7 ก.ย. 2025 เวลา 16:24 • กีฬา

# ดอกนี้มอบแก่พวกเหยียดผิว

# การล้างแค้นหรือเอาคืนในวงการฟุตบอลนั้นมีอยู่อย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่มักจะมีที่มาจากการที่นักเตะทั้ง 2 ฝ่ายเกิดปะทะคารมกันและอาจจะมีถึงขั้นลงไม้ลงมือใส่กัน โดยการล้างแค้นก็มักจะเกิดจากผู้เล่นที่เป็นฝ่ายถูกกระทำได้จัดการเอาคืนต่อคู่กรณีของตนเอง
# สำหรับหนึ่งในเหตุการณ์การล้างแค้นในวงการฟุตบอลที่ถูกพูดถึงกันอยู่ไม่น้อยก็คือ การปะทะกันระหว่าง เอ็มเร่ เบโลโซกลู มิดฟิลด์ชาวตุรกีกับ ดิดิเยร์ โซโกร่า กองกลางตัวรับชาวไอวอรีโคสต์ ซึ่งเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลลีกของตุรกีในช่วงฤดูกาล 2011/2012
# โดยจุดเริ่มต้นความบาดหมางของทั้งคู่ก็เกิดขึ้นในเกมซุปเปอร์ไฟนอลลีกของตุรกีเมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 ซึ่งเป็นแมตช์การเจอกันระหว่าง เฟเนร์บาห์เช่ กับ แทรบซอนสปอร์ ซึ่งในแมตช์นี้ชัยชนะตกเป็นของเจ้าถิ่นเฟเนร์บาห์เช่ที่ชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงในระหว่างเกมกลับเป็นประเด็นที่หลายคนกล่าวถึงโดยเฉพาะการปะทะคารมระหว่าง เอ็มเร่ของฝ่ายเฟเนร์บาห์เช่ กับ ฝั่งของโซโกร่าที่อยู่กับแทรบซอนสปอร์
# โดยฝ่ายเอ็มเร่ได้ถูกกล้องจับภาพได้ว่าพูดจาเชิงเหยียดผิวใส่โซโกร่า โดยสิ่งที่เอ็มเร่พูดออกมาคือคำว่า F.ucking N.igga ซึ่งแปลเป็นไทยก็คือ ไอ้ดำหรือไอ้มืด ซึ่งถือว่าเป็นคำหยาบคายที่ใช้ในการเหยียดพวกคนผิวสี
# ฝ่ายโซโกร่าที่ถูกเหยียดผิวก็ไม่ได้มีการตอบโต้อะไรออกมา เพียงแต่เขาได้เก็บความแค้นความเจ็บปวดนี้เอาไว้เพื่อรอวันที่จะแก้แค้นในวันข้างหน้าซึ่งโซโกร่าก็ไม่ต้องรอนาน เพราะในเดือนพฤษภาคมทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยในคราวนี้เป็นแทรบซอนสปอร์ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของเฟเนร์บาห์เช่
# ก่อนจะเริ่มเกมก็เริ่มให้เห็นถึงดีกรีความระอุขึ้นมาแล้ว เมื่อโซโกร่าปฏิเสธที่จะจับมือกับเอ็มเร่ แม้ว่าทางฝ่ายเอ็มเร่จะเป็นฝ่ายขอยื่นมือไปจับก็ตามซึ่งในระหว่างเกมบรรดานักเตะและแฟนบอลของแทรบซอนสปอร์ต่างก็ยืนหยัดเคียงข้างโซโกร่าที่ถูกเหยียดผิวและนั่นจึงทำให้เอ็มเร่ตกเป็นเป้าหมายหลักในการโดนโห่และถูกทำฟาวล์อยู่บ่อยครั้ง
# เกมดำเนินมาจนถึงนาทีที่ 74 เมื่อเอ็มเร่ได้บอลอยู่ตรงกลางสนามก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โซโกร่าวิ่งเข้ามาพอดีซึ่งฝ่ายของโซโกร่าก็ตัดสินใจระเบิดความแค้นที่เก็บเอาไว้ออกมาและเขาก็จัดการเตะเข้าไปที่บริเวณหว่างขาของเอ็มเร่อย่างรุนแรงจนอีกฝ่ายถึงกับนอนลงไปกุมเป้าและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
# หลังจากเตะใส่คู่กรณี ทางด้านโซโกร่าก็ได้รับใบเหลืองซึ่งเขาก็ยอมรับแต่โดยดีและไม่ได้มีการขอโทษเอ็มเร่แต่อย่างใดซึ่งหลายคนที่ได้รับชมต่างก็มองว่าจังหวะการเล่นนี้เป็นการจงใจของโซโกร่าที่ตั้งใจจะเอาคืนเอ็มเร่ซึ่งเคยเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติใส่ตัวเขา
# หลังเหตุการณ์นี้จบลงทางด้านของสมาคมฟุตบอลตุรกีก็เข้ามาสอบสวนเหตุการณ์ที่ทั้ง 2 คนมีปัญหาขัดแย้งกันซึ่งโซโกร่ายืนยันว่าเขาถูกเหยียดผิว ขณะที่เอ็มเร่ยอมรับว่าเขาด่าโซโกร่าแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการพูดเหยียดเชื้อชาติต่อโซโกร่าแต่อย่างใด
# แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลตุรกีก็ได้ทำการลงโทษแบนเอ็มเร่ เบโลโซกลูเป็นเวลา 2 นัดซึ่งหลายคนมองว่ามันเป็นบทลงโทษที่เบาเกินไป จนกระทั่งในช่วงปี 2014 ศาลเมืองอิสตันบูลได้ตัดสินว่าเอ็มเร่มีความผิดจริงจากคดีใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติต่อโซโกร่า ทำให้ศาลตัดสินให้จำคุกเอ็มเร่เป็นเวลา 2 เดือนครึ่งแต่ให้รอลงอาญา ทำให้เอ็มเร่กลายเป็นนักเตะชาวตุรกีคนแรกที่ถูกตัดสินโทษในคดีเหยียดเชื้อชาติ
#นักฟุตบอลนอกกระแส
#เอ็มเร่เบโลโซกลู
#ดิดิเยร์โซโกร่า
#เหยียดผิว
เอ็มเร่ เบโลโซกลู กับ ดิดิเยร์ โซโกร่า มีปากเสียงกันและทางฝ่ายเอ็มเร่ก็ได้พูดจาเหยียดเชื้อชาติใส่โซโกร่าซึ่งสร้างความเจ็บแค้นให้แก่โซโกร่าเป็นอย่างมาก
ทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยก่อนเริ่มเกมโซโกร่าปฏิเสธที่จะจับมือกับเอ็มเร่
โซโกร่าระเบิดความแค้นออกมาด้วยการเตะเข้าไปที่บริเวณหว่างขาของเอ็มเร่อย่างรุนแรงซึ่งเขาก็โดนเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น
แม้จะปฏิเสธว่าไม่ได้พูดเหยียดเชื้อชาติใส่โซโกร่า แต่สุดท้ายเอ็มเร่ก็โดนตัดสินว่ามีความผิดจริงและโดนโทษแบน 2 นัด
โฆษณา