20 ก.ย. 2025 เวลา 07:47 • การตลาด

คนที่จะอยู่รอดได้ในวันนี้ ไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง

แต่คือคนที่ ‘ถามคำถามเป็น’ และ ‘มีเครื่องมือที่เข้าใจ’
เปิดตัว น้องใบเตย Agentic AI จาก PRIMO พร้อมสรุปเทคนิค CRM จาก 3 แบรนด์ดัง
🌎 ในวันนี้ Marketing Tasks (งานการตลาด) ไม่ง่ายเลย! ไม่ว่าจะ
🔹 วางกลยุทธ์การตลาดให้ดึงดูดลูกค้า
🔹 คิดโปรโมชันใหม่ทุกเดือน
🔹 ดูแลแบรนด์ดิ้งให้ภาพลักษณ์ยังสวย
🔹 ยิงโฆษณาให้คุ้มงบ
🔹 วัดผลให้ได้ว่าแคมเปญนี้คุ้มไหม
โดยมี Research แห่งหนึ่งระบุว่า นักการตลาดเสียเวลาเกือบ 40% ในการประกอบร่าง Data ซึ่งไม่ว่าจะดึง Report หรือแม้กระทั่งคุยกับทีม Dev เพื่อดึง Data ซึ่งวันนี้ PRIMO ได้นำ Solution ที่น่าสนใจมาฝากกัน นั่นคือ “น้องใบเตย” Agentic AI บน Loyalty CRM เจ้าแรกของไทย (PRIMO Loyalty CRM – Thailand’s First AI-Powered Loyalty CRM)
🌎 ถึงเวลาของ Agentic AI ออกมาใช้ได้จริงแล้ว ซึ่งข้อดีที่น่าสนใจของน้องใบเตย หรือ Agentic AI จาก PRIMO มีดังนี้
🎯 1.‘Single View’ of Customer เจาะลึกลูกค้า ด้วยข้อมูลสำคัญในหลายมิติ อธิ..
🔹 ลูกค้ามีแต้มในมือเท่าไหร่?
🔹 ลูกค้าซื้อช่วงเวลาไหนบ่อยที่สุด?
🔹 ลูกค้าชอบซื้ออะไร?
🔹 ลูกค้ามีประวัติการซื้อกับสาขาใดบ้าง?
🔹 ลูกค้าเคยเข้าร่วมแคมเปญอะไรบ้าง?
โดย AI น้องใบเตย สามารถดึงข้อมูลแต้มสะสม, การซื้อครั้งล่าสุด, สินค้าที่ชอบ และแนะนำโปรโมชั่นที่ตรงใจลูกค้าได้แบบอัตโนมัติ เรียกง่าย ๆ ว่าคุยผ่าน Chatbot ผ่าน LINE OA ก็ทำได้ง่าย ๆ เลย และที่สำคัญไม่ได้จำกัดแค่ B2C แต่ยังครอบคลุมถึง B2B ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทีม Sale อย่างมาก
🎯 2. Customer Base ‘Overview’ สรุปภาพรวมลูกค้าได้เพียงไม่กี่วินาที ครอบคลุมตั้งแต่…
🔹 Demographic View – มองภาพจากข้อมูลประชากร (อายุ, เพศ, ทำเล ฯลฯ)
🔹 Behavioral View – มองจากพฤติกรรมการซื้อและการใช้งาน
🔹 Value-Based View – มูลค่าลูกค้า (เช่น กลุ่มที่ใช้จ่ายสูง vs ใช้น้อย)
🔹 Engagement View – ระดับการมีส่วนร่วมกับแบรนด์
🔹 Cross-Brand & Channel View – พฤติกรรมข้ามแบรนด์และหลายช่องทาง
🔹 Trend & Cohort View – การติดตามเทรนด์และกลุ่มลูกค้าตามช่วงเวลา
โดยน้องใบเตย สามารถสรุปออกมาเป็นรูปแบบ Excel ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทีมผู้บริหารได้เช่นกัน
🎯 3. AI Suggestions & Campaign Trigger
หรือ AI แนะนำการตลาด & จุดกระตุ้นแคมเปญ เป็นคำแนะนำที่ฉลาดกว่า → การลองผิดลองถูกทางการตลาดยิ่งน้อยลง ซึ่ง AI สามารถแนะนำ “การกระทำที่เหมาะสม” เพื่อกระตุ้นลูกค้าได้ทันที
ตัวอย่างข้อความจาก AI (Chatbot Pandan AI):
🔹 ลูกค้า 843 คนที่หายไปในช่วง 7 วัน → แนะนำส่ง Reminder + คูปอง 20 บาททันที
🔹 ลูกค้าเก่ากว่า 524 คนที่ไม่ได้ซื้อเกิน 30 วัน → แนะนำให้ส่ง Loyalty Zone เพื่อดึงกลับมา
การที่เราเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วมันมีประโยชน์อยู่แล้ว แต่ตัว AI ใบเตย ข้ามขั้นไปถึงการทำ Recommendation ได้ด้วย ซึ่ง AI ใบเตยสามารถมองเทรนด์ให้เราได้ด้วย และทำให้นักการตลาดสามารถ Take Action ได้ทันที
🎯 4. Accounting & Point Liability View
งานในส่วนบัญชีเป็นอีกกลุ่มที่ PRIMO เล็งเห็นความสำคัญ ซึ่งสามารถติดตามการใช้งาน แต้มสะสม, ยอดคงเหลือ, แต้มหมดอายุ, Provisioning ช่วยคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพ และมูลค่าโปรแกรมสะสมแต้ม ซึ่งสิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้สามารถออกมาเป็น Report ได้ทันที
ตัวอย่างข้อความจาก AI (Chatbot Pandan AI)
🔹 เราสามารถพิมพ์หาน้องใบเตยได้ว่า “แต้มที่ยังคงอยู่ในระบบ มีมูลค่าทางบัญชีเป็นเท่าไหร่” ระบบก็จะตอบได้ทันที เช่น แต้มทั้งหมดในระบบ = 1,230,000 แต้ม / มูลค่าทางบัญชี (Historical Average) = 246,000 บาท / Cost-per-point (CPP) ปัจจุบัน = 0.21 บาท/แต้ม (เฉลี่ยตามประเภทของรางวัล)
🌎 CASE STUDY ที่น่าสนใจจาก PRIMO x Journal x Plantae เพราะการตลาดที่ดีที่สุด คือการตลาดที่ทำให้ลูกค้าจดจำ และมัดใจลูกค้า รวมเทคนิคที่น่าสนใจจากผู้ใช้ CRM ตัวจริง!
🎯 ก่อนออกสินค้าหรือบริการอะไรบางอย่าง ทั้ง 3 แบรนด์ มีวิธีการหา Customer Insights อย่างไรบ้าง?
🔹 การจะหา Customer Insight ในมุมของแบรนด์ Journal คือ การลดความรู้สึก ลดความเชื่อของตัวเอง ในวันที่แบรนด์เราใหญ่ขึ้นมันอีกเรื่อง ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนวิธีการในวันที่เราใหญ่ขึ้น ด้วยการใช้ Data ที่แม่นยำขึ้น เมื่อในวันที่เรามีระบบ เราจะเห็นข้อมูลที่ชัดเจนของลูกค้า ได้ตรงจุด ตรงเป้า ได้มากกว่าที่เรารู้สึกไปเอง
🔹 ในอีกด้านของแบรนด์ Plantae การหา Customer Insight โดยแบ่ง Data เป็น 2 ก้อน ก้อนแรกคือ Trends ลูกค้าคุยถึงรสชาติอะไรบ้าง, ในประเทศไทยมีกี่รสชาติ, มันมีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ในทางกลับกันเทรนด์อย่างเดียวไม่เพียงพอ บางครั้งบนหน้ากระดาษจริงมันไม่ใช่
ซึ่งแบรนด์ Plantae ได้เรียนรู้จากจุดนี้ จึงกลายเป็น Data ก้อนที่ 2 นั่นคือ CRM ซึ่งมาจากลูกค้าตรง ทำให้ Plantae รู้จริง ว่าลูกค้าอยากได้อะไร หรือความน่าจะเป็นของลูกค้าในอนาคต เขาชอบอะไร, เขาต้องการอะไร แล้วคนใหม่ กับ คนเก่า มีความต้องการอย่างไร ซึ่งการทำงาน Data ทั้ง 2 ก้อนนี้ ทำให้ Plantae ได้เห็น PainPoint ที่แท้จริง และตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง
🔹 PRIMO เองในฐานะเจ้าของระบบ CRM Platform ก็ได้เฝ้าดูลูกค้าของตัวเอง เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในแพลตฟอร์มซึ่งสำคัญมาก ว่าฟีเจอร์ไหนใช้น้อย ใช้เยอะ หรือตัวไหนมันหายไปในระบบ ซึ่งมีการ Standby ตลอดเวลา ซึ่ง Insight Discovery คือสิ่งสำคัญที่ PRIMO ให้ความสำคัญ
🎯 ทั้ง 3 แบรนด์ มีวิธีการทำให้ลูกค้าหลงรักสินค้า/บริการของเราอย่างหัวปักหัวปำอย่างไร?
🔹 เราจะทำอย่างไรให้ทุกคนรักเรา หรือลูกค้ารักเรา ในมุมของ แบรนด์ Journal มีความชัดเจนที่ว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร เราอยากเล่าเรื่องทุกอย่างในเมืองไทย การทำกลิ่นของน้ำหอม เราก็หยิบมาเล่าผ่านกลิ่น เช่น กลิ่นแม่นาค โดยตีโจทย์เป็นกลิ่นรักแท้ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยืนสำคัญ เราชัดเจนกับตัวเอง การที่จะทำให้ลูกค้ารักเรา ตัวเรา หรือตัวแบรนด์ ต้องขายความชัดเจนให้ได้ ยึดมั่นในจุดยืน ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อตาม คิดให้แบรนด์เหมือนคน ทำให้มีความรู้สึกจริง ๆ
🔹 ในมุมของ Plantae การจะทำให้คนหลงรัก ต้องทำให้ได้ และทำให้ไว ในวันนี้ตลาดมัน Red Ocean มาก การฟังให้มากและทำให้ไว สำคัญมากที่สุด ยิ่งคุณมี CRM ที่ใช่ มันจะช่วยตอบโจทย์ทั้งการออกโปรดักส์ และการทำแคมเปญที่ทรงพลังได้ อย่างล่าสุด Plantae มีการทำ Colabolation มากขึ้น อย่างล่าสุดก็ไปจอยกับ Plantae x Souri อร่อยให้สุดก็ไม่หลุดแคล และไม่หยุดแค่นั้นยังมีการทำ Surprise Box รีวิวรสชาติจากลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้เซอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นการสร้าง Loyalty ที่แน่นขึ้นให้กับแบรนด์และลูกค้า
🔹 ในมุมของ PRIMO เองมองเห็นว่าทุกบริษัทที่มาใช้ CRM เขาอยากให้ Data แต่ละบริษัทแม่นยำขึ้น การมอนิเตอร์และต่อยอดร่วมกับลูกค้า จึงทำให้ PRIMO เพิ่มประสิทธิภาพระบบ และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ดังนั้น KPI ที่สำคัญคือเราต้อง Retention ลูกค้าได้ ซึ่ง PRIMO ทำได้ 100% ซึ่งเราดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และการันตีย์อย่างชัดเจน
🎯 ธุรกิจที่แต่ละท่านทำอยู่ ไม่เป็นธุรกิจที่ขายแบบครั้งเดียวจบ แต่การซื้อซ้ำจากลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ มีวิธีการอย่างไรที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ?
🔹 Journal เน้นการทำจริง ยึดมั่นในสัจจริง ไม่ว่าเขาจะแต่งตัวมาอย่างไร เราจะเรียกทุกคนเหมือนกันว่า คุณผู้หญิง และคุณผู้ชาย เราสวัสดี เดินไปส่งเสมอ ไม่ว่าเขาจะซื้อ หรือไม่ซื้อ ซึ่งการสร้างประสบการณ์สำคัญ รวมถึงการสร้างการเติบโต เรามีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ เช่น body oil กันแดด ซึ่งเราไม่ได้เปลี่ยน แต่เราดีขึ้นทุกวัน และจะต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
🔹 ในมุมของ Plantae เองมองว่าความสม่ำเสมอสำคัญ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้า อย่างล่าสุด Plantae ออกแคมเปญในการสร้าง Trust Marketing ผ่านความโปร่งใส ใช้ Personalized Gifting (ของขวัญเฉพาะบุคคล) ส่งเซอร์ไพรส์ของขวัญให้ลูกค้าจริง, สร้างประสบการณ์ที่จับต้องได้ และเกิดการแชร์บนโซเชียล
แบรนด์ต้องกล้าเปิดเผยตัวตน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึก Trust ให้ได้ TRUST THROUGH PROOF, PERSONALIZED GIFTING สร้างความเชื่อมั่นด้วย “หลักฐานจริง” และ “ของขวัญที่ปรับให้ตรงใจ”
🔹 PRIMO เองสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ตั้งแต่ ความแข็งแกร่งและเสถียรภาพของระบบ (Robustness) มีการเปิดกว้างสำหรับการปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น (Highly Open for Customization) และ สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้วย Agentic AI (Leverage Data by Agentic AI) ได้จริง
วันนี้เรามีการอัปเดต ใบเตย AI ให้ฟรี สามารถใช้ได้เลยในวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ PRIMO อยากให้นักการตลาดได้ใช้จริง ๆ และทำให้ลูกค้าเห็น เราอยากทำให้ธุรกิจเขาเติบโตด้วยจริง ๆ ในการ Offer สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว
🎯 คำแนะนำสุดท้ายสำหรับคนที่อยากจะ CRM ให้ประสบความสำเร็จ
🔹 หลักการง่าย ๆ ของ Journal คือ เราต้องใช้ CRM ให้มากที่สุด ถึงจะสำเร็จ โดยตั้งต้นจากความอยากได้อะไร และใช้เรื่อย ๆ ใช้สม่ำเสมอ เพื่อให้คุ้นชินกับการใช้ Data โดยห้ามทำแบบเดิม
🔹 ทางด้าน Plantae เองแนะนำ 3 เรื่องสำคัญคือ
1. คุยกับลูกค้าให้เยอะ ๆ Direct-to-Consumer (D2C)
2. ด้วยระบบ CRM แบบเรียลไทม์ เราต้องเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้ทันที เช่น รู้ทันทีว่าลูกค้าซื้ออะไร ซื้อเมื่อไร, ซื้อบ่อยแค่ไหน ซึ่งจะวิเคราะห์ต่อได้ว่า ลูกค้ากลุ่มไหนต้องการโปรโมชั่นอะไรบ้าง หรือ เวลาซื้อที่เหมาะสมที่สุดคือเมื่อไร
3. อย่าไปกลัว AI เราต้องคุยกับ AI เยอะ ๆ เพื่อทุ่นแรง และเอาเวลาที่เหลือไป Create เรื่องใหม่ ๆ ใช้ Customer Insights เจาะลึกความเข้าใจลูกค้า แล้วเสริม Engagement และ Retention ด้วย AI เพิ่มการมีส่วนร่วมและการรักษาลูกค้าด้วยเทคโนโลยี AI
🔹 ปิดท้ายทางด้าน PRIMO แนะนำว่า เราต้อง Test บ่อย ๆ วัดผลบ่อย ๆ เราต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะสปิริตนักการตลาดในอนาคตคือคนไม่ยอมแพ้ที่จะ Test แต่ต้องทดลอง ทดสอบ ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ Insight ได้ข้อมูลที่ใช่สำหรับแบรนด์คุณ
ในยุคที่เครื่องมือเยอะ ข้อมูลล้น และความคาดหวังสูง
คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง
แต่คือคนที่ ‘ถามคำถามเป็น’ และ ‘มีเครื่องมือที่เข้าใจ’
สำหรับคนที่มีบัตร MKTCON2025
ติดตามรับชมย้อนหลังทุกเซสชัน
โฆษณา