CK ลงทุนใน ตราสารหนี้ของบริษัทจำนวนมาก ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้รัฐบาลอเมริกาที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า CK ใช้ตราสารหนี้เหล่านี้เป็นหลักประกันในการกู้เงินสกุลสวิสฟรังก์ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1%
CK นำเงินที่กู้มาได้นี้ไปลงทุนใน Private Equity เช่น KKR ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปี CK กล่าวว่า กลยุทธ์นี้ทำให้ได้ผลตอบแทนรวมประมาณ 18% ซึ่งเป็นเหมือน "เงินฟรี"
CK แนะนำว่าควรล็อกสัญญาตราสารหนี้รัฐบาลอเมริกา 10 ปี ที่ 4.5-5% ตอนนี้ เพราะอัตราดอกเบี้ยจะไม่สูงตลอดไป
CK กล่าวว่าถ้าเหลือศูนย์และมีสมองเดิม CK จะเลิกทำงานประจำ เพราะ CK มีความรู้ด้านบัญชีและการเงินที่ลึกซึ้ง CK จะเลือกบริษัทขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสูงและขาดคนเก่ง โดย CK จะขอเงินเดือนที่น้อยที่สุดแต่ขอเป็นหุ้นส่วน
CK เชื่อมั่นในตัวเองว่าจะสามารถทำให้บริษัทขาด CK ไม่ได้ภายในหนึ่งปี และหลังจากนั้นจะขอหุ้น CK มั่นใจมากในความสามารถของตนเองที่จะสร้างคุณค่าให้กับองค์กรใดก็ได้ CK คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี ในการกลับมาเท่าเดิม
“ข้อคิดปิดท้าย”
CK เน้นย้ำความที่จะผลักดันให้ความรู้ทางการเงินเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น
CK อยากให้ทุกคนช่วยกันนำเสนอข้อมูลที่มีคุณภาพ เพราะ สื่อคือห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด
CK ไม่ต้องการให้คนไทยเสพแต่ข่าวเชิงลบ แต่เปิดใจรับข้อมูลที่จะช่วยพัฒนาชีวิต