30 ส.ค. 2025 เวลา 10:56

เมื่อจีนรุกคืบในทะเลจีนใต้...ประเทศไทยจะวางตัวอย่างไร?

[Global Trace] – ทะเลจีนใต้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่พิพาท แต่เป็น ศูนย์กลางอำนาจใหม่ของโลก และสนามประลองยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เส้นทางเดินเรือสายนี้มีมูลค่าการค้าสูงถึง 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ถูกส่งผ่านไปยังเอเชียตะวันออก
นอกจากนี้ ยังมีการประมาณการว่าพื้นที่นี้มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากถึง 11 พันล้านบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติอีก 190 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมจีนจึงไม่ยอมปล่อยมือจากพื้นที่นี้ และเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน
การอ้างสิทธิ์ของจีนที่ใช้แผนที่ "เส้นประ 9 เส้น" ได้ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับอนุสัญญาสากลว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อจีนทำการสร้างเกาะเทียมและฐานทัพเพื่อขยายอิทธิพลทางทหาร ซึ่งกระตุ้นให้ชาติอื่นๆ ในภูมิภาคต้องเพิ่มงบประมาณด้านการทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง และถึงแม้ไทยจะไม่ได้เป็นคู่พิพาทโดยตรง แต่ "ไฟที่อยู่ใกล้บ้าน" นี้ก็ส่งผลกระทบต่อเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไฟใกล้บ้าน: ผลกระทบต่อไทยที่ต้องจับตา
ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยในหลายมิติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ทะเลจีนใต้คือเส้นทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญที่สุดของไทย โดยสินค้าส่งออกและนำเข้าส่วนใหญ่ต้องผ่านเส้นทางนี้ หากเกิดความขัดแย้งรุนแรงจนเส้นทางถูกปิดหรือเกิดความล่าช้า เศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักจะได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่อาจย้ายฐานการผลิตออกจากภูมิภาค
ผลกระทบทางความมั่นคง: ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคได้นำไปสู่การแข่งขันด้านอาวุธอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศในอาเซียนต่างเสริมศักยภาพกองทัพเรือและอากาศ ซึ่งทำให้ไทยเองก็ต้องปรับตัวเพื่อรักษาสมดุลอำนาจ และอาจนำไปสู่การเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบต่ออาเซียน: ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง อาเซียนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบในภูมิภาค แต่ความขัดแย้งนี้ทำให้ความเป็นเอกภาพของกลุ่มสั่นคลอน และอาจส่งผลให้ไทยในฐานะสมาชิกต้องเผชิญกับแรงกดดันให้เลือกระหว่างจีนกับสหรัฐฯ
ยุทธศาสตร์ของไทย: สมดุลและเสริมสร้างอำนาจภายใน
ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ การวางตัวของไทยต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและชาญฉลาด เราไม่สามารถเลือกข้างได้อย่างชัดเจน แต่ต้องใช้ "การทูตที่สมดุล" ควบคู่ไปกับการ "เสริมสร้างอำนาจภายใน" เพื่อรับมือกับความผันผวนของโลก
การทูตที่สมดุล: ไทยต้องใช้เวทีอาเซียนในการเป็น "ผู้สร้างสะพาน" และ "ผู้ประสานงาน" เพื่อส่งเสริมการเจรจาระหว่างคู่พิพาท เราควรสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างอนุสัญญา UNCLOS และผลักดันให้มีการจัดทำ กฎบัตรว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (COC) ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน
การเพิ่มศักยภาพกองทัพ: การเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารไม่ได้หมายถึงการเข้าร่วมการแข่งขันสะสมอาวุธ แต่เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเองและรักษาอธิปไตย การลงทุนในเรือดำน้ำ เรือฟริเกต และระบบเฝ้าระวังทางทะเล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลาดตระเวนและปกป้องผลประโยชน์ในน่านน้ำของไทย ในขณะเดียวกัน การพัฒนา ขีดความสามารถด้านไซเบอร์และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่
การสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ: เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางการค้าเดียว ไทยควรเร่งกระจายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่น ๆ เช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศอย่าง ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยสามารถทนทานต่อวิกฤตการณ์ภายนอกได้
มุมมอง: อนาคตที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำ
ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้เป็นเพียงตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ ยุคโลกหลายขั้ว ที่อำนาจไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่มหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศอีกต่อไป ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับไทย
โอกาส: หากไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ เรามีโอกาสที่จะยกระดับสถานะของประเทศและกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการทูตของโลกใหม่
ความเสี่ยง: แต่โอกาสนี้จะสูญเปล่าทันทีหากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในได้ ความไม่แน่นอนทางการเมือง จะทำให้ประเทศอ่อนแอลง และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างการ "เลือกข้าง" ตามผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ซึ่งอาจทำให้ไทยกลายเป็นพื้นที่ของ "สงครามตัวแทน" (Proxy War) ทางเศรษฐกิจหรือแม้กระทั่งสงครามจริง
ดังนั้น อนาคตของประเทศไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอกาสภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำที่จะก้าวข้ามผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสามัคคีและยืนหยัดในโลกที่ผันผวนได้อย่างมั่นคง.
Global Trace -..
โฆษณา