Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฐานเศรษฐกิจ_Thansettakij
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
29 ส.ค. เวลา 05:00 • ธุรกิจ
เบื้องลึกศึกสายเลือด ดุสิตธานี ประชุมผู้ถือหุ้นปลด‘ชนินทธ์ โทณวณิก’ CPN ส่ง 2 ตัวแทนนั่งบอร์ด
เปิดเบื้องลึกศึกสายเลือดดุสิตธานี! ทายาท 3 คนแตกหักชิงอำนาจ นำไปสู่การถอดชนินทธ์ โทณวณิก ออกจากบริษัท ชนัตถ์และลูก พร้อมเตรียมประชุมวิสามัญ 26 ก.ย.68 ถอดถอนจากกรรมการดุสิต ขณะเซ็นทรัลพัฒนาถือหุ้น 17% ส่งตัวแทนเข้าบอร์ด สะเทือนตลาดทุนไทย
■
เปลี่ยนขั้วชิงอำนาจดุสิตธานี
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญใน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดจากตลาดทุนและวงการโรงแรมไทย หลังเกิดความขัดแย้ง “ศึกสายเลือด” ระหว่างทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานีถึงขั้นแตกหัก นำไปสู่การเดินเกมถอด “ชนินทธ์ โทณวณิก” ออกจากการมีอำนาจใน “บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด” ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.ดุสิตธานี
ล่าสุดบานปลายถึงขั้นกดดันให้ดุสิตธานี จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 กันยายน 2568 เพื่อขอมติถอดถอนนายชนินทธ์ ออกจากการเป็นกรรมการของ บมจ.ดุสิตธานี
ดุสิตธานี แบรนด์โรงแรมไทยระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 76 ปี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแล้ว 50 ปี กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญกับศึกชิงอำนาจของทายาท หลังท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี 2563
■
รากเหง้าความขัดแย้ง
ความขัดแย้งเริ่มจากการ “เปลี่ยนขั้วอำนาจ” ในกลุ่มทายาท ได้แก่ “ชนินทธ์ โทณวณิก” (พี่ชายคนโต) “สินี เธียประสิทธิ์” (น้องสาวคนกลาง) และ “สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค” (น้องสาวคนเล็ก) ประเด็นหลักคือการแบ่งกองมรดกกันไม่ลงตัวใน 3 บริษัท คือ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.ดุสิตธานี), บริษัท ปิยะศิริ จำกัด (ผู้ถือหุ้นใหญ่ในโรงพยาบาลสุขุมวิท) และ บริษัท ธนจิรัง จำกัด (พัฒนาและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์)
ชนินทธ์ ที่บริหารดุสิตธานีมาตั้งแต่ยุคท่านผู้หญิงชนัตถ์ ต้องการหุ้นทั้งหมดของบริษัทชนัตถ์และลูก ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็น กลุ่มชนินทธ์ ถือหุ้น 25.4%, กลุ่มสินี 26.57%, กลุ่มสุนงค์ 21.62% และกองมรดกท่านผู้หญิงชนัตถ์ 24.99%
นายชนินทธ์เจรจาขอซื้อหุ้นจากน้องสาว 2 คนเพื่อให้ตนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และนำทรัพย์สินอื่นมาชดเชยให้เท่าเทียมกัน แต่ตกลงกันไม่ได้
1
■
การเปลี่ยนขั้วอำนาจ
นางสินี และ นางสุนงค์ รวมหุ้น 48.19% จับมือกุมเสียงข้างมากใน “บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด” เดินเกมเขี่ย นายชนินทธ์ โดยถอดถอนออกจากกรรมการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 และแต่งตั้งกรรมการใหม่ 2 คน คือ นายภัทร สาลีรัฐวิภาค และนางสาวลลิตา เธียรประสิทธิ์
ชนินทธ์ โทณวณิก
ปัจจุบันกรรมการบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ประกอบด้วย นางสินี เธียรประสิทธิ์, นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค, นางสาวลลิตา เธียรประสิทธิ์ และนายภัทร สาลีรัฐวิภาค โดยไม่มีชื่อตระกูลโทณวณิกคนใดเป็นกรรมการ แต่นายชนินทธ์ ยังคงเป็นกรรมการ บมจ.ดุสิตธานีอยู่
■
ศึกระเบิดในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ความขัดแย้งบานปลายสู่บริษัทมหาชน เมื่อในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บมจ.ดุสิตธานี วันที่ 25 เมษายน 2568 บริษัท ชนัตถ์และลูก ปฏิเสธอนุมัติงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 แม้จะผ่านการตรวจสอบและลงนามรับรองโดยผู้สอบบัญชีแล้ว ทำให้วาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชีไตรมาส 1/2568 ไม่สามารถไปต่อได้
ตัวแปรสำคัญคือบมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 สัดส่วน 17.09% เลือกงดออกเสียง จนเกือบถูกระงับการซื้อขายหุ้นด้วยเครื่องหมาย SP
ตลาดหลักทรัพย์กับนักลงทุนจับตาหนัก เพราะถือเป็นสัญญาณรุนแรงว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมรับการบริหารงานของบอร์ดชุดปัจจุบันที่มีนายชนินทธ์เป็นแกนหลัก ท้ายสุดมีการแก้เกมด้วยการประชุมใหม่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 จนสามารถแจ้งผลไตรมาส 1 ได้
ในการประชุมครั้งนี้เกิดการวางระเบิดใหญ่ โดยไม่อนุมัติแต่งตั้งกรรมการ 4 คนที่หมดวาระกลับเข้ามา คือ นาย อาสา สารสิน, นางปราณี ภาษีผล, นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ และนายสมประสงค์ บุญยะชัย เพื่อลดทอนแรงหนุนนายชนินทธ์ จนนายชนินทธ์ถูกแต่งตั้งเป็นรักษาการประธานกรรมการแทนนายอาสา สารสิน
■
เดินเกมเขี่ย "ชนินทธ์" พ้นอำนาจ
ล่าสุดฝั่งน้องสาวเดินเกมหนัก กดดันให้ บมจ.ดุสิตธานี จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 กันยายน 2568 เสนอวาระถอดถอนชนินทธ์ โทณวณิก และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ (ซีอีโอ DUSIT) ออกจากตำแหน่งกรรมการ
พร้อมเปลี่ยนอำนาจกรรมการลงนามแทนบริษัท จากเดิม กรรมการ 2 ใน 3 คน (ชนินทธ์, สินี, ศุภจี) เป็น สินี เธียรประสิทธิ์, ดร.กฤษดา กวีญาณ, และ ศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ ลงลายมือชื่อร่วมกัน
รวมถึงเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 12 คน เป็น 18 คน โดยเสนอกรรมการใหม่ 6 คน ได้แก่ ดร.กฤษดา กวีญาณ, นายเสข วรรณเมธี, นายปัณฑิต มงคลกุล, นายภูม โอสถานนท์, นายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ และนายพิชัย ดุษฎีกุลชัย (กรรมการอิสระ) เพื่อถอนรากฐานการกุมบังเหียนดุสิตธานีของนายชนินทธ์
ในจำนวนนี้เป็นการเสนอชื่อตัวแทนจาก CPN 2 คน ได้แก่ นายปัณฑิต มงคลกุล และนายภูม โอสถานนท์
■
ความเชื่อมโยงกับเซ็นทรัลพัฒนา
การเข้ามาถือหุ้นในดุสิตธานีของกลุ่มเซ็นทรัล เกิดจากการชักชวนของนายชนินทธ์ให้ร่วมลงทุนโครงการดุสิตเซ็นทรัล พาร์ค ภายใต้บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ตั้งแต่ปี 2560 โดยดุสิตธานีถือหุ้น 70% และ CPN ถือหุ้น 30% มูลค่าการลงทุนกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโรงแรม เรสซิเดนซ์ อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า
การเปลี่ยนแปลงกรรมการทำให้นายชนินทธ์วิตกกังวล เพราะมีกรรมการใหม่เชื่อมโยงกับเซ็นทรัลโดยตรง และ 2 ใน 3 สามารถลงนามแทนบริษัท เป็นการเปิดทางให้คนนอกเข้าควบคุมกิจการที่ครอบครัวสร้างมาได้ทันที
เหตุผลที่นายชนินทธ์กังวล เพราะก่อนหน้านี้ CPN งดออกเสียงในการประชุมพิจารณางบการเงินดุสิตธานี ปี 2567 อีกทั้งเคยพยายามเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายครั้ง ครั้งหนึ่งเคยซื้อหุ้นถึง 22.5% และยืนยันว่ากลุ่มเซ็นทรัลกับบริษัทชนัตถ์และลูก ภายใต้การบริหารน้องสาวทั้งสอง ได้หารือกันหลายครั้งเพื่อหาทางซื้อหุ้นเพิ่ม
