Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Cashury
•
ติดตาม
18 ส.ค. 2025 เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รวมคำศัพท์ที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ
หลายคนที่ติดตามอ่านข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนอยู่ตลอด คงจะเจอศัพท์ด้านเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะศัพท์เกี่ยวกับเงินเฟ้อ อาจมีคำศัพท์ที่บางคนไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ เลยทำให้อ่านข่าวทีไรก็งงๆ
วันนี้เราเลยมามัดรวมคำศัพท์เกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พบเจอบ่อยในข่าวเศรษฐกิจและการลงทุน ตามมาอ่านกัน!!
1. Cost-push inflation
คือ ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบปรับสูงขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ช่วงการระบาดของโควิด 19 โรงงานหลายประเทศถูกปิดหรือเปิดได้เพียงบางส่วน มีข้อจำกัดด้านระบบโลจิสติกส์ และกดดันต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งให้สูงขึ้น จึงทำให้ราคาสินค้าหลายชนิดปรับเพิ่มขึ้น
2. Demand-pull inflation
คือ ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการซื้อที่มากเกินกว่ากำลังการผลิต ส่งผลให้ราคาของสินค้าหรือบริการปรับสูงขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ครัวเรือนจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้าเร่งสูงขึ้นจนเกินกำลังการผลิต รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เช่น การเพิ่มขึ้นของบริการขนส่งอาหารและสินค้า จึงทำให้ราคาอาหาร ค่าเช่าบ้าน และราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการทำงานที่บ้านเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงดังกล่าว
3. Inflation expectations
คือ อัตราเงินเฟ้อที่ประชาชนคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เช่น การบริโภค ลงทุน และการกำหนดค่าจ้าง จนทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตาม
หากคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ครัวเรือนและผู้ประกอบการจะเร่งกักตุนสินค้าและวัตถุดิบ ส่งผลให้ปริมาณสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนสินค้าต่างๆ มีราคาสูงขึ้น และทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งอาจทำให้เงินเฟ้อสูงค้างนานกว่าที่ควรจะเป็น
แต่หากคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงในอนาคต ครัวเรือนและผู้ประกอบการก็จะเลื่อนการซื้อสินค้าและวัตถุดิบออกไปในอนาคต ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับลดลง เนื่องจากความต้องการสินค้าในปัจจุบันต่ำกว่าปริมาณสินค้าในตลาด และนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง
4. Hyperinflation (ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง)
คือ ภาวะที่ราคาสินค้าหรือบริการปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก (สูงกว่า 50% ต่อเดือน)
ตัวอย่างเช่น
จากที่เคยซื้อเนื้อหมูกิโลกรัมละ 100 บาท เมื่อเดือนที่แล้ว แต่เดือนนี้ต้องใช้เงิน 150 บาท (เพิ่มขึ้น 50%) สำหรับซื้อเนื้อหมูในปริมาณเท่าเดิม
5. Deflation (ภาวะเงินฝืด)
คือ ภาวะที่ระดับราคาโดยรวมในประเทศปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หดตัวลง
ในระยะแรกเงินฝืดอาจดูเหมือนเป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าในราคาถูกลง แต่ในระยะยาวเงินฝืดอาจส่งผลเสียให้ปรับลดการผลิตลง เพราะเมื่อสินค้าราคาถูกลง ผู้ผลิตก็ขาดแรงจูงใจในการผลิตสินค้า ส่งผลกระทบต่อความต้องการแรงงาน อัตราการว่างงานสูงขึ้น และรายได้ผู้บริโภคลดลง
6. Stagflation (ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ)
คือ สภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อกลับปรับสูงขึ้น
โดยคำว่า Stagflation มาจากการรวมกันของคำว่า Stagnation ที่หมายถึงเศรษฐกิจเติบโตช้าหรือไม่เติบโต (จีดีพีน้อยกว่า 2% ต่อปี) และคำว่า Inflation ซึ่งหมายถึงภาวะที่เงินเฟ้อสูง
ทั้งนี้ ไม่ได้มีตัวเลขชัดเจนว่าเงินเฟ้อต้องสูงเท่าไหร่จึงจะเกิดภาวะ Stagflation โดยจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า เงินเฟ้อและอัตราการว่างงานที่สูงกว่า 5% อาจเป็นสัญญาณของ Stagflation เพราะปกติแล้วเงินเฟ้ออ่อนๆ (ไม่เกิน 3%) มักสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว ขณะที่ Stagflation จะเป็นการประกอบกันของภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตต่ำ และอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
7. Cheapflation
คือ สินค้าราคาประหยัดปรับราคาเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่อยู่ในกลุ่ม Premium ส่งผลให้กลุ่มคนรายได้ต่ำได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมากกว่ากลุ่มคนรายได้สูง
ตัวอย่างเช่น
ราคาเนื้อไก่ในตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 17.6% แต่ราคาเนื้อไก่ในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตที่ปกติแล้วราคาแพงกว่ากลับปรับเพิ่มขึ้นเพียง 4.2% เท่านั้น
8. Greedflation
คือ ราคาสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ธุรกิจขึ้นราคาเกินความจำเป็นเพื่อเพิ่มกำไร โดยอ้างเหตุผลทางเศรษฐกิจ เช่น ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
9. Shrinkflation
คือ ผู้ผลิตปรับลดขนาดหรือปริมาณของสินค้าลง แต่ยังขายในราคาเท่าเดิม เปรียบเสมือนกับผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าในปริมาณเท่าเดิม
ตัวอย่างเช่น
ขนมคุกกี้ที่ยังคงขายในราคา 50 บาท แต่ลดขนาดจากการให้ปริมาณ 100 กรัม เป็น 85 กรัม
10. Skimpflation
คือ ผู้ผลิตลดคุณภาพของสินค้าและบริการลง เพื่อประหยัดต้นทุน แต่ยังคงขายในราคาเท่าเดิม เท่ากับว่าลูกค้าต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อของชิ้นเดิม
ตัวอย่างเช่น
ใช้แป้งปริมาณมากขึ้นในลูกชิ้นหมู เพื่อขายก๋วยเตี๋ยวที่ 50 บาทเท่าเดิม หรือข่าวในสหรัฐฯ เมื่อปี 2564 ที่ผู้บริโภคแสดงความไม่พอใจต่อบริษัทเดอะวอลท์ดิสนีย์ที่เก็บค่าตั๋วเข้าสวนสนุกในราคาเดิม แต่ลดการบริการลงโดยยกเลิกรถรับส่งระหว่างสวนสนุกกับลานจอดรถ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย
การเงิน
เศรษฐกิจ
การลงทุน
3 บันทึก
4
2
3
4
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย