16 ก.ย. 2025 เวลา 09:41 • ท่องเที่ยว

บ้านหิมพานต์ 02) : เสน่ห์แห่งคฤหาสน์เก่า และร่องรอยกาลเวลา

ก้าวแรกสู่ตำนาน
“บ้านหิมพานต์” ชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยเลือนหายไปกับกาลเวลา วันนี้กลับมาปรากฏอีกครั้งในฐานะร่องรอยทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า
คฤหาสน์ของพระสรรพการหิรัญกิจที่เคยหรูหราในยุครัชกาลที่ 5 กลายมาเป็นอาคารวชิรานุสรณ์ของวชิรพยาบาลในปัจจุบัน ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาภายในคือการย้อนเวลาสู่ยุคที่งานฝีมือช่างและรสนิยมตะวันตกกำลังเบ่งบานในสยาม
ความโอ่อ่าภายนอก การปรากฏกายของอาคาร
จากภายนอก สิ่งที่ดึงดูดสายตาก่อนอื่นคือ เรือนสีเหลืองอำพัน หลังคากระเบื้องสีน้ำตาลแดง และบานหน้าต่างไม้เขียวพาสเทลที่เรียงรายราวกับโน้ตดนตรีบนสกอร์
... สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง โคโลเนียลกับนีโอ-คลาสสิก นี้ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่คือบทกวีที่ถ่ายทอดรสนิยมแห่งสมัยรัชกาลที่ 6–7
รายละเอียดปูนปั้นเหนือซุ้มโค้งหน้าต่างประดับด้วยลายพฤกษาอย่างละเมียดละไม เสมือนเป็นลายเซ็นของช่างฝีมือผู้ปรุงแต่งให้ผนังอาคารมีชีวิต
ขณะที่บัวปูนปั้นเหนือซุ้มหน้าต่างเผยให้เห็นความประณีตของลายเถาและพรรณพฤกษา ด้านบนสุดยังมีหอเล็กทรงแหลมราวยอดปราสาทยุโรป
อาคารทั้งหลังยืนตระหง่านด้วยความสง่างามที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการกล่าวขานว่า “งามรองเพียงพระบรมมหาราชวัง”
ก้าวแรกสู่โถงชั้นล่าง
เมื่อก้าวผ่านซุ้มทางเข้าที่นูนโค้งยื่นออกมา เราจะพบกับ โถงทางเข้าชั้นล่าง ที่โปร่งสว่าง เสาเรียงรายรับกับช่องโค้งและบานประตูสูง
จังหวะของแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างกระทบผนังสีเหลืองทองสร้างบรรยากาศนุ่มนวล เหมือนเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนละวางความเร่งรีบของโลกภายนอก
โถงชั้นแรก : ความประทับใจแรก
ก้าวผ่านบานประตูใหญ่เข้าสู่โถงชั้นแรก ความสูงโปร่งทำให้บรรยากาศเบิกบาน เพดานสีอ่อนประดับลวดลายพรรณไม้และเรขาคณิตอย่างประณีต
แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างโค้งสูงส่องกระทบผนังสีเหลืองทอง ตัดกับบานไม้สีเขียวพาสเทล ทุกองค์ประกอบเสริมกันให้เกิดความรู้สึกโอ่อ่าแต่ไม่ห่างเหิน
ห้องชั้นล่าง : หลากลายหลากห้อง
เดินลึกเข้าไปยังห้องต่าง ๆ ของชั้นล่าง จะพบความงามที่ไม่ซ้ำกันเลยสักห้อง เพดานบางห้องเป็นวงกลมดอกไม้
บางห้องเป็นเถาก้านขดสีทองบนพื้นชมพู บางห้องใช้โทนเขียวเข้มตัดกับน้ำตาลอ่อน ความหลากหลายนี้เสมือนบันทึกงานศิลป์ที่สะท้อนรสนิยมยุคสมัย และทำให้แต่ละห้องมีอัตลักษณ์เฉพาะ ราวกับนิทรรศการที่ซ่อนอยู่ภายในคฤหาสน์
โถงบันได : หัวใจของคฤหาสน์
จากโถงล่าง บันไดไม้สีน้ำตาลเข้มทอดตัวขึ้นอย่างสง่า ราวบันไดแกะสลักประณีต ลูกกรงไม้กลึงเรียงรายมั่นคง เพดานเหนือโถงบันไดคือภาพจำที่ตราตรึง — ลวดลายเรขาคณิตและพรรณพฤกษาโอบล้อม แทรกด้วยโทนชมพู เขียว และทอง ตรงกลางห้อยโคมไฟระย้าคริสตัลระยิบระยับ เปล่งแสงพร่างพราว เสริมให้โถงนี้ไม่เพียงเป็นทางผ่าน แต่คือหัวใจที่เชื่อมโยงบ้านทั้งหลังเข้าด้วยกัน
