Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Art V Def
•
ติดตาม
11 ก.ย. 2025 เวลา 02:25 • ไลฟ์สไตล์
ความสุขของชีวิตเริ่มจากสร้างความสมดุลย์ที่เหมาะสมและเรียบง่าย
เชื่อว่าในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไม่ว่าวันนี้เราจะอยู่ในวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่เกษียณแล้วก็ตาม ต่างก็ต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆที่บางครั้งก็ไม่อาจหลีกหนีความยุ่งยาก อึดอัด คับข้องใจ ทั้งผู้คน สิ่งแวดล้อมและสิ่งต่างๆรอบตัวมากน้อยแตกต่างกันไป
จากสถานการณ์เหล่านั้นมักจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคม เราต่างก็มีวิธีคิด วิธีการที่แต่ละคนเลือกที่จะนำมาจัดการ แก้ไขให้ชีวิตสามารถหลุดพ้นและก้าวข้ามปัญหาและเรื่องราวต่างๆเพื่อไปต่อยังจุดหมายปลายทางที่ได้วาดหวังไว้และประเด็นเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่เราน่าจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆของชีวิตอันได้แก่
1. จัดเตรียมอาหารการกินให้เหมาะสม
การทานอาหารเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย การใส่ใจในการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้าจะต้องการเสริมเพิ่มเติมด้วยอาหารเสริมหรือวิตะมิน ก็ต้องแน่ใจว่าถูกหลักอนามัยและได้รับการรับรองตามมาตราฐานสากลและเหมาะสมกับร่างกายของคนแต่ละคนด้วย และนอกเหนือจากนั้น การทานอาหารตามธาตุเจ้าเรือนและการทานเพื่อปรับสมดุลย์นั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการให้เหมาะสมกันด้วยเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยและติดเชื้อง่ายด้วย
2.การจัดการอารมณ์
เช็คอารมณ์และสภาพจิตใจของคุณเป็นประจำ ฌดยไม่มองว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อย
โดยเริ่มจากการสังเกตุว่าคุณรู้สึกมีอารมณ์ขุ่นมัว เบื่อหน่ายชีวิตหรือชอบเก็บตัว ไม่อยากพบปะผู้คนขึ้นมาเรื่อยๆหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ นั่นเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าคุณจะต้องรีบลุกขึ้นมาจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว
วิธีที่จะจัดการกับความเบื่อมีให้เลือกมากมายทีเดียว เราลองมาดูกัน เคยเห็นมั้ยที่หลายท่านลุกขึ้นมาเต้นท่าที่ออกแบบขึ้นมาเอง แบบไม่มีครูฝึกสอน แบบว่าท่านี้ตามใจฉัน หรือ ท่านี้มีที่นี่ที่เดียว หรือคิดได้ไงเนี่ยประหลาดและตลกขนาดนี้ อาจจะเข้าจังหวะหรือไม่ก็ไม่ต้องไปจริงจังอะไรนัก ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับทั้งตนเองและผู้คนใกล้ชิดได้
โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ไม่มีใครสามารถใช้ชีวิตเพียงลำพังได้อย่างมีความสุขโดยปิดกั้นตัวเองไปได้ตลอดชีวิต ดังนั้นการมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันจึงถือเป็นเรื่องจำเป็น
การได้ออกเดินทางท่องเที่ยว พบปะเพื่อนฝูง เจอะเจอสังคมนอกบ้านบ้างเป็นระยะๆ จะช่วยเพิมเติมความสดใส สดชื่นให้กับชีวิตได้ไม่มากก็น้อย และหากมีเรื่องหงุดหงิด ไม่สบายใจ นั่งทำงานแล้วคิดไม่ออก เหมือนสมองไม่แล่น รู้สึกปวดศีรษะ จิตใจ หดหู่ จิตใจเซื่องซึม การหาเวลาออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติบ้างก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้และช่วยให้สมองปลอดโปร่ง จิตใจแจ่มใสได้มากทีเดียว
3.เลือกวิธีการออกกำลังกาย
ถ้าสมมติว่าราเป็นคนรูปร่างค่อนข้างอ้วนเกินไป เราก็ควรเลือกการออกกำลังกายที่เป็นประเภทเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โดยควรจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาทีต่อชั่วโมง โดยควรจะต้องตรวจวัดระดับของความด้นโลหิตด้วยว่าสูงมากหรือไม่และระมัดระวังไม่ให้เหนื่อยมากจนเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้
หากว่าเรามีรูปร่างผอมมาก การออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงควรเป็นประเภทเน้นการสร้างกล้ามเนื้อเช่น เน้นการใช้แรงต้านเช่น Weigth trainning สควอท การสร้างกล้ามเนื้อช่วงล่าง กล้ามเนื้อหลายส่วนร่วมด้วยโดยทำเป็นเซ็ตๆละ15-20 ครั้ง หลีกเลี่ยงการโหมงานหรือออกกำลังกายที่หนักจนเกินไปและอย่าลืมเรื่องอาหารด้วย เพราะหากออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ทานอาหารไม่ถูกสัดส่วนก็อาจไม่ได้ผลลัพธ์ผลตามที่ต้องการได้ โดยควรเน้นอาหารที่เพิ่มโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ร่วมด้วยจะดีมาก
4. รับอากาศบริสุทธิ์
คนเราจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นจากการได้รับอากาศที่ดีและบริสุทธิ์ก็ต่อเมื่อเราได้ออกเดินทางไปยังเส้นทางธรรมชาติ ป่าเขา ทะเล
และในที่ๆปราศจากมลพิษ สารเคมี ปรอท หรือ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ แม้ในบางครั้งการออกเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้น อาจหมายถึงการเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงตามมาด้วยก็ตาม
เพราะในอากาศนั้นๆจะมีไนโตรเจนและออกซิเจนอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายของเรา ช่วยให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใส มีสมาธิ ไม่เครียด นอนหลับได้สนิท เสรร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ลดการเกิดภาวะภูมิแพ้และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
อากาศนั้นๆจะมีไนโตรเจนและออกซิเจนอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายของเรา ช่วยให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใส มีสมาธิ ไม่เครียด จิตใจสงบมีสมาธิ นอนหลับได้สนิท เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ลดการเกิดภาวะภูมิแพ้และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
5. จัดบรรยากาศให้เหมาะสม
การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม และบรรยากาศโดยรอบนั้น นับเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนเรานั้นมีหลายครั้งที่อาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่สบายใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและ สามารถใช้ชีวิตได้ต่อไปในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็กๆน้อยๆเช่น จัดหาแจกันใบใหญ่นิดนึงสำหรับจัดดอกไม้ช่อโตๆ เพื่อตกแต่งมุมห้องให้ดูสวยงามแปลกตาและสดใสขึ้นหรือนำภาพงานอาร์ตมาติด ตกแต่งกำแพงที่ดูจืดชืดให้กลับมาสวยสดชื่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หรือจัดงานปาร์ตี้บ่อยๆเพื่อชวนเพื่อนๆที่ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก มาจอยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์และได้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกว่าเดิม
การจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้มากขึ้นพื่อประสานความรักความสามัคคี ไม่เว้นแม้แต่การออกจากบ้านเพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างอิสระเสรี
6.เลือกคบเพื่อนหรือคนใกล้ชิดที่ใช่
การให้ความสำคัญกับการเลือกคบเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลย จะคบแบบเน้นปริมาณโดยไม่เลือกเลย สิ่งที่จะตามติดมานั่นคือความเสียใจ ความสูญเสียและอื่นๆอีกมากมายเพราะหลายครั้งที่คนเรามักเผลอคิดไางปว่า เราให้ความจริงใจกับใครแล้ว เขาคนนั้นก็น่าจะส่งมอบความรู้สึกดีๆกลับมา แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่ทว่าหลายคนกลับเจอกับสิ่งเลวร้ายชนิดที่ต้องจำฝังใจไปทั้งชีวืตเช่นโดนทำร้ายจิตใจและร่างกายอย่างแสนสาหัส ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก
จากที่มีความคิดฝังใจว่าเพื่อนของเราเขาเป็นคนดี เขาคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นเพราะคบกันมายาวนาน หรือแม้กระทั่งคิดว่าเขาเป็นคนน่าสงสาร เราเท่านั้นที่ควรจะให้ความช่วยเหลือเขา ซึ่งการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือโดยพาตัวเองเข้าไปในจุดเสี่ยง นั่นทำให้ง่ายที่จะตกเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงและบางครั้งอันตรายถึงชีวิตได้
เพราะฉะนั้นควรไตร่ตรองให้ดีและหาข้อมูลที่ช่วยกลั่นกรองผู้คนที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง ใช้เวลาในระหว่างที่คบกัน ค่อยๆศึกษาดูใจไปด้วย หากพบพิรุธหรือมีสิ่งผิดปกติ ต้องจำไว้เสมอว่าจะปล่อยผ่านไม่ได้ ควรหาทางหลีกเลี่ยงไม่ไปต่อ โดยอาจเลิกคบไปเลย หรือค่อยๆลดความสัมพันธ์ลงและไม่ย้อนกลับไปคบต่อ เพราะนิสัยคนไม่ได้เปลี่ยนได้แค่ชั่วข้ามคืนหรือภายในระยะเวลาอันสั้น
7.หมั่นแสวงหาความรู้รอบตัวเพิ่มเติมอยู่เสมอ
การมีชีวิตที่มีคุณภาพและสามารถอยู่รอดได้อย่างปลอดภัยและเป็นปกติสุขนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องหมั่นสำรวจจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในแต่ละวันที่ผ่านไป ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ หมั่นสังเกตุประสิทธิภาพของสมองว่ายังใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่ มีอาการหลงลืม ย้ำคิดย้ำทำ วิตกกังวลเกินเหตุหรือไม่
ก่อนอื่นต้องฝึกหัดให้ตนเเองยอมรับความเป็นจริงให้ได้เสียก่อน และควรเพิ่มเติมด้วยการค้นคว้าหาความรู้ในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่องอยู่ให้ได้รอบด้านมากที่สุดเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจที่ถูกต้อง ชัดเจน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีเหตุมีผล ไม่ใช้อารมณ์มากจนทำให้เกิดผลเสียที่อาจจะตามมาในภายหลัง แต่หากไม่สามารถหาข้อมูลได้ การสอบถามผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์เป็นสิ่งจำเป็นในลำดับต่อไปที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างและเก่งไปหมดทุกเรื่อง
นอกจากนั้นการฝึกฝนทักษะใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นประโยชน์แล้ว ยังทำให้เกิดความเชี่ยวชาญจนประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นจนเกินไปซึ่งส่งผลให้เกิดการเพิ่มพูนแรงบันดาลใจ ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และยังทำให้โอกาสที่จะเกิดความรู้สึกวิตกกังวล ท้อแท้ เบื่อหน่าย หงุดหงิด ขับข้องใจและซึมเศร้าเกิดขึ้นได้ยากอีกด้วย
เชื่อว่าถ้าเราใส่ใจกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราและปฏิบ้ติตัวอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับทั้งหลักสุขอนามัย สุขภาพจิตและสิ่งแวดล้อม ความสมดุลย์ที่ลงตัวก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตและนำพาความสุขมาให้กับชีวิตของเราได้ในที่สุด
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย