Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Global Trace
•
ติดตาม
31 ส.ค. 2025 เวลา 10:50 • ข่าวรอบโลก
มิตรภาพจีน-อินเดีย' ผลิบานบนรอยร้าวกับสหรัฐฯ?
การพบกันครั้งสำคัญระหว่างผู้นำมหาอำนาจแห่งเอเชียอย่าง นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย และ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้สร้างความน่าสนใจในเวทีโลกอย่างมาก เพราะการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อินเดียกำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา และนักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นสัญญาณของการรวมกลุ่มเพื่อต้านทานแรงกดดันจากโลกตะวันตก
เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นภาษี...จีนคือทางออก?
การประชุมที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน มีขึ้นเพียง 5 วันหลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การจับมือกันระหว่างโมดีและสี จิ้นผิง คือความพยายามในการสร้าง "แนวร่วม" เพื่อตอบโต้แรงกดดันจากชาติตะวันตก
ในระหว่างการหารือ นายกฯ โมดี ย้ำชัดเจนว่า อินเดียและจีนต่างก็ยึดมั่นใน "การปกครองตนเองเชิงยุทธศาสตร์" และความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่ควรถูกมองผ่านมุมมองของประเทศที่สาม
วิเคราะห์ฉบับ Blockdit: 'มิตรภาพจีน-อินเดีย' ผลิบานบนรอยร้าวกับสหรัฐฯ? 🌍🤝
การพบกันครั้งสำคัญระหว่างผู้นำมหาอำนาจแห่งเอเชียอย่าง นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย และ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้สร้างความน่าสนใจในเวทีโลกอย่างมาก เพราะการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อินเดียกำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา และนักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นสัญญาณของการรวมกลุ่มเพื่อต้านทานแรงกดดันจากโลกตะวันตก
เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นภาษี...จีนคือทางออก?
การประชุมที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน มีขึ้นเพียง 5 วันหลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การจับมือกันระหว่างโมดีและสี จิ้นผิง คือความพยายามในการสร้าง "แนวร่วม" เพื่อตอบโต้แรงกดดันจากชาติตะวันตก
ในระหว่างการหารือ นายกฯ โมดี ย้ำชัดเจนว่า อินเดียและจีนต่างก็ยึดมั่นใน "การปกครองตนเองเชิงยุทธศาสตร์" และความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่ควรถูกมองผ่านมุมมองของประเทศที่สาม
ประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้แค่พูดคุยเรื่องการเมือง แต่ยังครอบคลุมประเด็นสำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย:
เศรษฐกิจ: ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องต้องกันที่จะขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน รวมถึงลด การขาดดุลการค้า ของอินเดียกับจีน ซึ่งเป็นปัญหาที่คาราคาซังมานาน
ความมั่นคงชายแดน: โมดีระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้สร้างบรรยากาศของ "สันติภาพและความมั่นคง" บริเวณชายแดนหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่เคยมีการปะทะกันอย่างรุนแรงในปี 2020 และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการบริหารจัดการชายแดน
การฟื้นฟูความสัมพันธ์: สัญญาณที่ดีที่เกิดขึ้นคือการประกาศฟื้นเที่ยวบินตรงระหว่างกัน ซึ่งถูกระงับมาตั้งแต่ปี 2020 นอกจากนี้ จีนยังตกลงที่จะยกเลิกการจำกัดการส่งออกแร่หายาก, ปุ๋ย และเครื่องเจาะอุโมงค์ให้กับอินเดีย ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดด้านการค้าได้
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและยังคงมีบาดแผล
แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะดูเหมือนเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงมี "บาดแผลในระยะยาว" ที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา เช่น:
การขาดดุลการค้า: แม้จะมีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่การขาดดุลการค้าของอินเดียกับจีนยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 99.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่อินเดีย
เขื่อนในทิเบต: แผนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ของจีนในทิเบตได้สร้างความกังวลให้กับอินเดียอย่างมาก เพราะอาจจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำพรหมบุตรลดลง
ความขัดแย้งอื่น ๆ: อินเดียยังคงให้ที่พักพิงกับองค์ดาไลลามะ ซึ่งจีนมองว่าเป็นผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน และการที่จีนให้การสนับสนุนปากีสถานซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของอินเดีย ก็ยังคงเป็นประเด็นที่บั่นทอนความสัมพันธ์เช่นกัน
สรุปแล้ว การพบกันครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทั้งสองประเทศกำลังมองหา "จุดสมดุลใหม่" ในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแรงกดดันจากโลกตะวันตกเริ่มมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การจะสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนได้นั้น ทั้งสองประเทศยังคงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ซับซ้อนอีกมากมายในอนาคตอันใกล้
ข่าวต่างประเทศ
ข่าวรอบโลก
ข่าว
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย