14 ส.ค. เวลา 15:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ลดคน = #หุ้นขึ้น ?

ประเทศที่นำเข้าและใช้หุ่นยนต์มากที่สุด = รวยไวที่สุด !!
อาจจะฟังดูใจร้าย แต่ต้องยอมรับว่านี่คือความจริงของโลกทุนนิยมยุคใหม่ที่เราเห็นกันบ่อยขึ้น เมื่อบริษัทใหญ่ประกาศปลดคน (Layoff) สิ่งที่ตามมาแทบจะทันทีคือ ‘ราคาหุ้นดีดตัวขึ้น’
และต่อไปหุ่นยนต์จะมาแทนที่เราได้จริงๆ และจะมีคนที่ไม่ยอมปรับตัว ตกงานอีกมาก !!
วิธีที่คนที่อยากเป็น 1% ที่รอด !
1.หยุดแข่งกับ AI แต่จงเป็น "นาย" ของมัน
งาน Routine ซ้ำๆ ซากๆ แพ้ AI แน่นอน 100% อย่าพยายามไปแข่งในเกมที่เราจะแพ้ แต่จงเรียนรู้วิธี "สั่งงาน" และ "ใช้" มันให้เป็นประโยชน์สูงสุด
🥚เปลี่ยนจาก: คนคีย์ข้อมูล → เป็น: คนเขียนสูตร/ใช้ AI ดึงและวิเคราะห์ข้อมูล
🥚เปลี่ยนจาก: กราฟิกดีไซเนอร์ที่ทำ template → เป็น: คนใช้ AI สร้างสรรค์ไอเดียภาพใหม่ๆ แล้วนำมาต่อยอด
🥚Key takeaway: คุณไม่ได้แข่งกับรถขุดดิน แต่คุณคือ "คนขับ" รถขุดดินที่เก่งที่สุด
2. ลงทุนกับทักษะที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้
มี 4 ทักษะหลักที่ AI ยังห่างไกลจากมนุษย์ และจะกลายเป็นของ ‘ราคาแพง’ ในอนาคต:
🥚ความคิดสร้างสรรค์
🥚ตั้งคำถามที่เฉียบคม การวิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติ
🥚การโน้มน้าวใจ, การเจรจาต่อรอง, การเป็นผู้นำ, การเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
🥚การรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
3. สร้าง "คุณค่า" ไม่ใช่แค่ทำงานตาม "หน้าที่" (Create Value, Don't Just Fulfill Tasks)
ถามตัวเองเสมอว่า "สิ่งที่กู! ทำในวันนี้ เครื่องจักรทำแทนได้ไหม?"
👩🏻‍🍳ถ้าคำตอบคือ "ใช่" คุณกำลังอยู่ในความเสี่ยง
👩🏻‍🍳ถ้าคำตอบคือ "ไม่" คุณกำลังสร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์
คน 1% จะไม่รอให้ใครมาสั่ง แต่จะมองหาปัญหาขององค์กรหรือลูกค้า แล้วใช้ทักษะและเครื่องมือ (รวมถึง AI) เข้าไปช่วยแก้ปัญหานั้นๆ นี่คือการเปลี่ยนตัวเองจาก ‘ลูกจ้าง’ ไปสู่ ‘ผู้สร้างโซลูชัน’
ลดคน = #หุ้นขึ้น ?
ประเทศที่นำเข้าและใช้หุ่นยนต์มากที่สุด = รวยไวที่สุด !!
อาจจะฟังดูใจร้าย แต่ต้องยอมรับว่านี่คือความจริงของโลกทุนนิยมยุคใหม่ที่เราเห็นกันบ่อยขึ้น เมื่อบริษัทใหญ่ประกาศปลดคน (Layoff) สิ่งที่ตามมาแทบจะทันทีคือ ‘ราคาหุ้นดีดตัวขึ้น’
และต่อไปหุ่นยนต์จะมาแทนที่เราได้จริงๆ และจะมีคนที่ไม่ยอมปรับตัว ตกงานอีกมาก !!
วิธีที่คนที่อยากเป็น 1% ที่รอด !
1.หยุดแข่งกับ AI แต่จงเป็น "นาย" ของมัน
งาน Routine ซ้ำๆ ซากๆ แพ้ AI แน่นอน 100% อย่าพยายามไปแข่งในเกมที่เราจะแพ้ แต่จงเรียนรู้วิธี "สั่งงาน" และ "ใช้" มันให้เป็นประโยชน์สูงสุด
🥚เปลี่ยนจาก: คนคีย์ข้อมูล → เป็น: คนเขียนสูตร/ใช้ AI ดึงและวิเคราะห์ข้อมูล
🥚เปลี่ยนจาก: กราฟิกดีไซเนอร์ที่ทำ template → เป็น: คนใช้ AI สร้างสรรค์ไอเดียภาพใหม่ๆ แล้วนำมาต่อยอด
🥚Key takeaway: คุณไม่ได้แข่งกับรถขุดดิน แต่คุณคือ "คนขับ" รถขุดดินที่เก่งที่สุด
2. ลงทุนกับทักษะที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้
มี 4 ทักษะหลักที่ AI ยังห่างไกลจากมนุษย์ และจะกลายเป็นของ ‘ราคาแพง’ ในอนาคต:
🥚ความคิดสร้างสรรค์
🥚ตั้งคำถามที่เฉียบคม การวิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติ
🥚การโน้มน้าวใจ, การเจรจาต่อรอง, การเป็นผู้นำ, การเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
🥚การรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
3. สร้าง "คุณค่า" ไม่ใช่แค่ทำงานตาม "หน้าที่" (Create Value, Don't Just Fulfill Tasks)
ถามตัวเองเสมอว่า "สิ่งที่กู! ทำในวันนี้ เครื่องจักรทำแทนได้ไหม?"
👩🏻‍🍳ถ้าคำตอบคือ "ใช่" คุณกำลังอยู่ในความเสี่ยง
👩🏻‍🍳ถ้าคำตอบคือ "ไม่" คุณกำลังสร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์
คน 1% จะไม่รอให้ใครมาสั่ง แต่จะมองหาปัญหาขององค์กรหรือลูกค้า แล้วใช้ทักษะและเครื่องมือ (รวมถึง AI) เข้าไปช่วยแก้ปัญหานั้นๆ นี่คือการเปลี่ยนตัวเองจาก ‘ลูกจ้าง’ ไปสู่ ‘ผู้สร้างโซลูชัน’
*** อนาคตไม่ได้น่ากลัวสำหรับคนที่พร้อม ***
ปรากฏการณ์ "ลดคน = หุ้นขึ้น" เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ใต้น้ำ อนาคตกำลังแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน:
กลุ่มที่ ‘ถูกแทนที่’ โดยเทคโนโลยี
กลุ่มที่ ‘ใช้เทคโนโลยี’ เพื่อสร้างความได้เปรียบ
โลกไม่ได้ใจร้าย... โลกแค่หมุนไปข้างหน้าเสมอ และมันให้รางวัลกับคนที่ปรับตัวเร็วที่สุดเสมอ
คำถามคือ... คุณเลือกที่จะเป็นคนกลุ่มไหนครับ?
โฆษณา