Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Ideation by Pansak Pramokchon
•
ติดตาม
18 ก.ย. 2025 เวลา 06:52 • การศึกษา
#ว่าด้วยเรื่องจิต 8
กระบวนการ “คิดแบบเครื่องจักรกล” ไม่ได้ก่อให้เกิด “จิตสำนึก” หรือ “จิต” ซึ่งแตกต่างไปจากกรณีของมนุษย์ ไม่ว่าจะโดยรู้ตัว (consciously) หรือ ไม่รู้ตัว (unconsciously) ก็ตาม “อีเซโดล” ได้ประทับตัวตนของตัวเองลงไปในทุกๆ หมากด้วยหมายใจว่า “ตน” จะต้องเอาชนะคู่แข่งขันในการประลองหมากล้อม
ในมุมมองแบบเซน เราสรุปอย่างสั้นๆ ได้ว่า “อัลฟาโกะ” เล่นหมากด้วยจิตที่ว่างเปล่า ทว่า ในความจริงแล้ว ตัวมันเองไม่มีจิตดำรงอยู่เลย “ฟ่านฮุย” ชี้ให้เห็นประเด็นนี้ว่า “อัลฟาโกะ” เป็นเหมือนกระจกที่ส่องสะท้อนตัวตนของคู่แข่งที่เป็นมนุษย์ทุกคน รวมทั้งตัวเขาเอง อันเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการมีจิตว่าง
ผู้เขียนได้รู้จักกับ “K ซัง” ชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาโทที่สหราชอาณาจักร เราสองคนมีโอกาสได้สนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตและความคิดกันหลายครั้ง
ครั้งหนึ่ง เพื่อนชาวญี่ปุ่นท่านนี้ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในการเล่นกีฬา “เคนโดะ” ในวัยเรียนช่วงประถมถึงมัธยมต้น “K ซัง” เลือกเล่นกีฬาเคนโดะด้วยเหตุผลว่า บ้านของพ่อแม่ของท่านอยู่ห่างจากสุสานของ “มิยาโมะโตะ มุซาชิ” เป็นระยะทางเดินเท้าเพียงห้านาทีเท่านั้น
มิยาโมะโตะ มุซาชิเป็นนักดาบที่ได้รับการยกย่องในสังคมญี่ปุ่นว่า เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและเป็นผู้เขียน “คัมภีร์แห่งห่วงทั้งห้า” อันเลื่องชื่อ
“K ซัง” เล่าให้ฟังว่า ท่านจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการประลองเคนโดะทุกครั้งเมื่อลงแข่งขันด้วยสมองและความคิด แต่จะเป็นฝ่ายมีชัยทุกครั้งเมื่อลงแข่งขันด้วยจิตที่ว่างเปล่า
“K ซัง” ยืนยันว่า การแข่งขันครั้งใดก็ตามที่ท่านลงแข่งด้วยจิตที่ว่างเปล่า ร่างกายของท่านจะเคลื่อนไหวไปเองโดยที่ “จิต/จิตสำนึก” ไม่ได้บงการ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการทำงานของ “มโน/มนัส หรือ กลิษฏมโนวิชฺญาณ ตามแนวคิดของนิกายโยคาจาร” ถูกระงับ (disrupt) โดยที่กระบวนการคิดในสมองไม่ถูกขัดขวาง
ในช่วงนั้น “จิตสำนึก” จึงมิได้ถูกสร้างขึ้นมาและประทับลงไปเป็นตัวตนในขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์ (เวทนา) ต่อโลกภายนอก และเกิดเป็นสภาพ “จิตว่าง”
“จิตสำนึก” คือความแตกต่างระหว่าง “K ซัง” กับ “อัลฟาโกะ” ในขณะที่ “K ซัง” มี “จิตสำนึก” ซึ่งเกิดจากกลไกของผัสสะจนเกิด “วิญญาณ” ที่รับรู้และคอยบงการให้เธอตอบสนองต่อโลกภายนอก หาก “อัลฟาโกะ” กลับไม่อาจมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกได้เลย ด้วยเหตุว่า “อัลฟาโกะ” ไม่มี “วิชฺญาณ” ที่รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของโลกภายนอกได้ด้วยตัวเอง นั่นเอง
คำถามสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีมานานคือ “เราจะสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงภูมิปัญญาเช่นเดียวกันกับมนุษย์ได้หรือไม่?” ปัญญาประดิษฐ์อันทรงภูมิปัญญาแบบที่มนุษย์กำหนดให้เป็น “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน” (Artificial General Intelligence) ซึ่งยังไม่พบว่าพัฒนาขึ้นมาได้
หลายต่อหลายคนจะจัดให้รถยนตร์ไร้คนขับให้เป็น “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน” แต่นั่นน่าจะเกิดจากความสับสนระหว่างการใช้ “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน” (Narrow Artificial Intelligence) หลายเอเจนท์ (agent) มาร่วมกันทำงานประเภทเดียว กับ “ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถรอบด้าน” เพราะรถยนตร์ไร้คนขับไม่อาจเล่นหมากรุกหรือหมากล้อมได้ หากไม่ได้ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการเล่นหมากรุกหรือหมากล้อม
ทุกวันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ในทางการแพทย์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและทำนายโอกาสเกิดไมเกรนได้ด้วยความแม่นยำถึงร้อยละ 85 ช่วยให้คนไข้ได้รับยาป้องกันแทนที่จะได้รับยาแก้ปวดหัวเมื่อเกิดอาการแล้ว ปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในวงการอื่นๆ ก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามนุษย์อย่างเห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ ถูกจัดให้เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเฉพาะด้านเท่านั้น
ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถในการทำงานหลายอย่างหลายประการได้ดีเท่ากับ หรือในบางกรณี ดีกว่ามนุษย์อย่างน่าประหลาดใจ ตัวอย่างในเรื่องนี้มีให้เห็นได้หลายหลากมากมาย
ในปี พ.ศ. 2559 ปัญญาประดิษฐ์อย่างอัลฟาโกะ มีความสามารถในการเล่นหมากล้อมได้อย่างน่าทึ่งโดยเอาชนะแชมป์หมากล้อมโลกระดับอาชีพ 18 สมัยอย่างอีเซโดลแบบขาดลอย อัลฟาโกะไม่ได้แสดงให้เห็นเพียงความสามารถในการคิดที่ครอบคลุมการวิเคราะห์และตัดสินใจ (analysing and deciding) ที่แสนอัศจรรย์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเล่นหมากล้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) อย่างหาตัวจับยากแม้ในหมู่มนุษย์เองก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ความคิดสร้างสรรค์อาจไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า ปัญญาประดิษฐ์จะมีภูมิปัญญา (Wisdom) เช่นเดียวกันกับมนุษย์ โรเบิร์ต แฟรงเคน เขียนในหนังสือ Human Motivation ว่า “ความคิดสร้างสรรค์หมายถึงแนวโน้มที่จะสร้างหรือจดจำ ความคิด (idea) ทางเลือก (alternatives) หรือ ความเป็นไปได้ (possibilities) ที่อาจมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา การสื่อสารกับคนรอบข้าง และสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้ตนเองและคนรอบข้าง”
คำจำกัดความของแฟรงเคนสะท้อนให้เห็นการซ้อนทับกันของมุมมองต่อ “ปัญญา” และ “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะนิยามนี้ซ่อนความหมายแฝงที่บ่งชี้ว่า “ปัญญาทำหน้าที่กำกับความคิดสร้างสรรค์” ไว้ด้วย คนทั่วไปจึงมักจะเห็นว่า ปัญญาเป็นบ่อเกิดของความคิดสร้างสรรค์ หากยอมรับแนวคิดนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า อัลฟาโกะเป็นสิ่งที่ทรงภูมิปัญญาอย่างหนึ่ง
การมีปัญญาจึงอาจมิได้หมายถึงการมีความรู้ความคิดสร้างสรรค์ หากหมายถึงการตระหนักรู้ถึงตัวตนของตนเองว่า มีหรือไม่มีความรู้ในเรื่องใด
“โย พาดล มญฺญติ พาลยฺยํ ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส—คนโง่ รู้ตัวว่าโง่ ย่อมเป็นผู้มีปัญญาที่แท้จริง”
พุทธวจนะข้างต้นนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า “ผู้ทรงภูมิปัญญาต้องเป็นผู้ที่ตระหนักรู้ถึงความไม่รู้ (โง่) ของตน โดยไม่ขึ้นกับความรู้ความสามารถที่ตนมีแต่อย่างใด” ซึ่งพ้องกับแนวคิดของข่งจื้อและโสคราติสสองนักปราชญ์ที่เคยกล่าวไว้ว่า
“ปัญญาที่แท้จริงคือ การตระหนักรู้ว่าท่านไม่รู้อันใดเลย” —โสคราติส
“ความรู้ที่แท้จริงคือ การตระหนักรู้ว่าสิ่งใดที่ตนยังโง่อยู่” —ข่งจื้อ
ในความเป็นจริงแล้ว อัลฟาโกะไม่มีความสามารถอื่นใด นอกเหนือไปจากการเล่นหมากล้อมได้อย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น กระนั้นก็ตาม เราอาจจะยอมรับได้ว่า อัลฟาโกะทรงภูมิปัญญาเฉกเช่นมนุษย์ หากอัลฟาโกะจะมีความตระหนักรู้ถึงความไม่รู้ของตนเอง แต่อัลฟาโกะไม่ได้ตระหนักเลยว่า ตนรู้หรือไม่รู้สิ่งใด ด้วยเหตุว่า มันเป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างที่ผู้สร้างมันขึ้นมา ก็ยอมรับเช่นนั้น
สิ่งที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างอัลฟาโกะขาดไปคือ "ตัวตน” (self or essential being) ที่มีองค์ประกอบสำคัญในการตระหนักรู้ถึงความเขลาของตน นั่นคือ "จิต” (Mind) ที่เป็นสิ่งสะท้อนความมีตัวตน และ “จิตสำนึก” (Consciousness) ที่ตระหนักรู้ถึงตัวตนของตนเอง
เช่นนั้นแล้ว อะไรคือจิต? อะไรคือจิตสำนึก? อะไรคือตัวตน?
ในปี พ.ศ. 2500 นพ. อีริค เบิร์น จิตแพทย์ชาวอเมริกัน นำเสนอทฤษฎีและวิธีวิทยาทางจิตเวชที่มีชื่อเรียกว่า “การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล” (Transactional Analysis TA) เบิร์นพัฒนาทฤษฎีหลักของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งประกอบด้วย ทฤษฎีสภาพทางอารมณ์ของอัตตา (ego state) และองค์ประกอบของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Transactional Analysis Proper)
ทฤษฎีว่าด้วย “การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล” เป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างกว้างขวางหลังจากที่เบิร์นตีพิมพ์หนังสือชื่อ “เกมที่ผู้คนเล่น” (Games People Play) ในปี พ.ศ. 2507 ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีที่สุดนานถึง 101 สัปดาห์
...
ยังมีต่อ
..
blockdit
ความรู้รอบตัว
แนวคิด
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ว่าด้วยเรื่องจิต
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย