26 ส.ค. เวลา 09:59 • ประวัติศาสตร์

โคลงนิราสพระประทม

(คือพระปฐมเจดีย์บัดนี้)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท
แต่ครั้งยังดำรงพระยศเปนกรมหมี่นวงศาสนิท
ทรงพระนิพนธ์
เมื่อปีมะเมียจุลศักราช ๑๑๙๖ (พ.ศ. ๒๓๗๗)
ร่าย๏ เปรมปรีดารมเยศ เหตุกุศลสุจริต
หวังบูชิตชินธาตุ พุทธไสยาสน์สถูปสถาน
ในพนานต์นุประเทศ เขตแขวงแคว้นนครี
นครไชยศรีสมญา โดยศรัทธาธิมุติ
พิสุทธิสุนทรภาพ มละมล้างบาปบำบัติ
สักการสกัจเคารพ อายัติภพหวังผล
ทำงลงารการปราชญ์ เริ่มนิราสพจนา
ปองปรีชาชำนิ ริรังสสฤษดิกลกลอน
อาวรณสุขสำเริง บำเทิงธรรมบัณฑิต
กิจกระวีวรชาติ โอภาสแผ่นพสุธา
เฉลิมอยุธยายงยศ เสาวภาพพจนบรรหาร
​พอเกษมสานต์อภิโมทย์ มาโนชนึกนิพนธ์
แสดงดำบลทุกด้าว ผดุงพระเกิยรติไทท้าว
ธิราชผู้ผ่านถวัลย ราชนา ฯ
๑๏ โกสินทร์บุรินทร์รัตนอ้าง ไอศวรรย์ สวรรค์ฤๅ
ยศยิ่งอยุธยาอัน ล่วงแล้ว
ไตรรัตน์จรัสเจียนจันทร์ จรูญโลก แลแฮ
โอภาสพระสาสนแพร้ว เพริศหล้ากว่าเพรง ฯ
๒๏ มรกตใหญ่ยอดแก้ว ปฏิมา กรฤๅ
คืออนัคฆรัตนา เลิศล้น
เมืองหมื่นอื่นห่อนหา เทียมเท่า ถึงเลย
เปนดิลกโลเกศรพ้น พิภพด้าวใดเสมอ ฯ
๓๏ เรืองรัตน์บริยัติพร้อม ธรรมขันธ์
แปดหมื่นเศษสี่พัน ทั่วถ้วน
ภูวเรศสฤษดิรังสรรค์ จบฉบับ หลายแฮ
ชิโนวาทสาสนล้วน เลิศล้นผลบุญ ฯ
๔๏ แสนสงฆ์บริสุทธิสร้าง สิกขา ไตรเฮย
สามถะธรรมธิรา อะคร้าว
เถือกถ่องธวัชกาสา วพัสตรเพริศ ภพพ่อ
สงฆรัตน์จรัสรุ่งด้าว ดื่นพื้นแผ่นไผท ฯ
๕๏ ปราสาทสูงสุดห้อง เวหา ดลแฮ
อร่ามรัตน์ประภัสรประภา ผ่องแผ้ว
สิงหาศน์ราชทวารา รจเรข แลฤๅ
เถกิงก่องทองแกมแก้ว กระจ่างแจ้งแสงสูริย์ ฯ
๖๏ โสภาอาวาสล้วน โอฬาร หลายเฮย
อุโบสถสถูปธาตุสถาน ทั่วสร้าง
เจดีย์วิหารการ บุเรียนเทศ ธรรมนา
รเบียงรเบียบเพียบพระสร้าง ประเสริฐสิ้นถิ่นสงฆ์ ฯ
๗๏ เสร็จสารขานยศเผ้า อยุธยา ภพแฮ
ห่อนวิถารกฤษฎา บ่ยั้ง
จักเริ่มเรื่องรจนา นิราสพร่ำ พจน์พ่อ
ไปภิวาทมหาธาตุตั้ง ชื่ออ้างประทมประโทน ฯ
๘๏ ถวิลวันเรียมร้างรัก แรมโรย
ไปแต่กายใจโหย ห่วงน้อง
จักพาสุดสวาทโดย ใดสดวก แดนา
เพราะแม่อยู่แยกห้อง ห่อนได้สมประสงค์ ฯ
๙๏ สุดาดวงดื่นห้องห่อน พาไป
เลือกพักตร์จักเสียใจ โศกเศร้า
เมื้อหมดทุรัศถ์สถานไกล เรือมาก ลำแม่
ลำบากบ่าวไพร่เต้า ต่างต้องติดตาม ฯ
๑๐๏ ประสงค์แต่สุดสวาทสร้อย สายสมร เดียวแม่
คิดใคร่พากนิษฐ์จร เพื่อนพร้อง
แรมเรือเมื่อหนาวนอน แนบอุ่น อกเอย
ยุงกัดหวังวานน้อง ปัดเบื้องปฤษฎางค์ ฯ
๑๑๏ สายัณฑ์สุริเยศเยื้อง อัษฎงค์
นายมหาดขนเครื่องลง เสร็จแล้ว
พลพายบ่ายเรือตรง ประทับท่า รับแฮ
หวลห่วงสุดสวาทแก้ว เกศน้องนางเดียว ฯ
๑๒๏ จวนลงเรือจากแล้ว แลหา นุชเฮย
ใคร่สั่งสารสมรลา สักน้อย
จนใจจักไปมา ลาแม่ แล้วแม่
ได้แต่สั่งลมถ้อย บ่ายหน้าลาสมร ฯ
๑๓๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย สพานมอญ
ถวิลบ่วายอาวรณ์ สวาทร้าง
เกลือกพี่ห่างแหสมร จักกลับ ใจแม่
วิตกแต่รักจักค้าง คู่ขึ้นคานแขวน ฯ
๑๔๏ โอ้ศรีเสาวภาคย์ผู้ เพ็ญพักตร์ พี่เอย
ยามนิราสรสรัก เริศร้าง
ปรานีนุชนงลักษณ์ ลาญเทวษ เดียวแม่
๑๕๏ ถึงสพานตรงข้ามคิด อธิษฐาน ใจเฮย
เดชสัตย์สุจริตสมาน มิตรหมั้น
เรียมจากนุชไปนาน เนาเนิ่น วันแม่
ขอจิตต์สุดเสน่ห์นั้น แน่วเพี้ยงสพานตรง ฯ
๑๖๏ เอนดูเยาวอยู่ห้อง โหยหวล
พักตร์พี่ผ่องผิวนวล จักคล้ำ
รันทวยรทดครวญ ใครปลอบ เปลื้องแม่
เสวยสุชลต่างน้ำ เนตรน้ำนองเขนย ฯ
๑๗๏ มาลุสพานช้างช่อง ฉุกคิด
สพานก็ก่อกอบอิฐ แน่นแท้
ขอสุดเสน่ห์สนิทจิตต์ จงแน่น
ดั่งสพานช้างแล้ ลากล้อฤๅไหว ฯ
๑๘๏ ออกคลองตลาดคลาศเศร้า เสียใจ
แลลับชลไนยไหล หลั่งย้อย
ใจหนึ่งจากจรไป ใจหนึ่ง แนาแม่
โอ้ว่ากรรมจำคล้อย คลาศคล้ายวายชนม์ ฯ
๑๙๏ พอออกแม่น้ำค่ำ แขหงาย
เห็นแต่เรือแพราย เรียบร้อย
บเห็นสาวเหล่าแพขาย สรรพสิ่ง ของนา
ยิ่งสลดใจละห้อย ห่วงน้องนางเดียว ฯ
​๒๐๏ วัดกัลยาณมิตรแม้น มิตรกุศล ร่วมฤๅ
ผดุงร่วมรสฤดีดล แนบน้อง
บำเพ็ญเพื่อนกุศลผล เพรงภพ ฤๅแม่
ในภพนี้จึ่งพ้อง เสน่ห์สร้อยสุดสมาน ฯ
๒๑๏ บางหลวงชลเชี่ยวซึ้ง เวียนวน
เปนชวากแฉวรคน คลื่นคล้อย
เสมอเรียมเมื่อจรดล เด็ดสวาท มาแม่
ใจพี่วนกลร้อย ตระหลบรื้อคืนสถาน ฯ
๒๒๏ วิไชเยนทร์ก่อป้อม ปราการ
ป้อมก็ปรากฎนาน อยู่ช้า
เรียมก่อรักสมัคสมาน เสมอชีพ พี่แม่
ขออยู่คู่ดินฟ้า อย่ารู้เสื่อมสลาย ฯ
๒๓๏ วังขุนหลวงตากสร้าง สรรพสรรค์ ไว้แฮ
สิ้นกุศลกรรมทัน ปลิดเปลื้อง
ราชฐานบ่ยืนพลัน ตกต่าง กรมแม่
เศรกาแต่ราชวังยังเยื้อง ยักย้ายหลายกล ฯ
๒๔๏ เห็นสถานสถิตราชร้าง เรียมกรม ทรวงเอย
พระนิเวศน์ยังนิยม ยักย้าย
เรียมจากนุชแรมชม ทันกลับ มาแม่
รักเกลือกยักรักร้าง เริศร้างแรมเรียม ฯ
๒๕๏ นาวาลุหน้าวัด เชตุวัน
ไพจิตรพิศสบสรรพ์ ราชสร้าง
โอฬารตระการบัญ เจิดเนตร ยิ่งพ่อ
อาวาสใดไป่อ้าง เทียบแท้ ถึงสอง ฯ
๒๖๏ หวลหวลป่วนจิตต์พ้น รำพรรณ
เห็นแต่ดวงดาวจันทร์ แจ่มฟ้า
พิศฟื้นชลาผัน พบแต่ ชลเอย
บงบ่สบหนุ่มหน้า แม่หน้านวลเฉลิม ฯ
๒๗๏ วัดอรุณคิดนิ่มเนื้อ นามอรุณ เรียมเอย
เคยประทับทรวงลมุน แนบน้อง
ยามหนาวแม่มีคุณ แอบอก อุ่นเอย
เฉกอรุณเรืองห้อง ส่องให้หายหนาว ฯ
๒๘๏ คลองนครบาลชื่อตั้ง แต่บูรพ์
บัดนครบาลสูญ เสื่อมบ้าน
คิดยามพิโยคพยูล เออาตม์ มาแม่
สุญเสื่อมสังวาสค้าน ขาดค้างห่างเขนย ฯ
๒๙๏ ถึงท่านาเวศจ้าง เอาทรัพย์
ข้ามทุกหญิงชายรับ ส่งซร้อง
บำนาญแจกจับนับ เงินค่า จ้างนา
จ้างรับนุชเนาห้อง เร่งเต้าตามเรียม ฯ
๓๐๏ ฉางน้ำตาลเฉกน้ำ คำหวาน อรเอย
พร้องพร่ำสัตย์ปัฏิญาณ ว่าไว้
เว้นเรียมฤห่อนสมาน สมัคอื่น เลยนา
จิตต์ไม่ไว้ใจได้ เล่ห์ลิ้นลมหวาน ฯ
๓๑๏ โบราณท่านว่าไว้ ใจความ
ชูรูปสวยสอาดงาม อยู่ห้อง
ไว้ใจแต่ใจตาม ใจห่อน เที่ยงแฮ
กลัวเกลือกลมปากต้อง ติดเต้าตามลม ฯ
​๓๒๏ กะดีเจ้าเซ็นแขกเต้น ตีอก
ไห้รักจนตาฟก ฟอกช้ำ
เสมอพี่จากสุดวิตก แต่ทุ่ม อุระเอย
ไห้บ่วายไห้น้ำ เนตรล้นนองเขนย ฯ
๓๓๏ ถึงฉนวนตำหนักน้ำ ในสินธุ์
งามเงื่อนไพชยนต์อินทร์ เอี่ยมฟ้า
นฤนาถประพาสวาริน รมเยศ
มีที่ฝ่ายในหน้า สนุกล้ำเหลือเกษม ฯ
๓๔๏ ถวิลกาลกติกมาศเมื้อ ลอยกระทง
เคยพี่พาอรอนงค์ นุชน้อง
เที่ยวชมกระทงบง ประทีปดอก ไม้นา
แสงบุหลันส่องต้อง พักตร์เพี้ยงเพ็ญแข ฯ
๓๕๏ วัดระฆังฝั่งฝากโพ้น ชลธาร
คิดระฆังเสียงขาน คู่ฆ้อง
ยามสมสมรมาลย์ สดับศัพท์ ระฆังนา
พลางพี่โลมลาน้อง รีบร้างปางอรุณ ฯ
​๓๖๏ ท่าพระเชิญพระขึ้น หึงกาล
ชื่อก็ปรากฎนาน เหมาะหมั้น
แต่คำแม่ปฏิญาณ กับพี่ นะแม่
จงอยู่ท่าเสน่ห์นั้น อย่ารู้ลืมหลง ฯ
๓๗๏ วัดมหาธาตุชื่อตั้ง เถลิงนาม
สังฆราชสถิตอาราม เขตนั้น
เปนปิ่นแก่สงฆ์สยาม ยศยิ่ง ยงเอย
ขอพระเดชกางกั้น คู่ข้อยคนเดียว ฯ
๓๘๏ มาดลฉนวนน้ำพระ บันฑูร ประทับเฮย
ตำหนักก็ร้างแรมสูญ เสื่อมเศร้า
เสมอแดพี่อาดูร เด็ดสวาท มาแม่
ชมแต่ชื่อต่างเจ้า จากแล้วแลหาย ฯ
๓๙๏ วังหน้าคิดหน้านุช นวลฉม หอมเชย
งามเนตรเนตรขำคม แช่มช้อย
บังเงาพี่ประลองชม ขวัญข่วน พี่นา
รอยนขานิ้วน้อย ติดเนื้อมาชม ฯ
๔๐๏ วังหลังแลอนาถโอ้ อนิจจัง
ไร้ราชผู้ผ่านวัง วิบัติสิ้น
ถวิลนุชแม่เนาหลัง ลับเนตร พี่เอย
ร้างคู่ดูจักดิ้น ประดาษเพี้ยงวังหลัง ฯ
๔๑๏ เห็นวังร้างคิดร้าง แรมสมร แม่ฤๅ
ร้างเริศรักเรียมจร จากน้อง
เจียนใจจะขาดรอน รนสวาท ราแม่
หวลกลับคิดอายต้อง ตัดน้ำใจจร ฯ
๔๒๏ ถับถึงบางกอกน้อย นอนรบม
เรียมอยากกอกรักกรม ตรากตรึ้ง
วานกอกช่วยกอกรดม ดูดอก เรียมเอย
กอกรักเรียมเหลือทึ้ง ทอดทิ้งกอกถอน ฯ
๔๓๏ ปรานีสุดเสน่ห์น้อง เนาวัง
สุดจักโศกสืบฟัง ข่าวเศร้า
กรรแสงสุดจักหวัง ใครปลอบ เปลื้องนา
แต่แม่เดียวจักเข้า สู่ห้องสุดโหย ฯ
๔๔๏ รันทวยระทดท้อ ถอนฤไทย
ทวีเทวษถวิลใน อุระร้อน
ผ่าวผ่าวพิษพิศไสมย พิษยิ่ง พิษนา
แสนโศกแสบทรวงสท้อน แสบเศร้าเสียใจ ฯ
๔๕๏ โรงเรือเรียดฝั่งตั้ง ตาดู
ไชยกิ่งดั้งโขนขู ท่านไว้
วานเรือช่วยรับพธู พลันพราก มาเฮย
เชิญร่วมนาเวศให้ สว่างร้อนเรียมโรย ฯ
๔๖๏ เห็นเรือคิดแม่เมื้อ เรือเก๋ง
เรียมรีบเรือตามเล็ง พักตร์น้อง
เนตรสบเนตรเรียมเขม็ง เนตรนุช หลบนา
ศรสวาทเนตรน้องต้อง แทบสิ้นสมประดี ฯ
๔๗๏ อัมรินทราวาสเพี้ยง อัมรินทร์ สฤษดิ์ฤๅ
โสภาคย์พ่างภพอินทร์ อาจอ้าง
ขอเดชสุชามบดินทร์ พำนัก นุชแม่
กำจัดดัษกรมล้าง เหล่าชู้ชิงโฉม ฯ
​๔๘๏ บ้านบุบุภาชนพ้อง อุระพางค์ พี่เอย
ข่อนข่อนเพียงจักวาง ชีพม้วย
สูเอยพี่ไกลนาง นับทุ่ม โมงแม่
แม้แม่มาได้ด้วย ดับร้อนข่อนหาย ฯ
๔๙๏ โอ้สายสุดสวาทล้ำ เลอสมร พี่เอย
เรียมบ่วายอาวรณ์ ว่างเว้น
ชมนักษัตร์ศศิธร แทนพักตร์ แม่แม่
น้ำเนตรคลอเนตรเร้น ซ่อนหน้าจาบัลย์ ฯ
๕๐๏ วัดสุวรรณบรรโบสถ์ล้ำ ลายสุวรรณ
