportunities

โอกาสการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตลงทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ สินทรัพย์นอกตลาด การลงทุนในสิทธิ (Private Asset) และเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund)
ทั้งนี้ คาดการณ์มูลค่าการลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก จะเติบโตเป็น 60 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 10 ปี
มีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง สรุปมาให้แล้วจากงานสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ The Future of Wealth Unlocking Alternatives Opportunities ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / การลงทุนใน Private Market และ Hedge Fund สำหรับนักลงทุน Ultra High Networth เท่านั้น / กองทุน/ผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือใช้บริการกองทุนรวม/ผลิตภัณฑ์ตลาดทุนทั่วไป
ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนทำการลงทุน” และ “การลงทุนในกองทุน/ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่มีปัจจัยอ้างอิง (underlying asset) และ
กำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงดังกล่าว /กองทุน/ผลิตภัณฑ์ตลาดทุนที่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
The Wealth Vision: Investing in Tomorrow
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวในหัวข้อสัมมนา The Wealth Vision: Investing in Tomorrow ว่า
ในฐานะกิจการนอกตลาดที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) มองว่า จุดเด่นของนักลงทุนที่คัดเลือกกิจการนอกตลาดได้ดี คือ มีความชัดเจนว่าต้องการลงทุนในกิจการลักษณะใด โดยกรณีที่กิจการนั้นยังไม่มีรายได้ จะพิจารณา Valuation จากข้อมูลอื่นที่ไม่ใช่งบการเงิน เช่น กรณีช่วงเริ่มต้นธุรกิจ Wongnai ผู้ลงทุนพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งาน จำนวนการรีวิว จำนวนร้านอาหารในระบบ และพิจารณาแนวคิดของทีมบริหาร
แนวทางการเลือกผู้บริหารเงินลงทุนในกิจการนอกตลาดที่ดี นักลงทุนจะพิจารณา 2 ความเสี่ยงหลัก ได้แก่
1. Market Risk เลือกธุรกิจที่ตลาดพิสูจน์แล้วว่ามีความต้องการจริง เช่น โมเดล Food Review ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก (Yelp, Tabelog, OpenRice) สะท้อนว่าไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยั่งยืน
 
2. Execution Risk ดูความสามารถของทีมบริหารในการปฏิบัติตามแผน เช่น การเพิ่มผู้ใช้งาน การวางกลยุทธ์ และการควบคุมต้นทุน
ในส่วนของประเทศไทย โอกาสการลงทุนในกิจการนอกตลาด มีอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มากกว่ากลุ่มเทคโนโลยี ที่ตลาดมีผู้นำหลักแล้ว โดยกลุ่ม SME มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งค้าปลีก ความงาม บริการ และอาหาร
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Mastering Private Assets: Strategies for Sustainable Growth
Sunnie Yun, Head of Private Wealth Southeast Asia and Korea, Partner Group Singapore กล่าวในเสวนาหัวข้อ Mastering Private Assets: Strategies for Sustainable Growth ​ว่า
- การลงทุนในกิจการนอกตลาด (Private Markets) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพียงประมาณ 5,000 บริษัท แต่กลับมีกิจการนอกตลาดมากกว่า 2 ล้านบริษัท แสดงให้เห็นว่าขณะที่ในตลาดหุ้นมีการแข่งขันที่ดุเดือด กิจการนอกตลาดกลับเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบ และมีพื้นที่ให้ธุรกิจเติบโตได้อีกมาก
- ด้วยศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในระดับสูง ประกอบกับความผันผวนที่ต่ำกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิม ทำให้ Private Markets เป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ประเภทนี้ได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและโครงสร้างทางการเงินที่พัฒนาไปมาก ทำให้ใช้เงินลงทุนน้อยลง และไม่จำเป็นต้องถือครองในระยะยาวเหมือนในอดีต
- หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ Royalty Investment หรือการลงทุนในค่าสิทธิ์จากทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์เพลง สิทธิบัตรยา หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามตลาดหุ้นหรือตราสารหนี้ และยังสามารถรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้ดี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาแหล่งรายได้มั่นคงในระยะยาว โดยควรกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในพอร์ตการลงทุน
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