ประกอบกับโครงการดุสิตเซ็นทรัล พาร์ค กำลังรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดุสิต เรสซิเดนเซส ขายดีมียอดขายกว่า 92% และธุรกิจโรงแรมดุสิตธานี มีทิศทางที่ดี ทำให้ทั้งนางสินี และนางสุนงค์ ไม่ยอมปล่อยมือจากบริษัทชนัตถ์และลูก
■
ข้อกังวลเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์
นายชนินทธ์เคยขอไม่ให้เซ็นทรัลส่งคนมาเป็นกรรมการเพราะธุรกิจทับซ้อนกัน เช่น ธุรกิจโรงแรมแข่งขันกันโดยตรง เนื่องจาก CPN เป็นเจ้าของโรงแรมหลายแห่ง อาทิ ที่อยุธยา อุดรธานี โคราช (บริหารโดยเครือเซ็นทารา) และที่พัทยา (บริหารโดยเชนฮิลตัน) อีกทั้ง CPN สร้างแบรนด์ GO Hotel วางกลยุทธ์ 5 ปี เป้าขยาย 5 สาขาต่อปี ด้วยงบลงทุน 1,850 ล้านบาท
CPN กำลังขยายธุรกิจโรงแรม แผนลงทุน 10,000 ล้านบาทใน 5 ปี สร้างโรงแรมใหม่ 37 แห่งทั่วประเทศ รวมกว่า 4,000 ห้อง ควบคู่กับศูนย์การค้า และยังมีธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอาหาร จึงเกรงปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับดุสิตธานี
■
คำชี้แจงจากเซ็นทรัลพัฒนา
CPN ปฏิเสธข่าวและชี้แจงว่า เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับดุสิตธานีเพื่อพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในปี 2560 ใช้งบลงทุนรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยนายชนินทธ์เป็นผู้บริหารหลักร่วมดำเนินการด้วยดีมาตลอด
โครงการอยู่ภายใต้บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ร่วมทุนในสัดส่วน 70:30 เซ็นทรัลพัฒนาดูแลเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์คและเซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศ ส่วนโรงแรม เรสซิเดนท์ และ Roof Park สวนลอยฟ้า อยู่ภายใต้การดูแลของดุสิตธานี
เซ็นทรัลพัฒนาเห็นว่าสามารถใช้ความเชี่ยวชาญร่วมสนับสนุนดุสิตธานีให้เติบโต และการแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวปฏิบัติปกติการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยไม่มีอำนาจควบคุมดุสิตธานี
1
กรณีที่นายชนินทธ์ระบุว่ากลุ่มเซ็นทรัลพยายาม Take Over ดุสิตธานี แหล่งข่าวจากกลุ่มเซ็นทรัลเปิดเผยว่า CPN พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารศูนย์การค้ามา 45 ปี พัฒนาโครงการกว่า 40 ศูนย์การค้า ล้วนพัฒนาเอง ไม่เคยเข้าซื้อกิจการใด การเข้าลงทุน “เซ็นทรัล พาร์ค” เพราะเชื่อมั่นศักยภาพกรุงเทพฯ
1
ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 21 มีนาคม 2568 เซ็นทรัลพัฒนาถือหุ้นดุสิตธานี 145,238,320 หุ้น คิดเป็น 17.09% ตั้งแต่ปี 2561 เซ็นทรัลพัฒนายืนยันไม่ได้เสนอตัวเป็นกรรมการ แต่ยอมรับมีการเสนอให้ส่งตัวแทนให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งเป็นกรรมการ
■
จุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ตำนาน
วิกฤตผู้ถือหุ้นของ ดุสิตธานี (DUSIT) กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาด้าน Corporate Governance ที่น่าจับตาที่สุดของปี 2568 เพราะไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเรื่องการเงิน แต่คือการแย่งชิงอำนาจการควบคุมของธุรกิจโรงแรมระดับตำนานของไทย ที่สะท้อนทั้งปัญหาครอบครัว ธรรมาภิบาล และความเชื่อมั่นของตลาดทุน
6 บันทึก
17
4
7
6
17
4
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย