9 ก.ย. 2025 เวลา 14:42 • การเมือง

บิ๊กเล็ก รมว.กลาโหมคนใหม่สยบปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทุกท่านก็รู้แล้วว่าเป็นใคร คำตอบคือ "บิ๊กเล็ก" พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ บทบาทของท่านเป็นเช่นไร แล้วมีที่มาอย่างไร ทำไมจึงได้ตำแหน่งนี้ไปติดตามกันนะฮะ
ไทยรัฐออนไลน์ให้ข้อมูลว่า "บิ๊กเล็ก" พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ มีความใกล้ชิด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น เพราะเคยนั่งเลขาฯ สมช. ช่วงปีพ.ศ. 2563 และยังเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค.ส่วนหน้า รวมทั้งสมัยยังรับราชการอยู่ที่กองทัพบก (ทบ.)
ขณะเดียวกัน "บิ๊กเล็ก" ยังเป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่โตมาคู่กันในกองทัพบก
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ.2504 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
สำหรับประวัติรับราชการทหาร พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ท่านเคยรับราชการทหารเป็นผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ต่อมาเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก อาจารย์วิทยาลัยการทัพบก เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในปี พ.ศ. 2558 เป็นรองเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2559 และหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2559
ปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. 2561-2563 จากนั้นโอนย้ายมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ระหว่างนั้นท่านได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรรมการในคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ
ภายหลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
ในภาคธุรกิจ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ บริษัท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2563 และกรรมการอิสระและกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2562 - พ.ศ. 2563
พ.ศ.2566 นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเตรียมเสนอ ครม. ตั้ง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะท่านมีคุณสมบัติและรู้เรื่องกองทัพ มีความรู้ และมีความสามารถ เข้าใจเรื่องระบบการบริหารของกระทรวงกลาโหม ทำให้ท่านอยู่ยาวมาจนถึงรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
1 ปีต่อมาสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชามีความตึงเครียดมากขึ้น พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับพื้นที่และชายแดน
เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงมีคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา” (ศบ.ทก.) ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อประสานและบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด...
ศูนย์เฉพาะกิจนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการวางแผน แก้ไข และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในแนวทางสันติวิธี บนพื้นฐานของการเคารพในเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค และบูรณภาพแห่งดินแดนตามหลักทวิภาคี
พร้อมกันนี้ยังมีการประสานกับสภาความมั่นคงแห่งชาติในการอนุมัติการดำเนินการต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และสร้างแนวทางสู่การเจรจาอย่างสันติระหว่างประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
ห้วงนี้ พลเอก ณัฐพล ต้องทำงานอย่างหนักในการแก้ไขปัญหา แน่นอนว่าด้วยความทุ่มเทเต็มกำลังความสามารถ จะทำให้สถานการณ์บรรเทาคลี่คลาย
วันที่ 8 กันยายนพ.ศ.2568 ก่อนหน้าที่บิ๊กเล็กจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโฟมเพียงวันเดียว เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เปิดเผยรายงานข่าวจาก สายบ้านป่ารอยต่อฯ ถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เจรจากับ นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยขอคุมกระทรวงกลาโหมเอง
ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร เป็น อดีต ผบ.ทบ. เคยมีประสบการณ์ในการทำงานที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มาตลอด แต่โดยสภาพร่างกาย และอายุ คงไม่สามารถลงพื้นที่ไปลุยชายแดนด้วยตนเองได้ บวกกับการที่พรรคประชาชน โหวตหนุน นายอนุทิน เป็นนายกฯ หากตั้ง พลเอก ประวิตร ร่วม ครม. และให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งเท่ากับว่า พรรคประชาชน เลือกท่านมาเป็นรัฐบาลด้วย
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พลเอก ประวิตร ถูกโจมตีอย่างหนัก จากคลิปสมัยเป็น รมว.กลาโหม ยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก่ว เป็นของกัมพูชา ซึ่งชาวกัมพูชาอยู่มานานแล้ว
ด้วยเหตุเหล่านี้ พลเอก ประวิตร จึงส่งชื่อ พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกลาโหม เลขาฯ ส่วนตัว ที่เติบโตมาใน พล.ร.2 รอ. ชายแดนเขมร แถบพื้นที่ จ.สระแก้ว มาด้วยกันมาแทนตนเอง
สำหรับ พลเอก ณัฐ เป็น ตท.20 เพื่อนร่วมรุ่น บิ๊กเล็ก พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาการ รมช.กลาโหม
รายงานข่าวแจ้งว่า เวลานี้มีกองหนุนในกระทรวงกลาโหม ทั้ง พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่กำลังจะเกษียณ และตั้ง พลเอก ธราพงศ์ มะละคำ ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ โดยเป็นเพื่อน ตท.24 ของ พลเอก สนิธชนก และเป็นสายบ้านป่ารอยต่อฯ ด้วยกัน
ขณะที่ มีรายงานข่าวว่า นายอนุทิน ได้ให้โควตา รมว.กลาโหม กับพรรคกล้าธรรม มาตั้งแต่เริ่มมีการเจรจาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว ไม่เคยให้โควตานี้กับทางพรรคพลังประชารัฐ
รายงานข่าวแจ้งว่า พลเอก ประวิตร ได้พยายามเจรจาต่อรองกับนายอนุทิน ประกอบกับ พลเอก ประวิตร ยังรู้สึกกินแหนงแคลงใจ ไม่พอใจ ร้อยเอก ธรรมนัส กรณีที่ตัดสินใจแยกตัวออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปตั้งพรรคกล้าธรรม พร้อมดึง สส.ออกไปด้วย
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็เป็นทหารเก่า เป็นเตรียมทหาร รุ่น 25 จปร.31 หากมองในภาพลักษณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส อาจเสียเปรียบ แต่ถ้ามองลึกลงในศักยภาพ ร้อยเอก ธรรมนัส ฝีมือท่านไม่เป็นรองใครแน่นอน
โดยที่ผ่านมาท่านอยู่เบื้องหลัง คอยสนับสนุน “กัน จอมพลัง” ในการช่วยเหลือทหารชายแดนไทย-กัมพูชา มาตลอดหลายเดือน
อีกทั้งท่านยังไปเยี่ยมชาวบ้านและทหารที่บาดเจ็บในห้วงที่ผ่านมา พร้อมให้กำลังใจทหารที่บาดเจ็บและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบ และเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกๆ เลยที่โดดลงพื้นที่
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า สถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ร้อยเอก ธรรมนัส ที่มีเลือดทหารอยู่ในตัว ตัดสินใจที่จะรับโควตากระทรวงกลาโหมมาดูแลเอง เพราะต้องการที่จะสนับสนุนกองทัพในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย- กัมพูชา
แม้ว่า ร้อยเอก ธรรมนัส จะไม่เคยรับราชการในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา แต่พร้อมสนับสนุนกองทัพภาค 2 และกองกำลังสุรนารี ในการสู้ศึกอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชานี้ ต้องให้เป็นหน้าที่ของ ผบ.ทบ. แม่ทัพภาค 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ชายแดน ในการตัดสินใจในการแก้ปัญหา ส่วนฝ่ายรัฐบาล การเมือง และ รมว.กลาโหม จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้คอยสนับสนุน อย่างเต็มที่ ไม่ใช่คอยคัดค้านท้วงติง เช่นห้วงที่ผ่านมา
แต่ทว่าเก้าอี้สนามไชย 1 (รมว.กลาโหม) ของร้อยเอก ธรรมนัส กลับริบหรี่เมื่อชื่อของพลเอกณัฐพลกลับถูกเสนอชื่อแทนแคนดิเดทรมว.กลาโหมทั้ง 2 รายที่กล่าวมานี้
และแล้ววันนี้วันที่ 9 กันยายน 2568 พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กระทรวงกลาโหมได้เติบโตเป็น รมว.กระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล
วันนี้ท่านมีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวไว้อย่างไรหลังจากรับตำแหน่งใหม่ไปดูกันนะฮะ
นักข่าว : "การรับตำแหน่งครั้งนี้เป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือโควตาคนนอก'
พลเอกณัฐพล : "มาในลักษณะคนนอก"
นักข่าว : "ท่านอยากทำงานต่อ ไม่อยากเปลี่ยนม้ากลางศึกใช่หรือไม่"
พลเอกณัฐพล : ยิ้มและกล่าวสั้นๆว่า "ยังไม่มีความเห็น"
นักข่าว : การทำงานหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
พลเอกณัฐพล : "ที่ผ่านมามีการวางโร้ดแมป 4 ขั้นตอน สามารถปรับตามสถานการณ์และนโยบายของรัฐบาลใหม่ได้ แต่ไม่ได้มีการเผยแพร่ออกไป เนื่องจากไม่อยากให้ฝ่ายกัมพูชาทราบวิธีคิด"
นักข่าว : "ท่านได้รับการติดต่อว่าจะมีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเพิ่มอีกหรือไม่"
พลเอกณัฐพล : "ไม่ทราบ เพราะได้รับการติดต่อเพียงคนเดียว"
ทางด้าน "เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบิ๊กเล็กต่อสื่อมวลชนว่าตนไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการทหาร แต่ท่านเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก เป็นเสนาธิการทหารบก เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และตนทำงานกับท่านอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เราจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านโควิด
ท่านก็เป็นเลขาธิการศูนย์ เราทำงานกันมา มีความสัมพันธ์ที่ดี มีความเข้าใจในการทำงาน ยอมรับซึ่งกันและกัน ถือว่าการกำกับดูแลกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลของตนมีความจำเป็นต้องได้ พลเอกณัฐพล มาดูแลงานด้านนี้
ด้าน พลเอกณัฐพล ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับการยืนยันชัดเจนว่าได้รับตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว มีความลำบากใจในการทำงานด้านการทหาร ขณะที่ดำรงตำแหน่งรมช.กลาโหมว่า ขอไม่พูดถึงเรื่องเก่า เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ ไปประชุมตนต้องเดินทางไปประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่ประเทศกัมพูชา
ซึ่งในวันนี้นายอนุทิน นายกฯ ได้มอบหมายให้เลขาติดต่อมาหาตน ให้เข้ามาพูดคุยกัน ตนจึงถือโอกาสดีที่จะได้เข้ามารับทราบนโยบาย เพื่อไปใช้ประกอบในการประชุมในวันพรุ่งนี้
"หลังจากได้มีการพูดคุยก็มีความมั่นใจ หลังได้ทราบนโยบายที่ชัดเจน โดยหลักๆเน้นย้ำเรื่องของอธิปไตย และการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และประชาชนปลอดภัย ก่อนที่ผมจะได้เสนอโรดแมปที่ได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วยแต่ได้ทลายข้อจำกัด เพราะรัฐบาลมีเวลาจำกัด จึงต้องดำเนินการเรื่องแก้ปัญหาประชาชนให้เร็วที่สุด" พลเอกณัฐพล กล่าว
เมื่อถามถึงโรดแมปที่ดำเนินการอยู่ จะสามารถดำเนินการต่อให้พลิกสถานการณ์ให้ได้ภายในสี่เดือนหรือไม่ ท่านกล่าวว่า ต้องทำให้เต็มขีดความสามารถ แต่เราไม่สามารถจะรับปากได้ว่าเมื่อไหร่ แต่เมื่อรับทราบนโยบายในวันนี้แล้วก็รับปากว่าจะทำให้เร็วที่สุด
นี่คือบทบาทของรมว.กลาโหมท่านใหม่ ท่านจะคลี่คลายสถานการณ์ได้หรือไม่พรุ่งรอติดตามกันได้จากสื่อทุกสำนัก แล้วทิศทางการประชุม GBC รอบนี้จะทำให้ไทยและกัมพูชามีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันหรือไม่ คำตอบอยู่ที่ "บิ๊กเล็ก" พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ แล้ว สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thairath Online
MGR Online
Thaipost
NATION TV
thethaiger
เดลินิวส์
Spring News
เรียบเรียงบทความ : นักรบชายแดน
โฆษณา