Mastering Private Assets: Strategies for Sustainable Growth
Samantha Lin, CFA, Director, Alternatives, Franklin Templeton Core Asia กล่าวในเสวนาหัวข้อ Mastering Private Assets: Strategies for Sustainable Growth ว่า
• ท่ามกลางความผันผวนของตลาดและความไม่แน่นอนในระบบการเงินโลก นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจการลงทุนใน Private Equity Secondary ผ่านตลาดรองมากขึ้น
• การลงทุนลักษณะนี้ คือการเข้าซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน PE ที่มีอยู่แล้วจากนักลงทุนเดิม เช่น บริษัทประกันภัย กองทุนบำเหน็จบำนาญ หรือมูลนิธิ
• นักลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนเหล่านี้ได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Discount) ซึ่งเป็นจุดแข็งของกองทุน Franklin Templeton
• ส่วนลดจากราคานี้ช่วยลดความเสี่ยงขาดทุน (Cushion) และเป็นจุดเริ่มต้นการลงทุนที่ได้เปรียบ
• จุดเด่นอีกประการคือช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “J-Curve Effect” เนื่องจากลงทุนในช่วงที่กิจการเริ่มมีกระแสเงินสดแล้วนักลงทุนจึงสามารถเริ่มรับ Early Cash Distribution ได้เร็วกว่าการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจในสินทรัพย์ดั้งเดิม
• ความแตกต่างระหว่างผู้จัดการกองทุนอยู่ที่ 2–3% แต่ใน Private Assets ความแตกต่างอาจสูงถึง 20% ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของผู้จัดการกองทุนกองทุน Franklin Lexington PE Secondaries Fund ที่บริหารโดย Lexington Partners มี Target Return อยู่ที่ 11–13% ต่อปี มุ่งเน้นผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืน
• แม้ PE Secondary จะมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง แต่กองทุนถูกออกแบบให้เหมาะกับนักลงทุนทั่วไปเปิดรับซื้อหน่วยลงทุนได้ทุกเดือนเปิดขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกไตรมาส
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า
เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
The Hedge Fund Edge: Navigating Uncertainty with Confidence
Edwin Chan, Managing Director, Head of Client Solutions APAC, iCapital กล่าวในเสวนาหัวข้อ The Hedge Fund Edge: Navigating Uncertainty with Confidence ว่า
• Hedge Fund คือเครื่องมือการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้กลยุทธ์หลากหลายเหนือกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิม (Traditional Asset)
• จุดเด่นของ Hedge Fund คือ สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในทุกภาวะตลาด พร้อมลดความผันผวนและความเสี่ยงของพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• หากนักลงทุนเพิ่มสัดส่วน Hedge Fund เข้ามาในพอร์ตที่เน้นหุ้นและตราสารหนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน และลดความผันผวนของพอร์ตพร้อมกัน
• ปัจจุบัน ตลาดกลับเข้าสู่ช่วงที่หุ้นและตราสารหนี้มีความสัมพันธ์เชิงบวกอีกครั้ง ทำให้การกระจายความเสี่ยงแบบเดิมไม่เพียงพอ Hedge Fund จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสมดุลและเสถียรภาพให้กับพอร์ตลงทุน
• ในอดีต Hedge Fund จำกัดเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบัน แต่ปัจจุบันแพลตฟอร์ม iCapital ได้พัฒนาโครงสร้างการลงทุนให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ในไทยสามารถเข้าถึง Hedge Fund ระดับโลกได้สะดวกกว่าเดิม
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า
เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
The Hedge Fund Edge: Navigating Uncertainty with Confidence
Ling Kwok, Partner and CIO, Quantum GBL Asset Management กล่าวในเสวนาหัวข้อ The Hedge Fund Edge: Navigating Uncertainty with Confidence ว่า
• จากการศึกษาระยะยาวของการลงทุนโดย Endowment Fund ของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก พบว่า Hedge Fund ช่วยเพิ่มผลตอบแทน และลดความผันผวนของพอร์ตในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
• การจัดสรรเพียงเล็กน้อยไปยัง Hedge Fund จะสามารถ เพิ่มผลตอบแทนเฉลี่ยอีก ~1% ต่อปี ซึ่งแม้ดูน้อยแต่เมื่อทบต้นระยะยาวมีผลต่อพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ
• การลงทุนเฉพาะใน Traditional Assets ไม่สามารถรองรับทุกภาวะตลาดได้
• มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น MIT, Harvard และ Princeton ต่างใช้ Hedge Fund
เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า
เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
#SCBWEALTH #AlternativeInvestment #Investment
โฆษณา