20 ส.ค. เวลา 16:31 • ปรัชญา
เพราะชีวิตของเราทุกคน ไม่ได้เกิดขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างโดดๆ ตั้งแต่ลืมตาดูโลก เราได้อาศัยมือของพ่อแม่ที่เลี้ยงดู ได้ครูอาจารย์สั่งสอน ได้ผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาส ได้เพื่อนและคนรอบตัวช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอ หากมองลึกลงไปทุกก้าวที่เรายืนอยู่วันนี้เต็มไปด้วยรอยเท้าของคนที่เคยอุ้มชูเราไว้ทั้งสิ้น
เพราะอย่างนั้น พระพุทธเจ้าถึงทรงสรรเสริญความกตัญญูว่าเป็นคุณธรรมที่หายาก เป็นเครื่องหมายของคนดี เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรมีติดตัวไม่ให้ขาดหาย ใครที่รู้คุณและหาทางตอบแทนคุณ เรียกว่าเป็นผู้ไม่ลืมรากเหง้า แต่ใครที่เนรคุณ พระองค์ถือว่าเป็นคนอกตัญญู แต่ในทางกลับกัน ความกตัญญูก็ต้องใช้ด้วยปัญญา ไม่ใช่หลับหูหลับตาเอามารวมกับการเข้าข้างในสิ่งที่ผิด
หลายครั้งในสังคมเรา เห็นคนเอาคำว่ากตัญญูมาเป็นเหตุผลในการปกป้องความผิดของผู้มีบุญคุณ ต่อให้เขาทำผิดชัดๆ คดโกงบ้านเมือง เบียดเบียนผู้อื่น แต่กลับมีคนยกมือป้องว่า “เขาเคยช่วยฉัน” แล้วก็หาว่าใครไม่เข้าข้างคือเนรคุณ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว นั่นไม่ใช่กตัญญูหรอกครับ แต่มันคือบุญคุณบังตา
แท้จริงแล้ว ความกตัญญูต้องเดินคู่กับความถูกต้อง กตัญญูได้ แต่ต้องไม่ปิดตา กตัญญูคือการยกย่องคุณงามความดีที่เขาเคยให้เรา แต่ความจริงก็คือความจริง หากเขาทำผิดต่อส่วนรวม เราก็ต้องกล้าบอกว่านั่นคือความผิด และไม่ควรช่วยปกปิด
ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่นักปราชญ์อะไรหรอกครับ เป็นชาวบ้านคนหนึ่งที่เคยได้บุญคุณจากทั้งพ่อแม่ ครู คนรอบตัว รวมถึงนายจ้างและผู้ใหญ่ที่หยิบยื่นโอกาสให้เราเติบโต หลายครั้งชีวิตมันเดินมาได้ก็เพราะมือที่ยื่นมาช่วยจริงๆ นี่แหละ ทำให้คำว่ากตัญญูอยู่ในใจผมเสมอ ถึงแม้ว่ามันไม่ได้สร้างให้ผมร่ำรวยหรือได้รับโอกาสใหญ่โตมโหฬารอะไรก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีบุญคุณมากแล้วที่ทำให้ผมมีชีวิตปกติเหมือนอย่างทุกวันนี้ได้ เท่านี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้วครับ
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เห็นอีกด้านหนึ่งของสังคมเราที่ใช้คำว่ากตัญญูไปปนกับการเข้าข้างคนผิด
