23 ก.ย. 2025 เวลา 00:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

# 🗾 ภูเขาฟูจิใกล้ระเบิด: เมื่อพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี

## 🏥 จุดเริ่มต้น: เมื่อญี่ปุ่นป่วยหนัก
ย้อนกลับไปปี 1990 ญี่ปุ่นเคยเป็นประเทศที่โลกต้องเกรงใจ แต่แล้วฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ก็แตกสลาย ทำให้เศรษฐกิจล่มสลายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ราคาสินค้าเริ่มลดลงเรื่อยๆ คนไม่กล้าซื้อของเพราะรอให้ถูกลงกว่านี้ ธุรกิจล้มละลาย คนตกงาน และญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุคมืดที่เรียกว่า "Lost Decades" ยุคที่หายไปสองทศวรรษ
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan หรือ BOJ) มองสถานการณ์แล้วตกใจมาก เหมือนหมอที่เห็นคนไข้ใกล้ตาย พวกเขาจึงตัดสินใจใช้ "ยาแรง" ที่ไม่เคยมีใครใช้มาก่อน นั่นคือการลดอัตราดอกเบี้ยลงเกือบศูนย์ แล้วยังไม่พอ ในปี 2016 พวกเขาทำสิ่งที่บ้าคลั่งกว่านั้น คือ ดอกเบี้ยติดลบ! แปลว่าฝากเงินกับธนาคารแล้วยังต้องจ่ายค่าฝาก
## 💉 การฉีดยาแบบสุดขีด: เมื่อธนาคารกลางกลายเป็นนักเก็งกำไร
แต่ "ยาแรง" ยังไม่เพียงพอ BOJ จึงเริ่มทำสิ่งที่ไม่เคยมีธนาคารกลางไหนทำมาก่อน นั่นคือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณมหาศาล ไม่ใช่แค่พันธบัตรธรรมดา แต่ยังซื้อ ETF หุ้น และ REITs อสังหาริมทรัพย์อีกด้วย ภารกิจของพวกเขาเปลี่ยนจากการเป็น "ธนาคารกลาง" เป็น "นักลงทุนยักษ์ใหญ่" ในทันที
ตัวเลขการซื้อพันธบัตรของ BOJ ช่างน่าอัศจรรย์ใจ พวกเขาซื้อไปจนถือครองมากกว่าครึ่งหนึ่งของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นทั้งหมด! เหมือนกับว่าคนๆ หนึ่งไปซื้อบ้านครึ่งหนึ่งของหมู่บ้าน กิจกรรมนี้ดำเนินไปเป็นเวลากว่า 15 ปี จนกลายเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนคุ้นเคย
## 🎭 ละครใหญ่ที่ดำเนินไป 15 ปี
ยุทธวิธีนี้ทำงานได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ญี่ปุ่นพ้นจากภาวะเงินฝืดได้ในที่สุด แต่ก็เกิดปัญหาข้างเคียงที่ไม่คาดคิด นั่นคือนักลงทุนญี่ปุ่นเริ่มนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศแทน เพราะในประเทศเหมือนมี BOJ "เป็นนายใหญ่" อยู่ ราคาพันธบัตรจึงไม่เป็นธรรมชาติ
ที่สำคัญกว่านั้น เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่ม "ติดยา" ธุรกิจที่ควรจะล้มละลายก็ยังอยู่รอดได้เพราะดอกเบี้ยต่ำมาก นักลงทุนโลกเริ่มใช้เยนเป็น "เงินกู้ถูกๆ" เพื่อไปเล่นการเงินในประเทศอื่น สิ่งที่เรียกว่า "Yen Carry Trade" ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 5 เท่าของ GDP ญี่ปุ่นทั้งประเทศ!