กระจ่างแจ้งแสงจันทร์ แจ้มจ้า
ถวิลพักตร์พิมลพรร โณภาส นาแม่
ยามเมื่อผัดผิวหน้า พิศหน้าชวนชม ฯ
๕๑๏ หอมพิกุลฉุนกลิ่นฟุ้ง นาสา
เฉกกลิ่นบุหงายิหวา ห่อให้
รินรินกลิ่นมลิลา หอมตระหลบ ลมเอย
เหมือนกลิ่นน้ำดอกไม้ เทศแป้งกนิษฐ์ปรุง ฯ
๕๒๏ ชีปขาวนามชื่ออ้าง ชีฉงน
ฤๅว่าชีสัปดน แต่กี้
ชวนตาปะขาวซน โลนลวก หอยแฮ
เหตุจึ่งปรากฎชี้ ชื่อไว้สำคัญ ฯ
๕๓๏ ถวิลปางรเด่นคลั่งใคล้ แอหนัง
เสมออกเรียมแรมวัง คลั่งน้อง
ห่วงหน้าระวังหลัง หลายห่วง ห่วงแฮ
ห่วงสุดห่วงห่างห้อง ห่างให้ใจโหย ฯ
๕๔๏ บางขุนนนชื่ออ้าง แต่ปาง
รอยชื่อขุนนายบาง บอกไว้
ขุนเอยนิราสนาง นอนเปลี่ยว มาพ่อ
ขุนช่วยบอกเยาวให้ รีบร้อนตามเรียม ฯ
๕๕๏ เสียงนกกดกูดก้อง เรียกนาง นกเอย
เสมออกตูแรมสุรางค์ ร่ำไห้
ถวิลวันละพันพาง ชีพมอด ม้วยแฮ
แต่ทุกข์ทุกข์จนจะไข้ คิดแล้วใจหาย ฯ
๕๖๏ บางผักหนามนึกเสี้ยน ศัตรู นุชนา
เรียมบำราศเยาวยู รยาตรแล้ว
อยู่หลังเกลือกปวงริปู ปองเสน่ห์
ใครจักกันกนิษฐ์แผ้ว แผกพ้นพาลภัย ฯ
๕๗๏ เห็นค้างคาวท่องท้อง เวหา หนแฮ
แสวงรสผลเพลา ค่ำคล้อย
เสมอพี่ลอบไปมา สมเสน่ห์ นุชฤๅ
จวบรุ่งเรียมลาร้อย ชั่งเต้าคืนสถาน ฯ
๕๘๏ บางบำหรุเหมือนพี่ไร้ บำรุง
จากสถิตสถานกรุง กลิ่นสิ้น
เคยเนานุชปรนปรุง สุคนธ์ส่ง พี่นา
มาตรากแดดลมลิ้น เริศร้างบำเรอ ฯ
๕๙๏ หอมปาหนันกลิ่นกล้ำ กระหลบหวล หอมเฮย
เฉกเช่นแพรสิีนวล นุชย้อม
หยิบผ้าห่มหอมชวน พาชื่น หน่อยนา
ใจแม่สุดโอบอ้อม ฝากผ้ามาแทน ฯ
๖๐๏ มาถึงศาลเจ้าที่ ท้ายบาง
พลางพี่บลบ่นพลาง พร่ำไหว้
เจ้าเอยช่วยระวังนาง เนานิเวศน์ หลังนา
ทั้งสุดสายสวาทให้ อยู่ห้องผ่องโฉม ฯ
๖๗๏ ลาจากศาลเจ้าล่อง ชลธี
ถึงวัดสุวรรณคิรี เรียกอ้าง
ขอคุณพระชินสีห์ สวมจิตต์ น้องนา
แน่นดุจศิขรง้าง งัดรื้อฤๅไหว ฯ
๖๒๏ รุ่นเริ่มแรกรักชู้ เชยชม
ฤๅห่อนเคยนิยม อย่างนี้
ชรอยแรงกุศลสม เคยคู่ สร้างฤๅ
รักยิ่งรักกว่ากี้ มากชู้หลายเมีย ฯ
๖๓๏ บางรมาดนามแม้นมาด หมายมิตร
ประมาณสี่ห้าปีคิด มาดน้อง
มาดนุชหนึ่งสุจริต เรียมมาด
ห่อนมาดรักอื่นพ้อง ฉเพาะสร้อยสุดาเดียว ฯ
๖๔๏ เมิลดอกเบ็ญมาศแม้น ผิวอนงค์
เหลืองแม่เหลืองลออองค์ อร่ามจ้า
งามรูปรัดเอวทรง สมสุด สวยเอย
แป้งแม่ผัดผิวหน้า พักตรน้องผ่องนวล ฯ
๖๕๏ เรือถึงวัดไก่เตี้ย ตาแสวง
หาไก่ป่าปูแปลง แต่กี้
พระลอลิลาศสมแพง เพื่อนพี่ น้องนา
วานช่วยนำนุชชี้ ช่องเต้าตามเรียม ฯ
๖๖๏ ถวิลลอราชคลั่งไคล้ ใหลหลง
ถึงเพื่อนแพงสององค์ พี่น้อง
สมอพี่คลั่งใคล้พะวง หวังสุด สวาทนา
กฤสมเสน่ห์ข้อง ขัดค้างขวางเชิง ฯ
๖๗๏ วัดท่าถวิลถ้านุช วันจร จากเอย
ถ้าจัดสั่งสารสมร แม่แคล้ว
ถ้าถ้าแต่ทินกร ยังเที่ยง
จนล่วงสายัณห์แล้ว สุดถ้าลาอนงค์ ฯ
๖๘๏ หน้าวัดต้นโศกขึ้น สาขา
เห็นโศกพฤกษ์ยิ่งพา โศกเศร้า
พิศใบอ่อนโศกปรา กฎเช่น สไบแม่
ฝากเมื่อวันเรียมเต้า บอกเบื้องโศกสมร ฯ
๖๙๏ วัดน้อยนึกแน่งน้อย ทรงนาง
โฉมนุชสุดสำอาง สอาดเนื้อ
งามทรงสบสรรพางค์ เพ็ญลักษณ เลิศแฮ
ควรภิรมย์รสเกื้อ กอดไว้หว่างทรวง ฯ
๗๐๏ สพานวัดไม้สวาดขึ้น รุงรัง
เหมือนพี่มุ่งสวาทหวัง แน่งน้อย
สวาดต้นพิศพึงชัง ใช่สวาท เรียมแม่
สวาทพี่หวังสวาทคล้อย คลาศแคล้วสวาทคลา ฯ
๗๑๏ สวนแดนมาลุด้าว แดนสวน
ถวิลบ่วายรำจวน จิตต์ไหม้
เห็นสวนคิดใคร่ชวน สมรเที่ยว สวนแม่
แม้นไม่ขัดมาได้ หยุดค้างสวนชม ฯ
๗๒๏ เสนาะเสียงจักรจั่นแจ้ว จับใจ
หวาดว่าเสียงทรามไวย หวีดร้อง
ผวาปลอบเปล่าหฤไทย ทุกข์เทวษ ถวิลแม่
หลงเรียกรับขวัญน้อง นิ่มเนื้อนฤมล ฯ
๗๓๏ วัดพิกุลฉุนคิดคล้าย พิกุลมา ไลยเอย
นงนุชสุดเสนหา แม่ร้อย
ถุงยาสูบใส่บุหงา ผจงส่ง เรียมฤๅ
ฉมชื่นหื่นหายลห้อย เสื่อมสิ้นเสาวคนธ์ ฯ
๗๔๏ ถวิลรสยามเมื่อร้าง แรมขวัญ เนตรฤๅ
ริกริกฤดียรร ยั่วเย้า
พิกุลพิกันกรร ณิกาเกษ แก้วเอย
แม้แม่โดยสดวกเต้า พี่ชี้ชวนชม ฯ
๗๕๏ บางขวางขวางขัดห้าม ฤๅไฉน
ขวางบ่ให้ครรไลย ละน้อง
จักคืนฤจักไคล ใดแน่ ไฉนนา
ถวิลยิ่งวุ่นขุ่นข้อง ขัดค้านการกุศล ฯ
๗๖๏ ริ้วริ้วเรือวิ่งน้ำ ใจคลอ
เร็วแต่เรือเรียมรอ เรียดคุ้ง
ตนจากแต่จิตต์ขอ เนาเพื่อน แม่นา
นอนบ่เปนนอนสดุ้ง เด็ดน้ำใจจร ฯ
๗๗๏ มาลุศาลเจ้าปาก บางสนาม
สนามเล่นสิ่งใดถาม ห่อนแจ้ง
เทพารักษ์แถลงความ บอกหน่อย หนึ่งพ่อ
สนามสนุกเรียมแล้ง ขาดเศร้าเซาเกษม ฯ
๗๘๏ ศาลสถิตศักดิ์สิทธิ์ท้าว เทพา พ่อฤๅ
เชิญผดุงกานดา แม่ด้วย
ใครอย่าริเริ่มตุนา หงันแม่ อีกแม่
แม้หลุดสุดมือม้วย สวาทแล้วเผาศาล ฯ
๗๙๏ วัดเกศนึกเกศน้อง นงพงา พี่เอย
หอมยิ่งหอมบุหงา ตระหลบฟุ้ง
ยามแนบนุชนิทรา รมย์รื่น รวยแม่
กลิ่นตระหลบอบมุ้ง ห่อนสิ้นกลิ่นหอม ฯ
๘๐๏ สงสารสมรเกศแก้ว กานดา พี่เอย
ยามวิโยคเยาวชายา อยู่ห้อง
จักไห้จักโหยหา หายชื่น แล้วแม่
ใครจักถ่อมถนอมน้อง แนบเนื้อนวลอนงค์ ฯ
๘๑๏ วัดชลอคิดใคร่จ้าง คนจร
ไปลอบชลอบรรจฐรณ์ แท่นน้อง
มาร่วมที่เรือนอน แนบหน่อย หนึ่งนา
คิดบ่สมคิดข้อง ขัดแค้นคำชลอ ฯ
๘๒๏ ฉิวฉิวลมพัดชื้อ เชยทรวง
หนาวนอกกำเดาดวง จิตต์เศร้า
ตากตนประดาษตวง เติมเทวษ มาแม่
ลมพัดเพียงพิษเร้า อกสท้านสุดทน ฯ
๘๓๏ บางสีทองชื่อพ้อง แพรศรี ทองแม่
หนังไก่พุดตาลมี แก่เอ้ง
พอใจห่มตาปี ไปปะ บ่อยนา
เห็นดอกดวงเต่งเต้ง ติดต้องตาเรียม ฯ
๘๔๏ รฦกทรงสพักน้อง รัญจวน ใจเอย
พลางพี่หยิบสีนวล กนิษฐให้
คลุมองค์ยิ่งหอมหวล ยวลเสน่ห์ นุชนา
ได้แต่แพรเคล้นไคล้ คลี่เคล้าคลึงชม ฯ
๘๕๏ บางอ้อยช้างเฉกอ้อย อบปรุง
คิดแม่เคยบำรุง ทุกครั้ง
งามเครื่องปริกผูกถุง อรเทียบ ไว้แม่
ยามจากรักแรมทั้ง รสอ้อยอบปรุง ฯ
๘๖๏ ถวิลบางอ้อยช้างชื่อ เรียมฟัง
ฤๅว่าพลายแรมพัง เถื่อนกว้าง
เสมือนอกพี่แรมวัง ถวิลสวาท วายฤๅ
ช้างก็พลัดพังก็ร้าง พี่ก็ร้างแรมอนงค์ ฯ
๘๗๏ ดลวัดสักน้อยนั่ง อนาถใจ
น้อยศักดิ์จึ่งโศกใน อกอึ้ง
เจ็บรักจากรักไกล กลอยเสน่ห์ มาแม่
โศกไม่น้อยหนักตรึ้ง ตรากตรึ้งทรวงเสมอ ฯ
๘๘๏ หอมโศกยิ่งโศกเศร้า อึมครึม
จิตต์พี่เพ้อพำพึม พร่ำพร้อง
สดับเสียงวิหคคระหึม หวลสวาท
ถวิลแต่ทุกข์เทวษต้อง นิราสร้างแรมชม ฯ
๘๙๏ แก้วฟ้าอาวาสไว้ สมญา วัดฤๅ
เฉกชื่อแก้วกนิษฐา พี่ร้าง
แก้วทิพยเทียบแก้วตา ตูเพริศ กว่าแฮ
แก้วทั่วฟ้าหล้าอ้าง เปรียบได้ ไป่เสมอ ฯ
๙๐๏ เห็นแก้วพวงช่อช้อย เลวงฉม
เฉกกลิ่นแก้วเรียมภิรมย์ รสรู้
แก้วเอยพี่ขอชม พอชื่น ใจนา
แทนกลิ่นแก้วนุชชู้ ที่ร้างแรมเกษม ฯ
๙๑๏ บางขนุนขนุนหนึ่งต้น ผลดก
ผลละผลใหญ่ยก หนักตึ้ง
เหมือนทุกข์ที่ทับอก เออาตม์ มาแม่
แรมรักหนักอกอึ้ง ปลดปล้ำทำไฉน ฯ
๙๒๏ ขนุนหนามแต่นอกเนื้อ ในหวาน
เฉกเช่นหญิงรูปประมาณ ห่อนพริ้ง
แต่รู้จักประกอบการ กิจสัต ตรีนา
ชายฤหน่ายเสน่ห์ทิ้ง ทอดน้องนางแหนง ฯ
๙๓๏ บ้านกระเบื้องนามกระเบื้องบอก ตำบล
ไยกระเบื้องบยล อย่างอ้าง
เฉกโฉมนุชนฤมล ติดเนตร มาแม่
ไยบ่ยลเยาวร้าง เนตรไร้ ไป่เห็น ฯ
๙๔๏ ทำไฉนจะได้มิตร มาชม
พอค่อยคลายอารมณ์ ร่านเร้า
แสนทุกข์สุดทุกข์รทม ถมอก อยู่เอย
กว่าจักกลับคืนเข้า เนตรน้องยังนาน ฯ
๙๕๏ บางกร่างกร่างต้นใหญ่ ไป่มี
ยลแต่ไกรริมนที ร่มสอ้าน
ควรพาพงาลี ลาเล่น ร่มฤๅ
กร่างแต่อ้างนามบ้าน บอกไว้ไป่สม ฯ
๙๖๏ เรียมจากเสาวภาคย์สร้อย โกสุม
เจ็บอุระรึงรุม เร่าเร้า
เปรียบเปลวอัคนีประชุม เผาเผ่า อกเอย
วันละวันครั่นเศร้า กว่าร้อยคลาครวญ ฯ
๙๗๏ ขุนกองรอยชื่อเจ้า ของบาง
ตูจักถามอย่าพราง เร่งพร้อง
ยังไกลฤใกล้ทาง ประทมพระ สถูปพ่อ
เรียมด่วนคืนถนอมน้อง จักช้าฤๅเร็ว ฯ
๙๘๏ ถามใครใครห่อนแจ้ง กิจจา
พอเสื่อมโศกในอุรา คล่องคล้อง
คิดได้แม่มานา เวศร่วม เรียมแม่
ยามพี่พร่ำแม่พร้อง พร่ำพร้องพาเกษม ฯ
๙๙๏ ถึงบ้านจีนเจ๊กจ้อ เจรจา
เหล่าเจ๊กเคียงภรรยา หยอกเย้า
เรียมเจ็บจากสมรมา พลัดคู่
อายกับเจ๊กจิตต์เศร้า โศกสท้อนทรวงเสทือน ฯ
๑๐๐๏ นาวาคลาท่องท้อง แถวชล มารคเฮย
หลายล่วงบางตำบล เคลื่อนคล้อย
หวลโหยห่างนฤมล มาเปลี่ยว อกเอย
โศกยิ่งสุมทรวงสร้อย หลั่งล้นชลไนย ฯ
๑๐๑๏ บางนายไกรชื่อบ้าน นายไกร ทองฤๅ
นามบ่หายตนประไลย ลับลี้
ไกรเอยพระเวทไว วานหน่อย หนึ่งพ่อ
เคยเรียกกุมภีล์กี้ เรียกน้องลองมนต์ ฯ
๑๐๒๏ จำจรจำจากเจ้า จอมขวัญ
พิไรรักร่ำรำพรรณ พรากชู้
กี่คืนจักคืนครร ไลยสู่ สมนา
ช้าฤๅเร็วฤรู้ เร่งร้อนใจถวิล ฯ
๑๐๓๏ อุทยานขานชื่อให้ นครชม ชื่นเอย
ยามวิโยคเยาวกรม จิตต์ช้ำ
อุระเรียมระบอมระบม ทุกข์ทุ่ม ทับนา
ใจจะฟกอกจะขว้ำ ชื่นได้ฉันใด ฯ
๑๐๔๏ บุญใดดาลได้ประสบ พบกัน
บาปสิ่งใดดลทัน จึ่งร้าง
จำเรียมนิราจรัล แรมทุเรศ ลาแม่
บุญก่อบาปเกื้อบ้าง แบ่งให้เห็นผล ฯ
๑๐๕๏ บางรนกนึกอนาถโอ้ เอองค์
ไยบ่เห็นนกลง แหล่งนี้
ยินแต่ชื่อนกคง คำเรียก บางนา
นกก็ร้างเรียมก็ลี้ ลับน้องนางมา ฯ
๑๐๖๏ คำนึงเสน่ห์นกแก้ว กานดา พี่เอย
เคยหมอบรับพจนา พี่พร้อง
ยามเรียมวิโยคอรอา ดูรเปลี่ยว มาแม่
นกนุชจักเนาห้อง นั่งไห้นอนโหย ฯ
๑๐๗๏ คูเวียงใครขุดไว้ เปนคู
เวียงบ่พบพานดู เปล่าอ้าง
เหมือนเรียมนิราสพธู ลับเนตร มาแม่
ชมแต่นามอ้างว้าง อกว้าอาวรณ์ ฯ
๑๐๘๏ นอนเปลี่ยวเหลียวฝ่ายซ้าย ขวาแล
เห็นแต่สายสินธุ์กระแส เชี่ยวคว้าง
บสบสุดาแด ดาลเทวษ
ถวิลนิรารสร้าง เร่งร้อนรุมทรวง ฯ
๑๐๙๏ วัดโบสถ์โบสถ์ก่อไว้ แต่ปาง
คิดคู่พักตร์นวลนาง โบกแป้ง
พิศพักตร์ผ่องผิวปราง เปล่งปลั่ง ปลื้มนา
นวลบ่ร้างรู้แล้ง พิลาศล้ำนวลจันทร์ ฯ
๑๑๐๏ คำนึงนุชอยู่รั้ง แรมวัง
จักซื่อสนิทเนาหลัง ห่อนรู้
ยังคงต่อสัจจัง จริงแน่ ไฉนนา
ฤๅแม่หลงลมชู้ ชื่นแล้วลืมเรียม ฯ
๑๑๑๏ วัดหลวงคิดคู่ร้าง เวียงหลวง
ร้างสุขสิ่งเกษมทรวง เสื่อมสิ้น
มาเดียวอดูรดวง แดเด็จ สวาทแม่
ยามดึกสดุ้งยุงริ้น เหลือบล้อมตอมกวน ฯ
​๑๑๒๏ เล็งรกำลำสละเกี้ยว กลแกม
รกำคละสละหนามแหลม เหน็บสล้าง
เสมออกอาตมมาแรม บำราศ สมรฤๅ
รกำธุระสละรักร้าง เร่ร้อนนอนเรือ ฯ
๑๑๓๏ บางม่วงคิดม่วงน้อง นางฝาน
จัดประจงใส่จาน จอกแก้ว
รฦกรสสวายหวาน วายโอษฐ์ พี่เอย
เห็นแต่บางม่วงแคล้ว พี่คล้อยเรือคลา ฯ
๑๑๔๏ เมิลไม้ม่วงที่ท้าย ทางบาง
เหมือนหนึ่งนามนุชนาง ม่วงน้อง
พิศผลม่วงกลพาง พิศคู่ ถันนา
ยามพี่โลมลูบต้อง เต่งเต้าเต็มทรวง ฯ
๑๑๕๏ ถึงศาลอารักษ์ซ้าย ทางจร
เรียมแวะบวงบลวอน เทพไท้
ตูข้านิราสสมร เสมอชีพ นี้นา
ขอฝากสุดสวาทให้ ห่างร้างอันตราย ฯ
๑๑๖๏ แสนถวิลสุดสวาทเพี้ยง หฤไทย พี่เอย
แสนยากยากรักใคร เท่าน้อง
แสนทุกข์ทุกข์คราใด ฤๅทุกข์ ถึงเลย
แสนโศกสุดโศกพ้อง พี่พ้นทนทาน ฯ
๑๑๗๏ ถึงด่านชาวด่านตั้ง ตามอง เรือแฮ
ฤๅห่อนเห็นสิ่งของ ราษฎร์ค้า
ยลเครื่องย่อมเครื่องทอง ต่างตื่น ตระหนกเอย
เรือวิ่งเรียมหวาดว้า เหว่ว้างวังเวง ฯ
๑๑๘๏ เห็นตาเหลวปักไว้ สำคัญ
คุ้มด่านเผด็จภยันต์ อย่าข้อง
เรียมแรมนิราสขวัญ เนตรลับ เนตรเอย
วานช่วยเกียจกันป้อง ศึกชู้ชิงเชย ฯ
๑๑๙๏ บางใหญูใหญ่เท่านี้ ไหนปาน
รักพี่ใหญ่ฤประมาณ ใหญ่แท้
ดินฟ้าทั่วนทีธษร ใหญ่เท่า ไฉนฤๅ
รักแม่สุดใหญ่แล้ ใหญ่ล้ำรำพรรณ ฯ
๑๒๐๏ไคลไคลนาเวศร้อน เร็วพาย
พลางพี่คำนึงสาย สวาทเศร้า
บเหือดบ่หายวาย วางเทวษ
พายเร่งพี่เร่งเร้า รุ่มร้อนรำจวน ฯ
๑๒๑๏ วัดพระอินทร์ชื่ออ้าง อินทร์ไตร ตรึงส์ฤๅ
ฤๅว่าองค์สหัสไนย เษกสร้าง
เรียมถวิลสุดสายใจ จิตต์ร่วม รักแม่
อินทร์ช่วยเษกเรียมบ้าง คู่น้องครองวัง ฯ
๑๒๒๏ ยามศึกนึกเสน่ห์น้อง นอนครวญ
กำสรดสุดกำศรวญ หมื่นไหม้
โอ้นิ่มอนงค์นวล เนานิเวศน์ ไฉนนา
สุขฤทุกข์ขุกไข้ ขุ่นข้องหมองกมล ฯ
๑๒๓๏ โรงภาษีแต่งตั้ง ตามตะเกียง
เรียมล่วงเรือมาเคียง แค่บ้าน
ยลหญิงหมอบมุ่งเมียง มือพัด วีนา
เรียมยิ่งแสนโศกสท้าน อุระร้างห่างโฉม ฯ
๑๒๔๏ เปนแต่เพียงเจ๊กเจ้า ภาษี
ยังบ่ขาดนารี นั่งน้อม
เรียมฤๅสัตรีมี อเนกนับ เนืองนา
มานิราสขาดห้ามห้อม ห่อนให้หายกระศัลย์ ฯ
๑๒๕๏ ถึงวัดส้มเกลี้ยงที่ กลางทาง
ถวิลเมื่อเที่ยวสวนบาง แต่กี้
เคยพาคณานาง ไปสู่ สวนเอย
เรียมชักชวนชมชี้ เก็บส้มสอยแสวง ฯ
๑๒๖๏ จนสามยามเศษแล้ว ลืมหลับ
ก่นแต่ข้อนทรวงกลับ กลอกกลิ้ง
ดาวเดือนก็เลื่อนลับ เวหาศ หาวเฮย ฯ
ยิ่งทุกข์ถอนฤทัยทิ้ง ทอดแท้ทรมาน ฯ
๑๒๗๏ เห็นเดือนเตือนจิตต์ให้ โหยหา นุชเอย
ยามนิราสสมรมา ลับแล้ว
คิดยามเมื่อยังปรา กฎสถิต สถานฤๅ
เคยเสนาะสำเนียงแก้ว เกศน้องนางวอน ฯ
๑๒๘๏ บางโสนคิดโสนน้อย เรือนงาม
เคยประโคมทุ่มยาม ค่ำเช้า
มโหรีดุริยางค์ทราม สวาทฝึก ฝนแม่
เห็นแต่โสนนอนเศร้า สุดเศร้าเรียมคนึง ฯ
๑๒๙๏ บางเชือกเดิมเชือกคล้อง คชสาร
เชือกอยู่ด้าวใดวาน สักน้อย
ช่วยพันผูกรักสมาน สมรมิ่ง ไว้แม่
จงอย่าสร่างสวาทข้อย เคร่าถ้าคืนสม ฯ
๑๓๐๏ เห็นรักกับจากขึ้น เคียงกัน
ถวิลเช่นจากรักรัน ทดแท้
รักจากพรากทรวงศัลย์ แสนเทวษ
จากรักหนักอกแก้ กอบให้เบาไฉน ฯ
๑๓๑๏ ทางโยงโยงเชือกรั้ง เรือจร
เรือก็ล่วงลุขนอน นับร้อย
รักเรียมที่ติดดอน ดาลสวาท อยู่แม่
ไฉนจักฉุดโยงคล้อย เคลื่อนเข้าคลองทรวง ฯ
๑๓๒๏ อาวรณ์นอนนั่งเศร้า กระศัลย์ทรวง
โศกจี่ฤดีดวง รด่าวดิ้น
ดูใดยิ่งเตือนตวง เติมแต่ ทุกนา
เคยชื่นขาดเชยสิ้น เสื่อมน้ำใจเกษม ฯ
๑๓๓๏ ลิ่วลิ่วลุแหล่งด้าว ศาลา กลางเฮย
เปนที่พักนาวา ออกเข้า
เรือราษฎร์เรียบเรียงรดา ดูสนุก สนานแฮ
แลบ่ลืมจิตต์เศร้า จากสร้อยสูญเกษม ฯ
๑๓๔๏ ถวิลศรีสุดาอยู่ว้าง ไป่วาง ใจนา
ประยุรญาติยังบยกนาง นุญาตให้
ฉวยใครแซกผ่ากลาง ขอสู่ สมรแม่
เรียมกลับเกลือกเริศไร้ ชีพร้างฤๅคง ฯ
๑๓๕๏ ถึงดงทิ้งถ่อนให้ โหยหวล
ทิ้งนุชไว้ไป่ควร ประมาทแท้
ยิ่งคิดยิ่งรัญจวน ใจจ่อ นุชนา
ใครล่วงลอบลักแล้ เล่ห์ล้วงดวงใจ ฯ
๑๓๖๏ พินิจทิ้งถ่อนต้น ตอรอน
เฉกเช่นไมตรีทอน ทอดกลิ้ง
ยลอย่างพฤกษดงดอน ดาลเทวษ
เหมือนพี่ทิ้งแม่ทิ้ง ท่อยทิ้งเกษมสอง ฯ
๑๓๗๏ ผ่านซื่อตระหล่งล่งโล้ง แลตรง
เหมือนพซื่อต่ออนงค์ นุชนั้น
อยู่หลังนุชจงคง สัตย์ซื่อ เรียมนา
ซื่อต่อซื่อสัตย์กัน เกียจพ้นพาลภัย ฯ
๑๓๘๏ ลรรลุงเหลืออดกลั้น กรรหาย
รักบ่รางว่างวาย ครุ่นครั้ง
นอนนั่งนึกเสน่ห์สาย สมรสุด สวาทเอย
ครู่หนึ่งพึงหย่อนยั้ง หยุดได้ไป่มี ฯ
๑๓๙๏ ลุลานตากฟ้าฝั่ง นที โน่นนา
พอรุ่งสุริยรังสี สว่างแจ้ง
ตากฟ้าเช่นตากรวี แสงส่อง อกเอย
อกพี่หิวโหยแห้ง ห่างน้องหมองทรวง ฯ
๑๔๐๏ มาดลด่านน่านน้ำ นองสาย ชลเอย
ตลาดด่านภาษีนาย นอบไหว้
นำเนื่องเครื่องของถวาย อเนกนับ สิ่งนา
แฟงฟักผักผลไม้ อีกอ้อยตาลหวาน ฯ
๑๔๑๏ รับของคนึงแน่งน้อย อนงค์นวล
แม้แม่มาจักชวน ชื่นพร้อง
เปนเพื่อนพี่สำรวล บำราศ โศกนา
ตูแต่เดียวเหลียวน้อง ลับหน้าหาหาย ฯ
๑๔๒๏ เรียมจากจรจวบบ้าน บางนาง เกร็งเอย
เกร็งแต่นามนึกบาง รูปสร้อย
โฉมแม่พิศอย่างกลาง ฤๅพ่วง ผอมนา
เกร็งบ่เกร็งร่างน้อย ประหนึ่งอ้างนางเกร็ง ฯ
๑๔๓๏ งามพักตร์งามพิศน้อง งามผิว
โฉมแม่งามดุจปลิว จากฟ้า
งามนิ้วหัดถ์จิ๋วมหริว เรียวรัด นาแม่
งามโอษฐ์เมื่ออรอ้าง ออกเอื้อนสารเสนอ ฯ
๑๔๔๏ งิ้วรายรายงิ้วเรียด เรียงริม เฉนียรฤๅ
ดอกดั่งสีทับทิม แถบจ้า
คิดอรอ่าองค์ถนิม ภรณ์ผ่อง ผิวเอย
ศรีจับศรีนวลหน้า เนตรหน้าจับศรี ฯ
๑๔๕๏ แรมชมเรียมแต่ช้ำ ชำงือ
รุมรุ่มอุระฤๅ สร่างเศร้า
โศกทรวงนี่หนักคือ เขาทุ่ม ทับเอย
รอาอ่อนศรโศกเร้า เร้าร้อนแรงรุม ฯ
๑๔๖๏ บ้านลาวแลเหลือบล้วน ลาวกาว
เต็มแต่ลาวพุงขาว โคตรเชื้อ
พิศพักตร์พวกหญิงลาว ประโลมเนตร โหดเฮย
ดูบ่มีอเคื้อ คู่เท้าธุลีนาง ฯ
๑๔๗๏ เล็งลาวรุ่นรุ่นล้วน สาวสาว
ล้วนนุ่งซิ่นถุงลาว จืดจ้าน
หน้าตาก็ขาวขาว เขินเคอะ คะแฮ
ดูเบื่อคู่คี่คร้าน คร่ำไห้หาสมร ฯ
๑๔๘๏ สำปทวนประเทศนี้ นามคลอง แลฤๅ
คิดใคร่ทำปทวนสนอง เสน่ห์สร้อย
ประทับประทวนสอง สมสู่ กันนา
รับประทวนธุระนัอย หนึ่งจ้างเขียนประทวน ฯ
๑๔๙๏ ถวิลทวนคราวครั้งเมื่อ สอดสาร เสน่ห์นา
ก่นแต่เที่ยวสื่อสมาน ห่อนเว่น
ไป่ต่อตอบพจมาน สักฉบับ เลยแม่
สงวนศักดิ์ปิดรักเร้น ห่อนให้ใครหยาม ฯ
๑๕๐๏ ท่านานาใกล้หลิ่ง แลเห็น
ชนพวกชาวนาเข็น ฟ่อนเข้า
คำนึงพอูลเอ็น ดูอยู่ เดียวแม่
แม้แม่ตามเรียมเต้า จักชี้ชมนา ฯ
๑๕๑๏ เรียมเมิลทิวทุ่งท้อง นาทัง ทั่วเอย
เห็นแต่ชาวนาประนัง นวดเข้า
มอมแมมคราบไคลตรัง ตราติด ตนแฮ
ชมห่อนชื่นใจเศร้า เสน่ห์น้องเนาเวียง ฯ
๑๕๒๏ เรียมลุโรงเล่าแล้ว ลอยเรือ
กลิ่นเล่ากำจรเจือ จิตต์กลุ้ม
เมารักพี่เมาเหลือ เมาเล่า อีกเฮย
เมามืดดินฟ้าคลุ้ม คลั่งเคล้าฤๅคลาย ฯ
๑๕๓๏ เมาเล่าฮึกฮักให้ เฮฮา
เมาถั่วโปมักพา สับปลี้
เมายศหยิ่งยศหา ฤๅเหือด หยิ่งแฮ
เมารักเช่นพี่นี้ นั่งเพ้อนอนพึม ฯ
๑๕๔๏ ถับถึงบางแก้วถิ่น ธานี
เสนอชื่อนครไชยศรี ท่านตั้ง
ขวาแขวงแห่งนทิี คลองหนึ่ง แวะนา
เรียมเร่งเรือฤๅยั้ง ด่วนเลี้ยวคลองไคล ฯ
๑๕๕๏ คลาคลามาเคลื่อนคล้อย คลองบาง แก้วนา
ทุกข์พี่พรากพลัดนาง หนุ่มเหน้า
อาวรณ์ห่อนจืดจาง ใจจี่ โศกเฮย
กลืนแต่ทุกข์แทนเข้า คั่งแค้นคาคอ ฯ
๑๕๖๏ ดลวัดปากน้ำนึก ในกมล
วานปากน้ำนำยุบล บอกน้อง
เรียมนิราสนุชมาทน ทุกข์เทวษ ทวีเอย
ปากบ่รับเรียมพร้อง พร่ำเพ้วอนวาน ฯ
๑๕๗๏ ยินนามเรียกปากน้ำ เรียมถวิล
ถึงโอษฐ์อรยุพิน พี่พร้อง
งามโอษฐ์ดั่งกินริน ไรเรียบ โอษฐ์แม่
ยลแต่ปากน้ำพ้อง ชื่อเพี้ยงโอษฐ์สมร ฯ
๑๕๘๏ โพเตี้ยโพแต่ครั้ง พระยาพาล
มล้างบิดรวายปราณ ปลูกไว้
มหาโพธิก็พิการ ติดต่ำ เตี้ยแฮ
เหตุซึ่งปรากฎให้ หากแจ้งผลกรรม ฯ
๑๕๙๏ พระยาพาลบิดุฆาฎแท้ กรรมถึง เห็นเฮย
รักพี่กรรมใดดึง เด็ดมล้าง
ดลเรียมนิรารึง โศกรัก มาแม่
ถวิลบ่เห็นกรรมร้าง เร่งเศร้าทรวงกระศัลย์ ฯ
๑๖๐๏ วัดไทรไทเทพยท้าว เทพา รักษ์ฤๅ
อุ้มอนิรุทธ์สมอุษา สร่างเศร้า
เรียมบำราศสมรอา ดูรประดาษ เดียวพ่อ
เชิญช่วยอุ้มอรเต้า สู่ข้อยคอยสม ฯ
๑๖๑๏ ถวิลไทอนิรุทธ์ครั้ง สมอุษา
เสมอพี่ลอบสมยิหวา หับห้อง
อรุณกลับสู่คฤหา หอมจับ ทรวงเอย
หวลคนึงนุชน้อง แนบเนื้อนวลถนอม ฯ
๑๖๒๏ ลุศาลเจ้าเจ้าอยู่ สิงศาล
เจ้าอยู่เดียวกันดาร คู่เคล้า
เหมือนเรียมนิราสสถาน เดียวเด็จ สวาทพ่อ
ไร้นุชสุดสมรเศร้า โศกไหม้ ใจหมอง ฯ
๑๖๓๏ อารักษ์ยังไร้คู่ อยู่เดียว
เรียมก็ไว้คู่เหลียว ว่างว้าง
ถวิลทุกข์คู่กันเจียว จริงเทียบ เสมอนา
อารักษ์กับเรียมอ้าง อกร้าวราวกัน ฯ
๑๖๔๏ วัดบางแก้วแก้วที่ ไหนมี
เห็นแต่ดงเทพี รกเรื้อ
สีดอกดุจแพรสี อรห่ม หอมนา
ถวิลภิรมย์รสเกื้อ กอดแก้วกลกัน ฯ
๑๖๕๏ พิศเทพีที่คุ้ง ควรแสยง
ยลแต่หนามตามแขนง นึกขยั้น
เทพีที่เมิลแสวง หมายสวาท
พิศใช่เทพีอั้น อกโอ้เทพี ฯ
๑๖๖๏ วัดสิงสิงห์สถิตเบื้อง โบสถ์บรรณ
สิงห์ก็สิงสำคัญ เขตคุ้ง
เรียมแรมสถานขวัญ เนตรแต่ กายแม่
ใจพี่สิงสู่มุ้ง แม่หมั้นสมรเสมอ ฯ
๑๖๗๏ อาดูรพูลเทวษร้อน อุระครวญ
สุดโศกสุดกำศรวญ สุดเศร้า
ดูใดบ่ดูชวน จิตต์ชื่น เลยเอย
ตั้งแต่จากคู่เคล้า คลั่งคลุ้มสติเฟือน ฯ
๑๖๘๏ วัดท่าท่าวัดร้าง โรยชน
เปลี่ยวบ่เห็นสักคน อาบน้ำ
เหมือนมาเปลี่ยวสกนธ์ทน ทุกข์ทับ อกเอย
เปลี่ยวจิตต์ปลิดทุกข์ปล้ำ ปลดเปลื้องเปลืองไฉน ฯ
๑๖๙๏ ใจหนึ่งนึกหน้าบ่าย บูชิต สถูปเอย
ใจหนึ่งคืนหลังคิด สู่ห้อง
บ่ตกบ่ลงจิตต์ คนึงแน่ ไหนนา
บุญยิ่งสิ่งสนุกต้อง ตัดผ้ายฝ่ายกุศล ฯ
๑๗๐๏ วัดน้อยเหมือนนึกน้อย ใจเอง
ยังบ่สิทธิ์คิดยำเยง ญาติน้อง
จะพาพงาเกรง ใจจึ่ง โศกนา
จักโทษใครไป่ต้อง นิ่งน้อยใจตน ฯ
๑๗๑๏ น้อยใจไป่จวบแท้ ทางความ
ตรองแต่เดิมดูงาม อยู่แล้ว
จักพาสุดาตาม ใจขัด ขวางนา
ยังบ่เอออวยแก้ว ติดเต้าตามไฉน ฯ
๑๗๒๏ ดลท่าพเนียดจับช้าง แต่บรรพ์
เหตุเพราะตามพังพลัน ถูกคล้อง
ถวิลวันพี่จรจรัล ลอบสู่ สถานแม่
เจียนจะจับเรียมต้อง แอบเร้นสูตรแฝง ฯ
๑๗๓๏ สงสารคชเรศร้าง กิริณี
ก่่นแต่นองสุชลตี อกร้อง
เสมอเรียมนิราสศรี ศุภลักษณ์ มาแม่
เทวษบ่วายถวิลน้อง อนาถน้ำตากระเด็น ฯ
๑๗๔๏ ท่าช้างรอยท่าข้าม โขลงตรง นี้นา
พลายเถื่อนติดโขลงหลง โลภเคล้า
คิดคู่กับตูคง เคียงเทียบ กันนา
หลงแต่กามกวนเร้า รุ่มร้อนฤๅโรย ฯ
๑๗๕๏ เรียมร้างห่างแนบน้อง นานวัน
ครวญคร่ำกำศรวญศัลย์ คลั่งคลุ้ม
เสมอแม้นคชเมามัน มึนสวาท
มันตกอกกลัดกลุ้ม จิตต์บ้าบ่นกระหึม ฯ
๑๗๖ห้วยตโกเดิมด้วยเหตุ เภตรา
บันทุกตกั่วเกรียบมา ล่มไว้
จึ่งบัญญัติสมญา ห้วยตะ กั่วแฮ
คนทุกวันนี้ให้ ชื่อห้วยตโกแปลง ฯ
๑๗๗๏ หวลถวิลสุดสวาทเว้น วายสงวน นุชเอย
จักห่วงฤๅจักหวล ห่อนรู้
บางยังกลับแปรปรวน แปลงเปลี่ยน ไปแม่
รักเกลือกยักรักช เฉกห้วยตโกกลาย ฯ
๑๗๘๏ มาดลด้าวเขตบ้าน ธรรมศา ลาเอย
เปนที่ประชุมเมธา แต่กี้
แก้วิมุติปัญหา แห่งราช
ชื่ออยู่ชั่วเดี๋ยวนี้ เนิ่นช้าถาวร ฯ
๑๗๙๏ แสนรทมกรมอกอั้น รอิดรอา
เหลือทุกข์ทนเวทนา ขัดค้าง
แต่เรียมจากสมรมา วันครึ่ง คืนแม่
ดุจสักสิบปีร้าง รักน้องแรมนาน ฯ
๑๘๐๏ มาเดียวเปลี่ยวอกโอ้ อาทวา
คนึงนุชสุดเสนหา ห่างห้อง
กี่คืนจักคืนคลา ยังเย่า เยือนแม่
เชยชิดจุมพิตน้อง แนบเนื้อนวลถนอม ฯ
๑๘๑๏ วังเวงวิเวกอ้า อางขนาง
วังคนึงหน่ายนาง คู่เคล้า
วังเอยอีกสักปาง ใดนิวัติ วังนา
วังจักเยือกเย็นเช้า ค่ำถ้าคืนถึง ฯ
๑๘๒๏ แว่วแว่วดุเหว่าซั้น เสียงหวาน
ถวิลเมื่อเนาสถิตสถาน ถิ่นน้อง
เคยสดับศัพท์รฆังขาน กลองพิฆาฏ รุ่งแฮ
เนาป่ากานกซร้อง ศัพท์ซ้ำทรวงกระศัลย์ ฯ
๑๘๓๏ ครวญครวญจวนรุ่งเร้า รังสี สุริยแฮ
เสียงไก่กาสกุณี พร่ำพร้อง
พวกนายไพร่เปรมปรีดิ์ ประสงค์สู่ สถูปเอย
รีบเร่งริพลซร้อง แซ่สิ้นเสร็จขบวร ฯ
๑๘๔๏ ชาวช้างผูกช้างเทียบ คชสาร
ประทับรับหมอควาญ นอบน้อม
เสร็จเสพย์โภชนาหาร เสร็จสู่ คชแฮ
เถลิงคเชนทรไพร่ห้อม แห่หน้าหลังหลาม ฯ
๑๘๕๏ ถวิลรเด่นเทวษร้าง หมันหยา
โศกรักแรมจินตหรา เร่าร้อน
อนงค์นางสการวา ตีสุด สวาทเอย
ฦกรเด่นหมันหยาข้อน อกไห้ดุจเรียม ฯ
๑๘๖ ๏ เนาในกูบกั้งนั่ง เอองค์
เดิรดัดวนัศแดนดง ดื่นไม้
มาโพนประพาสพง พฤกษพราก สมรนา
เรียมจักชมเฌอให้ ชื่นชี้ใครชม ฯ
๑๘๗๏ แม้นแม่มาด้วยพี่ เปนสอง
จักมุ่งจักเมิลมอง แมกสล้าง
ชี้ชวนชื่นชมผอง พันลอก หลายแฮ
น้องจักชวนชมบ้าง พบ้างชมชวน ฯ
๑๘๘๏ โฉมหอมหอมยิ่งไม้ ดอกหอม
กลิ่นยิ่งกลิ่นประยงคุ์พยอม รสเร้า
รฦกกลิ่นเกศแก้มตรอม ทวีเทวษ ถึงแม่
ฉุนกลิ่นบุหงาพาเศร้า โศกซ้ำกำศรวญ ฯ
๑๘๙๏ ดอกซ่อนชู้รฦกชู้ เอกองค์
ชู้มากหมื่นพันอนงค์ ห่อนแม้น
ศรีเสาวภาคย์พิมลทรง สายสุด สวาทนา
โกรธเท่าโกรธแสนแค้น สบหน้าพาเกษม ฯ
๑๙๐๏ ลำดวนอวลอบฟุ้ง สุคนธ์ขจร
คนึงกลิ่นลำดวนอร อบเนื้อ
นมสวรรค์นึกนมสมร เคยอุ่น อกเอย
หวลภิรมยรสเกื้อ กลิ่นกล้ำลำดวน ฯ
๑๙๑๏ ชมพยอมชูช่อช้อย ชวนถวิล
กลพยอมอรยุพิน พี่พ้อง
โฉมเจ้าดุจกินริน ไกลาส นาแม่
จากนุชป่านนี้น้อง เนื่องน้ำตาคลอ ฯ
๑๙๒๏ นางแย้มเฉกเช่นแย้ม เนาสถาน
เคยหยอกยิ้มแย้มหวาน เสนาะถ้อย
ใช้ชิดชอบการงาร ทุกสิ่ง สรรพ์เอย
ป่านฉนี้จะละห้อย หอบไห้ โหยหา ฯ
๑๙๓๏ สาวหยุดหยุดชยั้ง ยลกล
สาวใช่สาวหยุดยล หย่อมไม้
สาวเอยบ่เห็นหน ใดหยุด
จักสั่งสารสาวให้ สื่อแจ้งทรวงสาว ฯ
๑๙๔๏ บุนนากนึกนากน้อง เนาวัง
จักละห้อยคอยฟัง ข่าวเศร้า
นุชเอยใช่จะรัง เกียจเกี่ยง ไฉนนา
จงค่อยอยู่เถิดเจ้า จากเจ้าจำใจ ฯ
๑๙๕๏ อบเชยเชยกลิ่นกล้ำ กลางทาง
ถวิลว่าอบเชยนาง ชื่อนี้
เรียมโดยพนาพลาง เชยช่อ เฌอเอย
เชยใช่อบเชยชี้ ชื่อพ้องอบเชย ฯ
​๑๙๖๏ ชเอมเฌออ้างชื่อ ชวนชม
เฉกเช่นเอมเรียมนิยม หยอกเย้า
กรรณเกศเนตรขำคม คิดชื่น ใจนา
เอมจักอยู่เดียวเศร้า โศกหน้าตาหมอง ฯ
๑๙๗๏ สารภีนึกหนุ่มหน้า สารภี
กัญเจียกเพ็ชร์รย้ามี ห่วงห้อย
ประดับหูอยู่ตาปี สมพักตร์ แม่แม่
นิ้วนุชใส่แหวนน้อย เพ็ชรพริ้งเพราตา ฯ
๑๙๘๏ พิศพรรณสรรพมิ่งไม้ ชายดง
ชี้ชื่อพ้องนามอนงค์ นิ่งเศร้า
รฦกอรเอกองค์ สุดสวาท ยิ่งนา
ทวีเทวษรุมอุรเร้า รักร้อนรนทรวง ฯ
๑๙๙๏ เรียมยินมยุเรศร้อง เรียกนาง ยูงเอย
ฟังยิ่งเสียวอุรพางค์ ผ่าวเศร้า
โอ้แต่สัตว์ยังคราง ครวญใคร่ กันนา
เสมอพี่แรมเสน่ห์เต้า แต่ตั้งครวญสมร ฯ
๒๐๐๏ โนรีเนารักร้อง รัวเสียง
นกคุ่มแนบคางเคียง คู่เคล้า
รังนานร่ายนางเรียง เรียกเพื่อน
กระจาบกรูจับเปล้า จิกปล้อนพลอนผล ฯ
๒๐๑๏ โมงเมียงแมกม่วงไม้ มองเมีย
ยางเหยียบยอดยางเยีย ยาตรเยื้อง
คลิ้งโคลงคล่ำคล้าเคลีย คลอคล่อ
แอ่นแอ่นอกแอบเอื้อง ออกเอี้ยงอึงอล ฯ
๒๐๒๏ อัญชันแอบซุ่มซุ้ม อัญชัน
แก้วจับแก้ววันพรรณ ดอกแก้ว
หกโหนกิ่งเหียงหัน หาหก
นกพริกจับพริกแล้ว โลดเต้นตามเมีย ฯ
๒๐๓๏ ตลิงปลิงปลิงปลูกตั้ง รังเรียง
รังแน่นรังนานเสียง แซ่อื้อ
คบแคคับแคเคียง คู่พลอด กันนา
โมงแมกเค้าโมงยื้อ ยอดโย้โผบิน ฯ
๒๐๔๏ ตับคาคาคาบแคล้ว คลารัง
กระลุมพุกกระลุมภูผัง พักพร้อง
กระทุ่มกระทาประนัง ศัพท์แซ่
แก้วเกาะกิ่งแก้วซ้อง สื่อถ้อยแถลงสาร ฯ
๒๐๕๏ กันภัยกระพ้อพรั่ง พรูลง
หงส์เห็จหามหาหงส์ แห่งไหล้
รวังไพรว่อนรวังพง ไพรเพรียก พร้องแฮ
ไผ่สู่พงไผ่ไซ้ ปีกป้อนเหยื่อกัน ฯ
๒๐๖๏ เห็นวิหคนกไม้ ไป่เพลิน
ขับคชย่างบาทสเทิน เร่งเร้า
ถึงพนัศพนมเนิน สถูปพระ ประทมแม่
ประทับช้างต่างเข้า สู่เบื้องบันได ฯ
๒๐๗๏ ขึ้นบนลานพระแล้ว ปรีดา
จุดธูปเทียนบูชา ทุกผู้
แต่เรียมนึกปราถนา จักเสี่ยง เทียนแฮ
หวังจิตต์คิดใคร่รู้ ร่วมได้ฤๅเสีย ฯ
​๒๐๘๏ จุดเทียนสองเล่มแล้ว อธิษฐาน
แม้จักได้วิวาหการ กับน้อง
จงเรืองโรจน์เสมอสมาน ทั้งคู่ เทียนแฮ
หากห่อนได้ร่วมห้อง ดับสิ้นแสงสูญ ฯ
๒๐๙๏ เห็นเทียนเรืองรุ่งเร้า รัศมี
จิตต์ยิ่งเกิดยินดี แก่กล้า
ดั่งได้ร่วมภิรมย์ศรี สุดสวาท แล้วเอย
ถึงมาทแม้นเร็วช้า เชื่อได้โดยทาย ฯ
๒๑๐๏ กำศรวญศรีปราชญ์ทั้ง ทวาทศ มาศฤๅ
อีกพิพิธสาลีพจน์ พร่ำพร้อง
ตรังนิราสนรินทร์รจ เรขเรื่อง ครวญพ่อ
สารโศกเรียมแรมน้อง ยิ่งถ้อยทังมวล ฯ
๒๑๑๏ ซึ่งนิพนธ์นิราสร้าง แรมสถาน
ไป่ลักเทียบคำบุราณ อื่นอ้าง
สริรักรวบรวมสาร รจเรข เรื่องเอย
ประสงค์แต่จริงจิตต์ร้าง รักให้กนิษฐ์ฟัง ฯ
๒๑๒๏ เสร็จเรื่องนิราสร้าง แรมสมร
นิพนธ์พจนกลกลอน กล่าวแกล้ง
เฉลิมพระเกียรติอดิศร เกศมกุฎิ สยามแฮ
กับจักให้อรแจ้ง เรื่องร้างไปประทม ฯ
๒๑๓๏ วันเสาร์สิบห้าค่ำ ศุกปักษ์
กติกมาศมเมียศกนัก ษัตรอ้าง
พันร้อยฉะนวุติศัก ราชจวบ จุุลนา
ปางแรกบำราศร้าง เริศไร้ไกลสถาน ฯ
๒๑๔๏ บันลุสิบค่ำขึ้น ชิวา วารเฮย
บุษยมาศในพรรษา แสะนั้น
นิพนธ์พจนรสสารา นิราสเรื่อง นี้ฤๅ
สัมฤทธิ์สฤษดิฤๅขั้น ขวบค้างโทถึง ฯ
๒๑๕๏ กรมวงศาสนิทผู้ ปรีชา เชี่ยวแฮ
เรียบรจเรขกถา เพราะพร้อง
เนืองเนกคณเมธา ทุกทั่ว อ่านเอย
ควรจักยอยศซร้อง แซ่ซั้นสรรเสริญ ฯ
โฆษณา