28 ส.ค. เวลา 03:42 • ธุรกิจ

ทั้งโลกต้องหันมามองเครื่องบินรบจากสวีเดนเพราะไทย

เรียกได้ว่ากองทัพอากาศของไทยได้สร้างชื่อให้กับเครื่องบินรบ “Gripen“ ครั้งใหญ่จากปฏิบัติการจริงในสมรภูมิรบจริงระหว่างไทยและกัมพูชา มิใช่เพียงการซ้อมรบอย่างที่ผ่านมา ทำให้ทั้งโลกได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของเครื่องบินรบสัญชาติสวีเดนที่ไม่เป็นสองรองใคร และการนำมาใช้งานในปฎิบัติการจริงของกองทัพอากาศไทยนั้นได้กลายเป็นกรณีศึกษาให้กับกองทัพของชาติต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งกลุ่มประเทศนาโต้ที่สวีเดนก็เป็นสมาชิกได้นำไปปรับใช้ในยุทธการศึกอีกด้วย
แน่นอนว่ากองทัพอากาศของไทยก็ยังคงไว้ใจประสิทธิภาพของ Gripen และทำการสั่งซื้อเข้าประจำฝูงบินเพื่อทดแทนเครื่อง F-16 ที่ต้องทยอยปลดประจำการเนื่องจากอายุการใช้งานที่ยาวนานเกือบ 30 ปี ซึ่งทางบริษัท ซาบ (Saab) ออกหนังสือแถลงข่าวว่า ได้ลงนามในสัญญากับสำนักบริหารจัดการยุทโธปกรณ์ (Swedish Defence Materiel Administration: FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Gripen E/F จำนวน 4 ลำ ให้กับประเทศไทย
โดยคำสั่งซื้อดังกล่าวมีมูลค่า 5,300 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 18,000 ล้านบาท พร้อมส่งมอบได้ภายในกรอบเวลา 2025 - 2030 นี้ และคาดว่าเครื่องบินรบล็อตแรกจะจัดส่งมาให้ไทยแบบด่วนๆ ภายในปีนี้อีกด้วย
ในรายงานระบุตรงกันกับที่กองทัพอากาศไทยแถลงก่อนหน้านี้ว่าจะจัดซื้อแบบ Gripen E หรือแบบที่นั่งเดียว จำนวน 3 ลำ และแบบ Gripen F ที่เป็นแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมกับอุปกรณ์ส่วนควบและการสนับสนุน ตลอดจนการฝึกสอนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ Saab ยังลงนามสัญญาเพื่อสนับสนุนการชดเชยทางเศรษฐกิจระยะยาว (long-term offset package) กับกองทัพอากาศของไทยตามแผนจัดหาเครื่องบินขับไล่ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
มิคาเอล โจฮานส์สัน ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Saab กล่าวว่า “เรายินดีต้อนรับประเทศไทยในฐานะลูกค้ารายล่าสุดสำหรับ Gripen E/F ประเทศไทยถือเป็นผู้ใช้งาน Gripen ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว (well-established Gripen User) และยังรับรู้ความแข็งแกร่งที่ Gripen มอบให้กับกองทัพอากาศไทยเป็นอย่างดี ประเทศไทยได้เลือกเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดซึ่งจะสร้างยุคใหม่ของขีดความสามารถในเชิงกลยุทธ์และเป็นอิสระ”
นอกจากนี้จะมีการตั้งสำนักงานวิจัยและพัฒนา Saab R&D Office ในไทย ซึ่งจะพัฒนาสามารถวิศวกรไทยในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองเพื่อติดตั้งในเครื่องบินได้ เนื่องจากเครื่องบินของ Saab ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่มเติมได้เอง รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI ทั้งหมดนี้ถือเป็นความร่วมมือในระยะยาว ระหว่าง Saab กับ ไทย
1
ทั้งนี้หลังจากที่มีข่าวดีลคำสั่งซื้อเครื่องบินรบจากไทยทำให้หุ้นของ Saab ในรอบ 5 วันที่ผ่านมาพุ่งขึ้นไป 12.25% โดย +58.80 จุด และดีดตัวขึ้น 3% ในช่วงของการซื้อขายในวันจันทร์ (25 สิงหาคม)
โฆษณา