22 ส.ค. 2025 เวลา 03:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

การลงทุนที่ขี้โกงที่สุด PVD กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

PVD (Provident Fund) หรือ ที่เราเรียกกันว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คนที่ทำงานอยู่และมีสิทธินี้แนะนำให้ทำมากๆครับ เพราะเราจะได้เงินมากกว่าที่ลงทุนจริง คล้ายๆเราได้เงินเดือนเพิ่มอีก3-10%(ตามนโยบายบริษัท) จากฐานเงินเดือนเรา แต่เงินจะเข้าไปอยู่ในรูปแบบของเงินออมแทน ต่อให้สิ่งที่เราเลือกลงทุนลดลงกว่า50% ก็เสียเงินไม่ได้เยอะมากนัก แต่ก็มีเงื่อนไขอื่นๆที่ตามมาอีกเยอะอยู่เหมือนกัน
แล้วมันโกงยังไงล่ะ? เปรียบเทียบง่ายๆ
ถ้าเราลงทุนด้วยตัวเอง 1,000บาท มูลค่าเพิ่มขึ้น50% จะกลายเป็น 1,500บาท และในมุมกลับกันถ้ามูลค่าลดลง50% จาก1,000 ก็จะเหลือ500บาท
แต่ถ้าลงทุนใน PVD 1,000บาท นายจ้างเพิ่มให้อีก800บาท รวมกันเป็นเงินลงทุน 1,800บาท (แค่เงินต้นมูลค่าก็เพิ่มมา80%แล้ว) ถ้ามูลค่าเพิ่มขึ้น50% จะกลายเป็น 2,700บาท แต่ถ้ามูลค่าลดลง50% จาก1,800 ก็จะเป็น 900บาท
จากเคสตัวอย่างนี้จะเห็นว่า ต่อให้เราขาดทุนในPVD เราเสียเงินไปแค่100บาท (ถ้าเลือกเสี่ยงต่ำจะไม่ขาดทุนขนาดนี้)
จริงๆวิธีการคำนวณก็คือต่างฝ่ายต่างเสีย50% แต่ในสุดท้ายเงินที่นายจ้างสมทบให้เราก็จะกลายเป็นของเราอยู่ดีถ้าทำครบเงื่อนไข เพราะงั้นเงินที่เราใช้ในการลงทุนและเสียไปจริงๆจะเป็นแค่100บาท โดยสถิติแล้วแบบไม่อิงPVD ถ้าเราสามารถDCAไปเป็นระยะเวลานานได้ แทบจะไม่มีโอกาสขาดทุนเลย
ส่วนเคสในภาพเป็นกรณีสมมุติที่เงินเดือน20,000บาท และเงินเดือนเพิ่มขึ้นปีละ5% ทุกๆปี
ข้อดี
- ได้เงินต้นมากกว่าที่ลงทุนจริง
- หักเงินออกจากบช.ทุกเดือน ไม่ต้องกลัวลืม
- ใช้เวลาศึกษาน้อย เพราะมีตัวเลือกในการลงทุนจำกัด
- เป็นการออมเงินในแบบที่เติบโตได้
- มีเงินก้อนรอตอนเกษียณ
- สามารถลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน
- สามารถเอาเงินนั้นไปต่อยอดหรือทำในสิ่งที่ชอบได้
ข้อเสีย
- มีตัวเลือกการลงทุนน้อย มักจะมีประมาณ5ตัวให้เลือก
- ความเสี่ยงตามสิ่งที่เลือกลงทุน
สิ่งที่ต้องรู้
1.ไม่ใช่ทุกงานที่คุณทำจะมีสิทธินี้
2.นายจ้างจะไม่สมทบให้มากกว่า%ที่เราจ่าย เช่นนายจ้างกำหนดว่า สมทบสูงสุดที่8% แต่เราเลือกที่จะหักเงินเข้า PVD แค่5% นายจ้างก็จะทบให้เราแค่5%
3.ส่วนมากต้องทำ5ปีขึ้นไปถึงจะได้เงินสมทบเต็ม100% เช่น กรณีสมมุติ ทำงาน1ปี อาจจะไม่ได้เงินสมทบ หรือได้แค่20% เช่น มีเงินสมทบในกองทุน 9600 ถ้าทำแค่ปีเดียวและเงื่อนไขคือได้20% เท่ากับได้จริงๆแค่1,920
4.เงื่อนไขทางภาษี หากไม่อยากเสียภาษีเลย จะต้องถือมากกว่า5ปี และอายุ55ขึ้นไป ถึงจะถอนได้เต็มจำนวนไม่เสียภาษีเลย แต่ก็มีการคิดภาษีแบบแยกสำหรับคนที่ไม่อยากถือนานเพื่อช่วยให้จ่ายภาษีลดลง
5.ความเสี่ยงของการลงทุน แต่ละบริษัทจะมีกองทุนให้เลือกไม่เหมือนกัน แต่ที่มักจะมีเหมือนๆกันคือประเภทความเสี่ยงต่ำ เช่น กองทุนพันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้
ในประเภทความเสี่ยงสูง ก็มักจะเป็นดัชนีหุ้นในประเทศ และดัชนีหุ้นต่างประเทศ
‼️การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาทำความเข้าใจให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
ถ้าต้องการ Content เกี่ยวกับการเงิน หรือวิเคราะห์หุ้นไหน เป็นพิเศษ คอมเม้นไว้ได้เลยนะครับ จะหาเวลามาทำให้ครับ
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบครับ🙏🏻🙏🏻🙏🏻
โฆษณา