สองข้างรายล้อมด้วยผนังสูงและหน้าต่างโค้งที่เปิดรับแสงธรรมชาติ แต่สิ่งที่สะกดสายตาที่สุดคือ เพดานเขียนลายสีชมพูอมส้ม ประดับด้วยลายเรขาคณิตและดอกไม้ พร้อมโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ เมื่อแหงนมองขึ้นไป จังหวะศิลป์ของเพดานและแสงโคมคริสตัลทำให้บันไดนี้ไม่ใช่เพียงทางสัญจร หากคือ “พิธีกรรม” แห่งการก้าวสู่ชั้นบน
ห้องมุขชั้นบน : งามสง่าเหนือโถง
ก้าวขึ้นถึงชั้นสอง ห้องมุขด้านข้าง ยืนออกมาขนาบกับช่องโถงบันได เสมือนกล่องดนตรีที่ประดับด้วยเพดานลายเรขาคณิตอย่างสมมาตร โทนเขียว–ชมพูอมส้มจับคู่กับสีทองและเขียวเข้ม
สร้างทั้งความหรูหราและอบอุ่น .. โคมระย้าแก้วเจียระไนสะท้อนแสงระยิบราวหมู่ดาว ทำให้ห้องนี้เป็นดั่งหัวใจน้อยๆอีกดวงของอาคาร
โถงสู่ระเบียง : ศิลป์และสัญลักษณ์
พื้นที่เชื่อมออกสู่ระเบียงด้านหน้าเต็มไปด้วยความหมาย เพดานและซุ้มโค้งประดับเถาวัลย์และสัตว์มงคล เช่น ไก่ชนและนกยูง สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และเกียรติยศ กลางซุ้มยังมีตราประจำราชสกุลประดับอยู่ เป็นร่องรอยที่บอกเล่าความเชื่อมโยงระหว่างตระกูลผู้สร้างกับประวัติศาสตร์ชาติ
ด้านบนแขวนโคมไฟทรงกลมเรียบง่ายให้แสงละมุน องค์ประกอบเหล่านี้รวมกันเป็นบรรยากาศสงบขรึม เหมาะสำหรับการหยุดพักสายตาและหายใจลึกๆ ในกาลเวลาเก่า
ระเบียงชั้นสอง : พื้นที่ของลมและความโปร่งโล่ง
จากโถงกลาง ประตูบานสูงเปิดสู่ ระเบียงโค้ง ที่ทอดตัวยาว ราวระเบียงสีเหลืองนวลเรียงเป็นช่องโค้งอย่างประณีต ล้อกับหน้าต่างโค้งครึ่งวงกลมที่ประดับปูนปั้นละเอียด ผู้มาเยือนสามารถยืนพิงราวระเบียง ฟังสายลมพัดผ่าน และทอดตามองทั้งสวนด้านหน้าและปีกอาคารโดยรอบ
พื้นหินอ่อนสีอ่อนสะท้อนแสงแดดจนกลายเป็นประกายระยิบ สร้างความรู้สึกโปร่งเบา เสมือนว่าระเบียงนี้ไม่เพียงเชื่อมระหว่างห้อง หากยังเชื่อมระหว่าง สถาปัตยกรรมและท้องฟ้า อย่างนุ่มนวล
ห้องสุดท้ายด้านบน : ความทรงจำของป๊ากสามเสน
ห้องบนสุดจัดวางโมเดลจำลอง “ป๊ากสามเสน” ไว้กลางห้อง แสงไฟเน้นไปยังโมเดลเผยให้เห็นรายละเอียดสวนและสิ่งปลูกสร้างในอดีตอย่างครบถ้วน ราวกับยกประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ห้องนี้จึงเป็นเสมือนห้องแห่งความทรงจำ ที่บอกเล่าการเปลี่ยนผ่านของบ้านหิมพานต์จากคฤหาสน์หรูและสวนสาธารณะเอกชน สู่การเป็นสถานพยาบาลเพื่อสาธารณชน
บทส่งท้าย
การเดินชมอาคารศาลาวชิรพยาบาลเปรียบเสมือนการอ่านบทกวีทีละบรรทัด—จากซุ้มโค้งภายนอก สู่โถงชั้นล่าง ผ่านบันไดงามโอ่อ่า เข้าสู่ห้องมุขที่ประณีต และออกสู่ระเบียงที่เปิดรับลมฟ้า
ทุกช่วงก้าวไม่เพียงทำให้เรามองเห็น “ความงาม” ของศิลปกรรมในยุครัชกาลที่ 5 แต่ยังสะท้อนให้เห็นความรุ่งเรือง รสนิยม และบทเรียนของประวัติศาสตร์ .. และได้สัมผัสถึง “เจตจำนง” ของผู้สร้าง ที่ต้องการให้สถาปัตยกรรมเป็นทั้งที่พักพิง และเครื่องหมายแห่งวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่เหนือกาลเวลา
อาคารหลังนี้จึงมิได้เป็นเพียงโบราณสถานเก่าแก่ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการผสานศิลปะและชีวิต ที่ควรค่าแก่การรักษาและเล่าขานต่อไป
โฆษณา