ในทางพุทธ เน้นให้ตั้งธรรมเป็นใหญ่ คือให้ความจริง ความถูกต้อง ศีลธรรม เป็นธงนำ ไม่ใช่พวกเราเป็นธงนำ เพราะถ้าพวกเราเป็นใหญ่ ความดีจะถูกลากไปตามอารมณ์และผลประโยชน์ได้ง่ายมาก
แยกคุณออกจากโทษให้เป็น เหมือนใส่น้ำคนละขัน
ผมชอบเปรียบว่าบุญคุณเหมือนน้ำใส ส่วนความผิดเหมือนโคลน ถ้าเราเทรวมขันเดียว น้ำก็ขุ่นทันที ทางที่ถูกคือใส่คนละขัน ขันหนึ่งเก็บน้ำใสไว้ดื่ม อีกขันหนึ่งยอมรับว่าเป็นโคลน ต้องวางให้ห่าง จะไปเอามาปนกันไม่ได้
คนมีบุญคุณกับเราจะดีต่อเราแค่ไหนก็ตาม ถ้าเขาทำผิดต่อส่วนรวม เราต้องกล้าบอกว่าผิด นี่ไม่ใช่การหักหลัง แต่คือการเคารพความจริงเหนือความรู้สึกส่วนตัว เราเคารพเขาในสิ่งที่เขาเคยทำดีให้เรา แต่เราไม่ขโมยความจริงไปจากสังคมเพื่อปกป้องเขา เพราะความจริงไม่ใช่สมบัติของใครคนเดียว
การกตัญญูตามพุทธ ไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าให้คนมีบุญคุณให้ไปทำอะไรก็ได้ แล้วเราต้องคอยตามเชียร์นะครับ กตัญญูคือการรู้คุณและตอบแทนคุณอย่างมีปัญญา คือใช้สติปัญญาพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกและเป็นประโยชน์จริงๆกับเขาและสังคม
บางครั้งการเข้าข้างคือการผลักคนที่เรารักให้ไกลธรรมมากขึ้น เพราะเขาจะคิดว่ามีเกราะกำบัง ทำอะไรก็ได้ไม่ต้องรับผิด นั่นคือเรากำลังทำร้ายเขาทางอ้อม แต่การเตือนด้วยความเคารพ หรือการยอมให้กระบวนการที่ยุติธรรมเดินไปตามครรลอง อาจเป็นการช่วยเขาให้กลับสู่ความถูกต้องต่างหาก
ตัวอย่างที่เราเจอกันจนชิน
ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราในงาน แต่เบื้องหลังมีการคอรัปชัน เราถูกชวนให้เงียบไว้เป็นน้ำใจ ถ้าเงียบ เราไม่ได้กตัญญู เรากำลังเอาน้ำใจไปแลกกับความมืด
ญาติช่วยเรื่องเงินตอนเราลำบาก แต่ภายหลังไปหลอกชาวบ้าน เราจะตอบแทนบุญคุณด้วยการช่วยเขาปิดข่าวหรือ การช่วยเขาหยุดทำผิดและชดใช้ความเสียหายต่างหากคือการตอบแทนที่ไม่เผาอนาคตร่วมกัน
ครูเคยสอนเราจนสำเร็จ แต่ครูไปใช้อำนาจบิดเบือนประโยชน์ของเด็กคนอื่น การบอกความจริงด้วยความเคารพและหาทางให้ระบบยุติธรรมทำงาน คือการรักษาเกียรติของคำว่าครู ไม่ใช่การทำร้ายครู
เส้นบางๆระหว่างรักกับหลง
เรารักคนมีพระคุณกับเราได้ครับ แต่ต้องไม่หลงจนยอมขายความจริง รักแท้กล้าพูดความจริง รักแท้กล้ายอมรับผิด รักแท้กล้าถอยออกจากสิ่งสกปรก ถึงจะเจ็บ แต่เป็นความเจ็บที่พาให้ทุกคนสะอาดขึ้น
ในพุทธธรรมมีคำว่าอัปปมาทะ คือความไม่ประมาท ชีวิตแบบไม่ประมาทคือไม่ปล่อยให้ความชอบ ชังส่วนตัวมาบังตาธรรม ระลึกบุญคุณได้ทุกวัน แต่ตาใจต้องสว่างพอจะแยกของจริงออกจากของปลอม
