20 ส.ค. 2025 เวลา 04:52 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่องสั้น "หลังคารั่ว"

หลังคารั่ว*
1
ยามเช้ามืด ปลายฤดูฝน ถนนกาญจนวนิชเงียบเหงา ผู้คนยังไม่ออกจากบ้านมากนัก หลอดไฟสีส้มแขวนดวงเรียงรายบนเกาะกลางถนน ส่องแสงฉาบทาพื้นถนนสีดำเจิดจ้า ดวงตะวันเพิ่งโผล่พ้นเชิงเขารูปช้าง แสงแดดยังไม่ค่อยสว่าง
หมาจรจัดสามตัวกำลังคุ้ยเขี่ยถังขยะสีเขียวที่ล้มบนทางเท้า เศษปฏิกูลเกลื่อนพื้นถนน เหม็นคลุ้ง หลังจากพนักงานเก็บขยะของ อบต. เคลื่อนรถสีส้มขนาดใหญ่ จากไปไม่นาน
แสงแดดอ่อนไล่แสงสีส้มลี้หายไปสิ้น หมาเถื่อนสีดำเงยหน้าจากถังขยะมองมาทางผมซึ่งสภาพเหมือนจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ กำลังเข้าไปใกล้พวกมัน ผมจ้องหมาตัวนั้นเขม็ง มือขวาถือไม้หน้าสามขนาดลำแขน เขวี้ยงใส่พวกมันอย่างสะใจ
เอ๋งๆๆ หมาทั้งสามตัววิ่งหนีกระเจิง ฮ่า ๆ ผมหัวร่อชอบใจ พลางตะโกน “นี่แหวะโว้ย ชีวิต กูเพิ่งถูกคนไล่ยังกะหมา ตอนนี้กูก็ได้ไล่หมาเหมือนกันแล้วโว้ย”
2
ห้องแถวชั้นเดียวที่ผมเช่าพักราคาไม่แพงนัก พอเหมาะกับสภาพ ประมาณสี่คูณหกตารางเมตร ป้าพันเจ้าของห้องเช่าไม่ให้สิ่งอำนวยความสะดวกแก่การพักอาศัยไว้เลย แต่ห้องผมก็รกรุงรัง อุปกรณ์การเรียน หนังสือ คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป เครื่องเสียง ทีวี กระติกน้ำร้อน แปรง สี พู่กัน โต๊ะ เก้าอี้ ไม้ที และอีกจิปาถะ กองสุมกลาดเกลื่อน เหมือนคนบ้าสะสมฟาง ไม่เคยมีความคิดและเวลาที่จะจัดให้เรียบร้อย
อันที่จริงเวลาผมพอมี วันๆไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่อารมณ์ขี้เกียจมีเยอะเหลือเกิน หากจะหาแม่ศรีเรือนมาช่วยดูแลห้อง สาวที่ไหนจะมาสนคนอย่างผม ค่าเช่าห้องเพียงเดือนไม่กี่บาท ผมยังไม่มีปัญญาจ่ายเลย
ผมกินมาม่าแก้หิว ตามด้วยกาแฟสองถ้วย กะว่าจะไม่นอนทั้งคืน ต้องรีบทำศิลปนิพนธ์ให้เสร็จทันส่งอาจารย์พรุ่งนี้เช้า
ตกดึก ฝนลงเม็ดอย่างหนัก คลายความร้อนในใจไปได้บ้าง แต่อนิจจาหลังคาห้องพักของผมรั่ว น้ำตกลงมานองเต็มพื้น เปรอะเปื้อนภาพวาด กับหนังสือสุดรักเปียกชื้นไปหลายเล่มแล้ว ทำไงดีล่ะ งานยังไปไม่ถึงไหน จะออกไปบอกป้าพันให้มาแก้ปัญหาให้ก็กระไรอยู่ อุตส่าห์หลบหน้าป้ามาหลายวัน ค่าเช่ายังไม่จ่ายแกเลย อยู่ๆหลังคามั่นรั่วได้ไงนะ พระเจ้าใจร้ายต่อกระผมซะจริง คงต้องปีนขึ้นไปอุดรูรั่วด้วยตัวเองซะแล้ว
ผมวางเท้าบนขื่อผนังกั้นห้องน้ำ มือซ้ายเกาะคานแน่น มือขวาพยายามใช้ดินน้ำมันอุดรูรั่ว พลัน ผมได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของชายหญิงจากห้องข้างๆ ตอนค่ำผมเห็นทั้งคู่เดินหายเข้าไปในห้องนั้น ป่านนี้ยังไม่หลับกันอีก หรือว่า พวกเขากำลัง...
