7 ก.ย. เวลา 03:34 • ความคิดเห็น

คิดถึงหลวงลุงนักพัฒนา

แม้เราจะต่าง ท่านเป็นพระ ศาสนาพุทธ ผมเป็น คริสต์ แต่ก่อนก็อยากจะไปหาแต่เนื่องด้วยศาสานาและไม่รู้พิธีกรรม แต่พอผมดำเนินเป็นชีวิตกับ พระเยซูคริสต์ กับพบว่า ศาสานา ว่าด้วย กฎต่างๆ คำว่าอย่าทำให้ใครสะดุด
ผมเข้าใจผม มันไม่ได้ได้กฎเกณฑ์ ความรักนั้น ต้องเป็นชีวิตต่างหาก แต่ระบบ การอยู่ร่วมกันและการไม่เข้าใจความลึกซึ้งของพระคำของพระเจ้า ที่ต้องดำเนินชีวิตต่างหาก ที่ทำให้ผมขาดบางมิติออกไป
มัวแต่กลัวเกรงกับสายตาคนอื่นว่าเขาจะคิดอย่างไรกับผมกลัวห่วงแต่ความดีของตน
จนบางครั้งไม่ได้สนใจ ความรักที่แท้จริง ความสัมพันธ์ที่แท้จริง มันเหมือนว่าสายตาผมก็ห่วงแต่ อย่าๆๆ ทำให้ใครสะดุด
จนกระทั่งชีวิตผมเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่ได้มีผลของความรักความสัมพันธ์เท่าที่ควร
ผมเริ่มเข้าใจชีวิตและความจริงมากขึ้น เกี่ยวกับการไม่ปรุงแต่ง
ศาสนาแต่ละศาสนาสอนให้คนมีความรักและเป็นคนดีเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันแต่ว่า
มนุษย์นี้แหละมาใช่กฎเกณฑ์ต่างๆ เพิ่มเข้าใจ จนมัน ยาก สลับสับซ้อน
คุณอาจจะใช้ช่วงเวลา 10 ปี มาค่อยถามว่า แบบนั้น บาป หรือไม่ บาป
แค่นั้นก็กินเวลามากแล้ว
ผมเราไม่ได้เจอกันมาก ท่านก็คอยถามไถ่สารทุกข์ผมอยู่จากการโทรมาหา
ถามจากทางภรรยาผม ว่าให้พาหลานไปเที่ยวหาบ้าง
สรุปเลยว่า เราอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักแม้เราจะต่างศาสนาแต่ความรักความสัมพันธ์จริงเท่านั้น และ การเป็นเนื้อแท้เรา ในการดำเนินชีวิตเท่านั้น จะทำให้เราได้ใช้ชีวิต อย่าไปพิสูจน์ความดี ใส่หน้ากาก สิ่งที่ไม่ใช่เรา จนกระทั่งเราต้องเสียดายเวลา
ไปเลย
Remark:
ผมก็จะบอกท่านเสมอว่า ผมไม่รู้พิธีต่างๆ ของพุทธครับ ท่านบอกว่ามาหาเถิดก็ปกตินี้แหละ พระครู หรือว่า หลวงลุงนั้น ผมก็เรียกแบบนั้นแต่ผมไม่แน่ใจว่าเรียกถูกไหมก็ทานก็เป็นพี่ชายพ่อ แต่ทางแม่ผมก็มาทางสาย คริสต์ มันจึงแยกเป็นสองสาย แม่ ทางคริสต์​พ่อทางพุทธ เติบโตมาเพื่อนก็มุสสลิม ผมเรียนโรงเรียนอิสลาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย
โฆษณา