24 ส.ค. 2025 เวลา 08:51 • หุ้น & เศรษฐกิจ

48 ปี ตลาดทุนอินโดนีเซีย สู่โอกาสและความท้าทายอนาคต

HIGHLIGHTS
- ธีมหลักเฉลิมฉลองครบรอบ 48 ปี ตลาดทุนอินโดนีเซีย คือ “เสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ อธิปไตย และก้าวไปข้างหน้า"
- 3 เสาหลักในการพัฒนาตลาดทุนอินโดนีเซีย คือ การเพิ่มอุปทาน การส่งเสริมอุปสงค์ และ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน
- ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย (IHSG) ทำจุดสูงสุด 8,000 เนื่องในวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 80 ปี
หลังจาก ตลาดหุ้นไทยได้เผชิญหน้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจบนความท้าทายหลายด้าน ถือเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางแห่งชีวิตที่ตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมรสุมมากมายทั้งปัจจัยภายในและภายนอก นับตั้งแต่วันก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2518 จนถึงตอนนี้ได้ดำเนินการกว่า 5 ทศวรรษมาแล้ว พร้อมที่จะขับเคลื่อนในการพัฒนาตลาดทุนไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก
แต่ในขณะเดียวกันในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านของอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ตลาดทุนอันยาวนานกว่า 1 ศตวรรษอย่างประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในอาเซียน การเติบโตของประชากร ทำให้มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว แล้วตลาดทุนของประเทศเพื่อนบ้านจึงน่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องด้วยมาจากจำนวนบริษัท มูลค่าตลาด ดัชนี ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยเช่นกัน
ในทุกปีที่มีมาร่วมเฉลิมฉลองครบรอบตลาดทุนอินโดนีเซีย มีหน่วยงานที่สำคัญอย่าง หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของอินโดนีเซีย (OJK) ร่วมกับองค์กรกำกับดูแลตนเอง (SRO) ของตลาดทุนอินโดนีเซีย ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX), บริษัทหักบัญชีและค้ำประกันอินโดนีเซีย (KPEI) และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กลางอินโดนีเซีย (KSEI) มาร่วมเฉลิมฉลองจัดขึ้น พร้อมมีธีมประจำปีที่สอดคล้องในสถานการณ์เศรษฐกิจอินโดนีเซียและโลก รวมไปถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แผนการในการพัฒนา และเป้าหมายในอนาคต
สำหรับในปี 2568 ได้จัดงานเฉลิมครบรอบ 48 ปีของการกลับมาเปิดใช้ตลาดทุนอินโดนีเซีย ภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ อธิปไตย และก้าวไปข้างหน้า" ถือเป็นปีที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนที่มีแผนในการพัฒนาบทบาทตลาดทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งความสำเร็จของตลาดทุนในที่ผ่านมาทั้งความยืดหยุ่นและการเติบโตของนักลงทุน ซึ่งได้รวบรวมในการสรุปจากในงานดังกล่าวนั้นเป็นอย่างไร
ตลาดทุนต้องมี “ส่วนร่วมทุกภาคส่วนในสังคม” สอดนโยบาย Asta Cita
นาย Antonius Herman Azwar ผู้อำนวยการฝ่ายชำระบัญชีและหลักประกัน บริษัทหักบัญชีและค้ำประกันอินโดนีเซีย (KPEI) ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้กล่าวถึงที่มาของธีมของงานครบรอบ 48 ปี การกลับมาดำเนินงานอีกครั้งของตลาดทุนอินโดนีเซีย ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ อธิปไตย และก้าวไปข้างหน้า" ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจในการพึ่งพาตนเอง มีอธิปไตย ความยั่งยืน เพื่อความก้าวหน้าไปด้วยกัน ท่ามกลางเต็มไปด้วยไม่แน่นอน
โดยในโลโก้ครบรอบ 48 ปี ตลาดทุนอินโดนีเซีย ที่เต็มไปด้วยเป็นปีกนกและสัญลักษณ์ตัวเลข 48 มีลายผ้าบาติก ปีกนกการูดา รวมไปถึงโทนสีน้ำเงินและสีเขียว เพื่อสื่อถึงความต่อเนื่อง, ความยืดหยุ่น, และความยั่งยืนของการเดินทางของตลาดทุนอินโดนีเซียตลอดเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา พร้อมผนึกกำลังร่วมกันให้ตลาดทุนมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในสังคม สอดคล้องกับเสาหลักของ 'Asta Cita' ซึ่งเป็นรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอินโดนีเซียในการบรรลุวิสัยทัศน์ 'Indonesia Emas' (อินโดนีเซียทองคำ) ภายในปี 2588
พร้อมทั้งมีการจัดกิจกรรมและมีการเปิดตัว 4 โครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้น
เพื่อให้ตลาดทุนมีความครอบคลุมในการให้ความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนที่แสดงในความมุ่งมั่นในการขยายครอบคลุมของตลาดทุนอินโดนีเซีย โดยมีงานกิจกรรมที่สำคัญ เช่น Virtual Trading Competition 2025 Powered by IDX Mobile, Public Expose Live 2025, Capital Market Summit & Expo (CMSE) / Expo Aku Investor Saham, Capital Market Run 2025 เป็นต้น
48 ปี ตลาดทุนอินโดนีเซีย พลังแห่งการเติบโตที่ไม่สิ้นสุด
นาย Iding Pardi กรรมการผู้จัดการ บริษัทหักบัญชีและค้ำประกันอินโดนีเซีย (KPEI) ได้เล่าถึงประวัติศาสตร์ตลาดทุนในอินโดนีเซียจากจุดเริ่มต้นตั้งแต่ยุคอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ในปี 2455 เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท VOC หลังจากนั้นตลาดทุนได้ถูกปิดตัวลงเนื่องจากสงครามโลกถึง 2 ครั้ง และความขัดแย้งภายในประเทศ จนกระทั่งในปี 2520 ตั้งแต่หลังอินโดนีเซียได้รับเอกราช ด้วยมีความเจตนารมณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
ทางรัฐบาลในยุคซูฮาร์โต (อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนที่ 2) จึงได้ฟื้นคืนชีพตลาดทุนขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นได้ผ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การกำเนิดกฎหมายฉบับที่ 8 ปี 2538 ว่าด้วยตลาดทุน, การก่อตั้ง KEPI และ KSEI, การยกระดับการซื้อขายในระบบคอมพิวเตอร์, การเร่งรัดการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก T+4 สู่ T+2, รวมถึงการควบรวมกิจการระหว่างตลาดหลักทรัพย์จาการ์ตา (JSX) และตลาดหลักทรัพย์สุราบายา (SSX) จนกลายเป็นตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) จนถึงปัจจุบัน,
เปิดตัวตลาดซื้อขายคาร์บอน, เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Single Stock Future, Foreign Index Futures และ SPPA Repo ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือในทุกภาคส่วนระหว่าง หน่วยงานกำกับดูแล (SRO), ผู้มีส่วนร่วมในตลาด, นักลงทุน และประชาชน ที่ทำให้เกิดพลังตลาดทุนในอินโดอย่างแข็งแกร่งในการเผชิญหน้าสถานการณ์ความผันผวนต่างๆของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านผลงานความสำเร็จในการดำเนินงานของตลาดทุนอินโดนีเซีย ถือเป็นชี้วัดในความสำเร็จเพื่อแสดงถึงการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกปีนับตั้งแต่กลับมาดำเนินการเมื่อ 48 ปีที่แล้ว มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหุ้นได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 13,701 ล้านล้านรูเปียห์ (ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2568)
ดัชนี IHSG ปิดที่ระดับ 7,533.385 จุด (ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2568), จำนวนบริษัทจดทะเบียนจำนวนเกือบ 1,000 แห่ง, จำนวนนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 17 ล้านคน มูลค่าการทำธุรกรรมก็เพิ่มขึ้นมีมูลค่าเฉลี่ยมากกว่า 13 ล้านล้านรูเปียห์ต่อวัน
โดยตลาดทุนอินโดนีเซียจัดอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในแง่ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียนในแง่ของจำนวนบริษัทจดทะเบียน ถือเป็นการเติบโตอย่างอย่างมีศักยภาพในการพัฒนาตลาดทุนที่สามารถแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนที่มีต่อตลาดทุนอินโดนีเซีย
โอกาสและความท้าทายใน 3 เสาหลัก เพื่อพัฒนาตลาดทุนอินโดนีเซีย
นาย Mahendra Siregar ประธานคณะกรรมการกำกับดูแล หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของอินโดนีเซีย (OJK) ยังได้แสดงความมุ่งมั่นของ OJK ร่วมกับทุกภาคส่วนในการพัฒนาตลาดทุน และชี้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกมีความไม่แน่นอน โดยช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เศรษฐกิจยังคงเติบโตอยู่ที่ 5.12% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากฐานทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงของประเทศ ตลาดทุนอินโดนีเซียมีบทบาทสำคัญในการค้ำจุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สามารถยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวจากความผันผวนจากภายนอกได้
ตลาดทุนอินโดนีเซียมีบทบาทในเชิงเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ในการสนับสนุนวาระและลำดับความสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการ "Asta Cita" ในปี 2568-2572 ซึ่งเน้นการสร้างงานที่มีคุณภาพ การปฏิรูปเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน รวมทั้งการเสริมสร้างระบบการเงินที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ในการตอบสนองทิศทางนโยบายของ OJK ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดทุน
ในการเสริมสร้าง 3 เสาหลักสำคัญในพัฒนาตลาดทุน ได้แก่
1. การเพิ่มอุปทาน ด้วยการส่งเสริมการเพิ่มจำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด, ยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนผ่านเพิ่มสัดส่วนการกระจายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสถานะธุรกิจ, สร้างความหลากหลายของเครื่องมือทางการเงิน และ พัฒนาเศรษฐกิจตลาดทุนชะรีอะฮ์ (อิสลาม)
2. การเสริมสร้างอุปสงค์ ด้วยการเพิ่มจำนวนนักลงทุนในตลาดทุน, สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน และการให้ความรู้ด้านการเงินแก่นักลงทุน
3. การเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน ในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของระบบหลัก, เสริมความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแลข้อมูล และใช้ Big Data Analytics เพื่อการกำกับดูแล
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความยั่งยืน ยังคงเป็นวาระสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนอินโดนีเซีย ซึ่ง OJK ทำหน้าที่มาใช้หลักการในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ร่วมกับทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินอีกด้วย
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียทำจุดสูงสุด 8,000 เนื่องในวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 80 ปี
เนื่องจากช่วงใกล้วันประกาศอิสรภาพ ดัชนี IDX Composite (IHSG) ทำสถิติใหม่ที่ระดับ 8,017.068 จุด สูงที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเปิดทำการในรอบ 48 ปี แต่ดัชนีปิดที่ระดับ 7,898.375 จุด จากวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยความสำเร็จที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น
และมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมของนักลงทุนที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศ เรื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ที่จะต้องยกระดับในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างเศรษฐกิจอย่างเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมนโยบายเชิงกลยุทธ์ที่สอดรับของรัฐบาลอินโดนีเซียให้มีความแข็งแกร่งและส่งเสริมความเชื่อมั่นในตลาดทุน
ตลาดทุนอินโดนีเซียเคยมีประวัติศาสตร์อันอย่างยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ แล้วได้เคยปิดไป จนกระทั่งการกลับมาเปิดใช้ตลาดทุนอินโดนีเซียอีกครั้ง โดยเริ่มต้นเปิดการซื้อขายใหม่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2520 จากจุดเริ่มต้นที่มีหุ้นในบริษัทจดทะเบียนมีอยู่แค่ 1 แห่ง เท่านั้นคือ PT Semen Cibinong Tbk (ปัจจุบันชื่อ PT Solusi Bangun Indonesia Tbk) จนถึงปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนมีถึง 954 บริษัท
มีการวิวัฒนาการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ของนักลงทุน รวมไปถึงการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนในการพัฒนาตลาดทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินโดนีเซียได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศที่มีต่อตลาดทุนในอินโดนีเซีย รองรับเสาหลักของ 'Asta Cita' ตรงตามแนวคิดการเสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ อธิปไตย และก้าวไปข้างหน้า ตลาดทุนอินโดนีเซีย ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับในประเทศภูมิภาคของอาเซียน
** นี่คือผลงานบทความของเราที่อยากให้ทำความรู้จักตลาดทุนอินโดนีเซีย เพื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักลงทุน และผู้ที่สนใจมาติดตามอ่านค่ะ
#หุ้น #การลงทุน #หุ้นต่างประเทศ #หุ้นอินโดนีเซีย #ตลาดทุนอินโดนีเซีย
โฆษณา