เปรี้ยง ! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ผมตกใจสะดุ้งเกือบตกลงไปข้างล่าง ผนังกั้นระหว่างห้องไม่มี ฝ้าเพดานปิดกั้นไว้ เหลือช่องพอให้ชะโงกหัวข้ามไปมาได้ แต่อย่าดีกว่า ผมหักห้ามใจ พยายามเอาชนะสิ่งยั่วยุ ท่อง “ตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง” เรื่องของหญิงชายสองคน ไม่เกี่ยวกับผม ดีไม่ดี พระเจ้าจะลงโทษให้ฟ้าผ่าผมตายไปซะเปล่าๆ งานของผมตอนนี้คือซ่อมหลังคาให้เสร็จ แล้วเร่งทำงานที่ค้างส่งอาจารย์ให้ทันเวลา
“คุณ! คุณกำลังทำอะไร” ป้าพันยืนพูดอยู่ข้างนอก มองเข้ามาทางหน้าต่าง
“แอบมองคนข้างห้องใช่ไหม ลงมาซะดี ๆ จับได้คาหนังคาเขา ดีนะที่ชั้นเข้ามาตอนนี้พอดี ไม่เคยคิดเลยว่า นักศึกษาอย่างคุณจะมีนิสัยทุเรศอย่างนี้ ไอ้นักศึกษาโรคจิต ออกไปให้พ้นจากห้องของชั้นได้แล้ว ค่าเช่าห้องก็ค้างไว้ตั้งหลายเดือน เห็นเป็นนักศึกษาหรอกนะที่ให้ค้างได้ แต่เมื่อแกเป็นคนเลวอย่างนี้ ชั้นคงให้อยู่อีกต่อไปไม่ได้”
“ผม...ผมเปล่าทำนะป้า” ผมพูดตะกุกตะกัก เสียงฟ้ายังคำรามลั่น
“หยุด ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เก็บเสื้อผ้าของแกออกไป ส่วนข้าวของอย่างอื่น ชั้นต้องยึดไว้แทนค่าเช่าที่แกยังไม่จ่าย หวังว่าถึงตอนเช้าชั้นจะไม่เห็นหน้าแกอีกต่อไป ไม่งั้นชั้นจะแจ้งตำรวจ ไอ้นักศึกษาโรคจิต เด็กอย่างแกจะเป็นอนาคตของชาติได้ยังไง เรียนจบคงกลายเป็นตัวปัญหาของสังคม การศึกษาไม่ได้เสี้ยมสอนแกเลยล่ะซิ ออกไปได้แล้ว”
ป้าพันพ่นคำผรุสวาทออกมาเหมือนคนต่อยหอยแข่งกับเสียงฟ้าลั่น แกพร่ำด่าใส่ผมเป็นชุด เกินที่เด็กอ่อนต่อโลกอย่างผมจะทนได้ ผมไม่มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหาเลย คนห้องข้างๆได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ออกมามุงดู เมื่อรับรู้เรื่องราวจากปากคำของป้าพัน พวกเขาทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยาน มองผมด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เหมือนจะร่วมกันขับไล่ผมด้วยแววตา ชายคนที่ผมแค่ได้ยินเขาจู๋จี๋กับผู้หญิงหวิดจะเข้ามาตะบันหน้าผม ดีที่ป้าพันรั้งไว้ได้ก่อน
ผมรีบเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเท่าที่จำเป็นและเท่าที่ป้าพันจะอนุญาต เดินคอตกออกจากห้อง ฝนยังกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย คล้ายจะซ้ำเติมนักศึกษาดวงตกอย่างผมให้เลวร้ายลงอีก ฟ้ายังคำรามลั่นดั่งเสียงหัวเราะเยาะจากพระเจ้า
มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแท้ๆ ผมแค่ต้องการซ่อมหลังคาที่มันรั่วเท่านั้น
3
ฟ้ายามเช้า หลังฝนหยุดสดใสขั้นเรื่อยๆ แต่ชีวิตผมยังบัดซบสิ้นดี หลังได้ระบายอารมณ์ใส่หมาจรจัดไม่มีทางสู้แล้ว ผมเดินเข้าในตู้โทรศัพท์ข้างป้ายรถเมล์ หยอดเหรียญบาทโทร.หาเพื่อน เช้าๆอย่างนี้ไอ้เพื่อนเฮงซวยยังไม่ตื่น มันไม่รับซักที ขณะผมรอฟังเสียงปลายสาย พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นชายหญิงคู่เมื่อคืน ยืนคุยกับป้าพันหน้าร้านข้าวต้ม ผมรีบเอากระเป๋าปิดบังใบหน้า แอบอยู่ในตู้โทรศัพท์อย่างหมาจนตรอก พวกเขาแยกกับป้าพัน เดินมาหยุดยืนที่ป้ายรอรถเมล์ ใกล้ตู้โทรศัพท์ที่ผมอยู่
ซวยจริง ๆ นี้ผมยังหนีมันไม่พ้นอีกเหรอเนี้ย โอ้ ! พระเจ้า
ผมเงี่ยหูฟัง ผู้ชายพูดว่า “พี่ให้ค่าตัวน้องสองเท่าเลย คราวนี้ป้าพันให้พี่มาเยอะ แกคงได้เงินจากการขายข้าวของ ของนักศึกษาคนนั้นมากอยู่ อุปกรณ์การเรียนแพง ๆ ทั้งนั้น แปลกที่ไอ้น้องคนนั้นมีเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียนต่างๆมากมาย แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง
ป้าพันทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว ทำเป็นใจดีหลอกให้นักศึกษาค้างค่าเช่าได้แล้วค่อยรวบหัวรวบหางทีหลัง พี่นับถือแกจริง ๆ อุตส่าห์วางแผนซะแยบยล ลงทุนจ้างพี่ให้มาไล่นักศึกษาหน้าโง่ งานง่าย ๆ เงินดี ๆ แบบนี้ พี่จึงมีเงินค่าตัวน้องอยู่เสมอไงล่ะ เหมือนได้ขึ้นสวรรค์สองต่อ เมื่อคืนฟ้าฝนยังเป็นใจตกลงมาให้เราสองคนไดขึ้นสวรรค์ด้วยกันอย่างชุ่มฉ่ำหัวใจ พระเจ้าช่วย จริงๆ”
ทั้งสองจูงมือกันขึ้นรถเมล์จากไป ผมทรุดเข่าลงนั่งติดพื้นตู้โทรศัพท์
โห คุณป้ามหาภัย ทั้งหมดมันเป็นการทำธุรกิจบนการศึกษาของชาติ ชัดๆ ผมรำพันในใจอย่างเจ็บปวด ยังลังเลอยู่ว่าจะโทร.แจ้งตำรวจดีหรือไม่.
...
*ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน จุดประกายวรรณกรรม หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ 14 พฤษภาคม 2549
โฆษณา