18 ก.ย. 2025 เวลา 00:48 • ประวัติศาสตร์

📜 สยามยกทัพปราบ “ปัตตานี” ก่อนใช้ยุทธศาสตร์ “แบ่งแยกแล้วปกครอง”

เมื่อครั้งรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดให้ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ยกทัพลงหัวเมืองปักษ์ใต้ เพื่อปราบกองทัพพม่าที่รุกราน พอศึกพม่าแตกพ่าย กรมพระราชวังบวรฯ เสด็จไปตั้งฐานที่เมืองสงขลา แล้วมีรับสั่งให้หัวเมืองมลายูซึ่งเคยขึ้นกับกรุงศรีอยุธยากลับมาอ่อนน้อมดังเดิม
ไทรบุรี และตรังกานู ยอมโดยดี
แต่ปัตตานีขัดแข็ง ไม่ยอมอ่อนน้อม
ผลคือกองทัพสยามเคลื่อนพลลงมาตีเมืองปัตตานีจนสำเร็จ และยึด “ปืนใหญ่พญาตานี” กลับไปไว้ที่กรุงเทพฯ (แต่กระบอก “ศรีนัครี” สูญหายในทะเลระหว่างขนส่ง)
ปืนใหญ่พญาตานี
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังไม่จบง่าย ๆ
พ.ศ. 2334 : ตึงกู ลามิดดีน ก่อกบฏ ได้รับแรงสนับสนุนจากชีคอาห์หมัด คามัล จากนครเมกกะ แต่สุดท้ายแพ้ ถูกส่งตัวไปสิ้นพระชนม์ที่กรุงเทพฯ
พ.ศ. 2351 : ดาโตะ ปึงกาลัน นำกองกำลังหวังกอบกู้เอกราช แต่ก็พ่ายแพ้อีกครั้ง
หลังสงคราม รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้ แบ่งปัตตานีออกเป็น 7 หัวเมืองเล็ก เพื่อลดอำนาจรวมศูนย์ของสุลต่าน และให้แต่ละเมืองขึ้นตรงต่อสงขลา ขุนนางผู้ปกครองต้องแต่งตั้งจากกรุงเทพฯ เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีการอพยพชาวไทยพุทธจากที่อื่นเข้าไปในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลและควบคุมอำนาจทางสังคมการเมือง แต่ก็ยิ่งทำให้ความไม่พอใจของชาวพื้นเมืองรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ความพยายามกอบกู้ปัตตานีอีกหลายครั้งในสมัยต่อมา
📌 จะเห็นได้ว่าสยามไม่ได้ใช้แค่กำลังทหาร แต่ยังใช้ “ยุทธศาสตร์การเมือง” อย่าง การแบ่งแยกแล้วปกครอง ควบคู่กันไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและอำนาจเหนือดินแดนปัตตานี
โฆษณา