แล้วกตัญญูไม่ปิดตาทำอย่างไรในชีวิตประจำวัน
1. ไหว้คุณ ไม่ไหว้ความผิด ทำสิ่งดีๆตอบแทนท่านเสมอ แต่เมื่อเห็นเรื่องผิด ให้กราบด้วยความเคารพและบอกตามตรงว่า เรื่องนี้ผมทำด้วยไม่ได้
2. เตือนด้วยความรัก ใช้คำสุภาพ ชี้เหตุชี้ผล หาทางออกที่รักษาศักดิ์ศรีให้เขาได้กลับตัว ไม่ใช่ประจานให้เสียหน้า แต่ก็ไม่ปิดบังให้ความผิดเดินต่อ
3. ยืนข้างกระบวนการที่ยุติธรรม ถ้าเรื่องถึงขั้นต้องให้กติกาสังคมจัดการ ก็ปล่อยให้เดินไปตามครรลอง อย่าไปขวาง อย่าไปหักกฎเพราะคำว่าบุญคุณ
4. ตอบแทนด้วยความสุจริต ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ทำงานให้ซื่อตรง ช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ นี่คือดอกผลของความกตัญญูที่ยั่งยืนกว่าเงินหรือคำชม
5. ไม่ยืมมือความผิดมาสร้างอนาคต ถ้าเรามีทุกอย่างในวันนี้เพราะการเอาเปรียบคนอื่น เราเป็นหนี้ความจริงอยู่ วันหนึ่งต้องจ่ายคืนด้วยความรับผิดชอบ อย่าปล่อยให้หนี้ก้อนนี้โตจนกลายเป็นมรดกความทุกข์
สังคมที่อ้างกตัญญูเพื่อลัดคิวความยุติธรรม จะเจ็บทั้งแผ่นดิน
สังคมที่เอาคำว่ากตัญญูมาเป็นเกราะให้คนผิด จะค่อยๆทำลายความเชื่อใจร่วมกัน คนดีก็ท้อ คนเก่งก็หนี เด็กรุ่นใหม่ก็เรียนรู้ว่าความจริงแพ้เส้นสายและบุญคุณ ในที่สุดเราทุกคนจะจ่ายราคาด้วยคุณภาพชีวิตที่แย่ลงคอร์รัปชันแพงกว่าเงินใต้โต๊ะเสมอ มันกินอนาคตของลูกหลานเราไปด้วย
ถ้าเราอยากเห็นบ้านเมืองที่เป็นธรรม คำว่ากตัญญูต้องยืนคู่กับคำว่าธรรมะ ไม่ใช่ยืนข้างพวกเราอย่างเดียว วันไหนกตัญญูกับธรรมะเดินคนละทาง วันนั้นให้เราเลือกเดินกับธรรมะ แล้วอธิบายกับคนที่เรารักด้วยความเคารพว่า ผมยังรักและสำนึกบุญคุณท่านเหมือนเดิม แต่ความจริงต้องเป็นความจริง
ฝากไว้สั้นๆ แต่อยากให้จำยาวๆ
กตัญญูคือการจำได้และตอบแทนสิ่งดี ไม่ใช่การยกเว้นโทษ
รักคนมีพระคุณได้เต็มหัวใจ แต่ให้ความจริงเป็นคนถือไฟฉาย
ตอบแทนท่านด้วยความดีที่ขาวสะอาด ไม่ใช่ด้วยการช่วยปิดบังความมืด
เมื่อถึงเวลาเลือก ให้เลือกยืนข้างธรรมะ แล้วค่อยกอดคนที่เรารักด้วยความจริงใจ
สุดท้ายนี้ ผมยังกราบพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทั้งหลายอยู่เหมือนเดิมครับ แต่ผมขอก้มกราบความจริงก่อนเสมอ เพราะถ้าเราไม่ก้มกราบความจริง วันนี้เราอาจจะช่วยคนที่เรารักให้รอด แต่พรุ่งนี้เราจะไม่มีอะไรดีๆ ให้เขาและลูกหลานยืนอยู่เลย
กตัญญูได้ครับ แต่อย่าปิดตา
โฆษณา