## ⚡ ปี 2024: จุดเปลี่ยนที่โลกรอคอย
แล้วปี 2024 ก็มาถึง หลังจากที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นสูงกว่าเป้าหมาย 2% มาถึง 34 เดือนติดต่อกัน BOJ ตัดสินใจทำสิ่งที่นักลงทุนโลกรอคอยมานาน นั่นคือ การ "ถอนยา" พวกเขาเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกรอบ 17 ปี จาก -0.1% เป็น 0% แล้วก็ 0.25% และล่าสุดเป็น 0.5%
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ BOJ เริ่มลดการซื้อพันธบัตร จากเดิมที่ซื้อเดือนละ 6 ล้านล้านเยน เป็นเดือนละ 4.5 ล้านล้านเยน และจะลดลงเรื่อยๆ จนเหลือ 3 ล้านล้านเยนในปี 2026 นี่คือการ "ถอนยา" ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินสมัยใหม่
## 🌋 ปี 2025: เมื่อภูเขาไฟเริ่มปะทุ
เข้าสู่ปี 2025 สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มเกิดขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง พันธบัตร 10 ปีขึ้นไปที่ 1.66% สูงสุดรอบ 16 ปี พันธบัตร 30 ปีทำลายสถิติใหม่ที่ 3.286% และพันธบัตร 40 ปีสูงถึง 3.506%
ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่มากสำหรับคนที่ไม่เข้าใจ แต่สำหรับโลกการเงิน มันเหมือนการที่ภูเขาไฟที่หลับใหลมา 30 ปีเริ่มส่งสัญญาณจะปะทุ การขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรหมายถึงราคาพันธบัตรตกลง ผู้ที่ซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อนในราคาสูงกำลังขาดทุนอย่างหนัก
## 🏃‍♂️ การหลบหนีของผู้เล่นรายใหญ่
สิ่งที่น่าตกใจมากกว่าคือพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ซื้อพันธบัตรรายใหญ่อันดับ 2 รองจาก BOJ เริ่มขายพันธบัตรออกไป 1.35 ล้านล้านเยนในไตรมาสแรกของปี 2025 เป็นการขายครั้งใหญ่อันดับ 3 ในประวัติศาสตร์
การประมูลพันธบัตรใหม่เริ่มมีปัญหา นักลงทุนไม่สนใจซื้อเหมือนเดิม อัตราส่วนผู้เสนอซื้อต่อจำนวนพันธบัตรลดลงเหลือ 2.5 เท่า ต่ำสุดรอบ 13 ปี ช่องว่างราคาระหว่างผู้เสนอซื้อสูงสุดและต่ำสุดกว้างที่สุดตั้งแต่ปี 1987 นี่คือสัญญาณของสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า "Buyer Boycott" การที่ไม่มีใครอยากซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นอีกต่อไป
## ⚖️ จุดแตกหักที่ 3.5%
ผู้เชี่ยวชาญการเงินทั่วโลกจับตาผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อมันขึ้นถึง 3.5% จะเป็นจุดแตกหักที่เปลี่ยนแปลงโลกการเงิน ณ ตอนนี้มันอยู่ที่ 3.286% แล้ว ห่างจากจุดวิกฤตแค่ 0.214% เท่านั้น
เหตุผลที่ 3.5% สำคัญมากก็เพราะที่ระดับนี้ การเล่น "Yen Carry Trade" จะไม่คุ้มค่าอีกต่อไป นักลงทุนที่กู้เยนดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศผลตอบแทนสูง จะเริ่มขาดทุนเมื่อต้นทุนการกู้และความเสี่ยงจากสกุลเงินสูงขึ้น พวกเขาจะต้องขายสินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อใช้หนี้เยน
1
## 🌊 คลื่นสึนามิที่กำลังจะมา
หากผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นทะลุ 3.5% สิ่งที่ตามมาจะเป็นเหมือนสึนามิการเงิน นักลงทุนที่มี Yen Carry Trade มูลค่า 20 ล้านล้านดอลลาร์จะต้องปิดสถานะอย่างรวดเร็ว การขายพันธบัตรสหรัฐและหุ้นต่างประเทศจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้การขาดทุนของ Carry Trade มีมากขึ้นไปอีก
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่าการ "unwind" ครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคม 2024 ที่ทำให้ตลาดหุ้นโลกร่วงลงอย่างหนัก เพราะขนาดของ Carry Trade ตอนนี้ใหญ่กว่าและตลาดมีความเปราะบางมากขึ้น
## 🏛️ รัฐบาลญี่ปุ่นในความเดือดร้อน
สิ่งที่ทำให้วิกฤตครั้งนี้น่าสะพรึงกลัวคือ รัฐบาลญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะสูงถึง 245% ของ GDP ทุกๆ 1% ที่ผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลายล้านล้านเยน ในขณะที่ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นและคนวัยทำงานลดลง ทำให้รายได้จากภาษีลดลงแต่ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้น
สถานการณ์นี้เหมือนกับคนที่มีหนี้บัตรเครดิตมากมาย แล้วอัตราดอกเบี้ยเริ่มขึ้น รายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังเท่าเดิม ในที่สุดอาจถึงจุดที่ใช้หนี้ไม่ไหว
## 💸 เงินทุนไหลกลับบ้าน
สัญญาณน่าตกใจอีกอย่างคือ นักลงทุนญี่ปุ่นเริ่มเอาเงินกลับมาลงทุนในประเทศแทนที่จะส่งไปต่างประเทศ ผู้จัดการกองทุนหลายคนออกมาประกาศว่า "นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1990s ที่ผมซื้อพันธบัตรญี่ปุ่น"
บริษัทประกันชีวิตที่เพิ่งขายพันธบัตรไปเมื่อต้นปี กลับมาซื้อพันธบัตรญี่ปุ่นและขายพันธบัตรต่างชาติแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ หากเกิดขึ้นในวงกว้าง จะส่งผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐและตลาดการเงินโลก
## 🔥 ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันญี่ปุ่นมีอัตราเงินเฟ้อ 4% สูงสุดในกลุ่มประเทศใหญ่ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะลดลง BOJ จึงอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรยิ่งขึ้นไปอีก นี่เป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่เมื่อเริ่มแล้วจะหยุดยาก
ผู้ว่าการ BOJ พยายามระมัดระวังโดยชะลอการลดการซื้อพันธบัตร แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อและความคาดหวังของตลาดทำให้พวกเขาไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เหมือนคนขับรถที่เบรกไม่อยู่บนทางลาดชัน
## 🎯 ระดับที่ต้องจับตา
นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาดูตัวเลขสำคัญหลายระดับ หากผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีขึ้นเกิน 2% หรือพันธบัตร 30 ปีขึ้นเกิน 3.5% หรือ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเกิน 1% การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น
ที่น่าวิตกกว่านั้นคือ ญี่ปุ่นไม่มีประสบการณ์ในการจัดการวิกฤตแบบนี้ เพราะ 30 ปีที่ผ่านมาพวกเขาต่อสู้กับปัญหาตรงข้าม คือดอกเบี้ยต่ำเกินไปและเงินฝืด การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จึงเหมือนการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะผ่านพ้นไปได้หรือไม่
## ⚠️ สัญญาณเตือนภัยสำหรับโลก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ วิกฤตการเงินญี่ปุ่นจะไม่ใช่แค่ปัญหาของญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว ระบบการเงินโลกเชื่อมโยงกันมากจนหากญี่ปุ่นมีปัญหา ผลกระทบจะลามไปทั่วโลก
การที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา หากเงินทุนญี่ปุ่นถอนตัวออกจากตลาดพันธบัตรสหรัฐ จะส่งผลให้ดอกเบี้ยสหรัฐขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการกู้ยืมของรัฐบาล บริษัท และประชาชนอเมริกัน
ตลาดหุ้นโลกที่พึ่งพา Yen Carry Trade เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญ หากแหล่งเงินนี้หายไป อาจทำให้เกิดการขายหุ้นครั้งใหญ่ เหมือนที่เกิดขึ้นแต่รุนแรงกว่าเดิม
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมือง สงครามการค้า และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หากวิกฤตการเงินจากญี่ปุ่นเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ อาจเป็นหยดน้ำสุดท้ายที่ทำให้แก้วล้นได้
วิกฤตการเงินไม่เคยมาพร้อมกับการเตือนล่วงหน้า แต่สัญญาณต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า ลูกระเบิดเวลาที่ญี่ปุ่นติดตั้งไว้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว กำลังใกล้จะระเบิด และเมื่อมันระเบิด เสียงดังจะก้องไปทั่วโลก
---
*บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน*
โฆษณา