5 ก.ย. 2025 เวลา 00:00 • หนังสือ

เข้าใจเรื่องกรรมให้ถูกสักที

คนไทยจำนวนมากกลัวอำนาจของเจ้ากรรมนายเวร เชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรเป็นอำนาจลึกลับที่ทำให้คนคนหนึ่งเคราะห์ร้าย
1
ความคิดเรื่องเจ้ากรรมนายเวร อาจจะเกิดขึ้นเพื่อขู่หรือปรามการทำชั่ว โดยหลักว่าเจ้ากรรมนายเวรคือผู้เคยมีเวรมีกรรมกับเราในชาติก่อน และส่งผลข้ามชาติมาถึงเราในชาตินี้ได้ ทำให้เราไม่กล้าทำชั่ว เมื่อทำบุญ ก็อุทิศส่วนบุญไปให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย แต่มันกลายเป็นความกลัวผลของกรรมเก่า
1
คนไทยใช้คำ ‘เทวดา’ คู่กับ ‘เจ้ากรรมนายเวร’
เทวดามีฤทธิ์บวก บันดาลสิ่งดี ๆ เจ้ากรรมนายเวรมีฤทธิ์ลบ บันดาลเคราะห์ร้าย
เรามีความเชื่อสะสมต่อเนื่องมาว่า ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าดีหรือไม่ดี เป็นผลจากกรรมที่ได้ทำไว้ในชาติก่อน หรือ ‘กรรมเก่า’
1
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เขียนในหนังสือ เชื่อกรรม รู้กรรม แก้กรรม ว่า เราใช้คำว่ากรรมในความหมายที่คลาดเคลื่อนมาตลอด กลายเป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตแบบ “แล้วแต่บุญแต่กรรม”
1
มันเริ่มที่เราใช้คำในความหมายเพี้ยน
เราใช้คำว่า บุญและกรรมคู่กัน เป็นขั้วตรงข้ามกัน
บุญเป็นเรื่องดี กรรมเป็นเรื่องร้าย
นี่เป็นการใช้คำที่ผิดความหมายอย่างมโหฬาร
ความจริงแล้ว กรรม แปลว่า การกระทำ มันเป็นคำกลาง ๆ ไม่บ่งว่าดีหรือเลว ดีก็ได้ ชั่วก็ได้
1
เมื่อใช้ผิด ก็เขวกันไปตลอด
กรรมเป็นการกระทำ เป็นเหตุ (cause) ส่วนผลของกรรมเรียกว่าผล (effect) ทางพุทธเรียกว่า วิบาก
1
กรรมจึงไม่ใช่ผล
‘กรรมเก่า’ อย่างที่คนจำนวนมากเข้าใจกันก็ไม่ใช่ผล
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) พูดถึงเรื่องนี้ว่า “จะลองยกข้อความในพระสูตรหนึ่ง ชื่อว่า วาเสฏฐสูตร มาพูดสักนิดหนึ่ง ในพระสูตรนั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลเป็นชาวนาก็เพราะกรรม เป็นโจรก็เพราะกรรม เป็นพราหมณ์ก็เพราะกรรม เป็นกษัตริย์ก็เพราะกรรม เป็นปุโรหิตก็เพราะกรรม ฯลฯ เป็นโน่นเป็นนี่ก็เพราะกรรม”
1
พระสูตรนี้ไม่ได้หมายถึงว่าชาติก่อนทำกรรมอะไร ทำให้ชาตินี้ต้องเกิดเป็นชาวนา หรือชาติก่อนทำดีอะไร ชาตินี้จึงมาเกิดเป็นกษัตริย์
“ในพระสูตร คำว่าเป็นชาวนาเพราะกรรม เป็นต้นนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้เองเลยว่า นายคนนี้ เขาดำนา หว่านข้าว ไถนา เขาก็เป็นชาวนา การที่เขาทำนานั่นเอง ก็ทำให้เขาเป็นชาวนา คือเป็นไปตามการกระทำ อันได้แก่อาชีพการงานของเขา อีกคนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดิน เขาก็เป็นปุโรหิตตามอาชีพการงานของเขา ส่วนนายคนนี้ไปลักของเขา ไปปล้นเขาก็กลายเป็นโจร”
1
นอกจากทางกายภาพแล้ว พระพุทธองค์ยังทรงสอนให้มองถึงจิตใจด้วย ดังพุทธพจน์ที่ว่า “เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ” (ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม)
หมายถึงเจตนาคือตัวความคิด คือเจตจำนง และมันก็คือกรรม
พูดง่าย ๆ ก็คือ หากมองที่เปลือกนอก กรรมก็คืออาชีพ การทำงาน การดำเนินชีวิต หากมองลึกเข้าไปถึงจิตใจ กรรมก็คือเจตนา
ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าแบบนี้มาจากไหน?
ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าเป็นแนวคิดของสามลัทธิเดียรถีย์ ที่พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า ติตถายตนะ 3
1
ลัทธิที่ 1 บุพเพกตวาท สอนว่าคนเราจะสุขจะทุกข์ล้วนเป็นเพราะกรรมที่ทำไว้แต่ชาติก่อน
ลัทธิที่ 2 อิศวรนิรมิตวาท สอนว่าคนเราจะสุขจะทุกข์ล้วนเป็นเพราะเทพบันดาลให้
ลัทธิที่ 3 อเหตุวาท สอนว่าคนเราจะสุขจะทุกข์ล้วนเป็นเรื่องบังเอิญ แล้วแต่โชคชะตา ไม่มีเหตุปัจจัย
พระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธสามลัทธินี้ เพราะมันทำให้คนไม่มีฉันทะ ไม่มีความเพียร ไม่คิดจะทำอะไร เพราะเชื่อว่าทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากทุกอย่างถูกควบคุมจากกรรมเก่า เทพ และปัจจัยที่เราคุมไม่ได้
3
กรรมเก่าและการแก้กรรมที่เกริ่นมาในตอนต้นจึงไม่ใช่พุทธศาสนาโดยสิ้นเชิง
1
มันเป็นแค่ศาสนาผี
1
พระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่บอกว่าตนสามารถหยั่งรู้ได้ว่าที่ใครเป็นอย่างนี้ ๆ เพราะทำกรรมอย่างนั้น ๆ ในชาติที่แล้ว จึงสมควรที่จะถูกตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่ารู้จริงแน่หรือ ยิ่งถ้าบอกว่ารู้วิธี ‘แก้กรรม’ ด้วยแล้ว ก็แสดงว่าเขากำลังสอนลัทธินอกพุทธศาสนา เพราะกรรมในอดีตนั้น ไม่มีใครสามารถแก้ได้ มีแต่บรรเทาผลกรรมด้วยการทำกรรมดีในปัจจุบัน หรือนำผลกรรมนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในทางธรรม คือเป็นเครื่องเตือนใจให้ทำความดี ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท”
2
บางท่อนจาก หลับถึงชาติหน้ารวมบทความต้านโหราศาสตร์และไสยศาสตร์
28 บทความ ราคา 220 = บทความละ 7.8 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
220 บาทนี้จะทำให้คุณประหยัดค่างมงายไปตลอดชีวิต
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
โปรโมชั่นคู่กับเล่มอื่น คุ้มกว่า https://shope.ee/Vj8bA8a4u?share_channel_code=6
โฆษณา