26 ก.ย. 2025 เวลา 07:34 • หุ้น & เศรษฐกิจ

PTTGC ปรับพอร์ตธุรกิจ แบ่งขายหุ้น KGC–TTT

รับกำไรพิเศษ–ลดหนี้–เพิ่มสภาพคล่อง โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28 บาท
ราคาหุ้น PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้น โดยเปิดตลาดบ่ายอยู่ที่ 27 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ +1.89% จากวันก่อนหน้า หลังเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ล่าสุดประกาศแบ่งขายหุ้น KGC ให้ KRR หลังวานนี้แจ้งขายหุ้น TTT ให้ PTT TANK บริษัทในกลุ่มปตท. ด้านโบรกฯ มองได้กำไรพิเศษหนุน ลดค่าใช้จ่ายคงที่ หนุนสภาพคล่องดีขึ้น
วันนี้ (26 ก.ย. 68) นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ได้มีมติอนุมัติเห็นชอบให้บริษัทฯ ขายหุ้นสามัญของบริษัท คุราเร่ จีซี แอด วานซ์ แมททีเรียลส์จำกัด (KGC) ให้ Kuraray Company Limited (KRR) ในสัดส่วน 20.1% โดยที่ประชุมคณะกรรมการ KRR ในวันที่ 25 กันยายน 2568 มีมติอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 และจะโอนหุ้นแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่การโอนหุ้นแล้วเสร็จ สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ จะลดลงจาก 33.4% เป็น 13.3% ในขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นของ KRR จะเพิ่มขึ้นจาก 53.3% เป็น 73.4% และสัดส่วนการถือหุ้นของ Sumitomo Corporation (SC) คงอยู่ที่ 13.3%
โดยจะส่งผลให้การลงทุนของบริษัทฯ ใน KGC เปลี่ยนสถานะจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุนอื่น และการขายหุ้นดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างเป็นนัยสำคัญ การทำธุรกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุง โครงสร้างทางธุรกิจ (portfolio transformation) ของบริษัทฯ
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การขายหุ้นจำนวน 4.46 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 35.43% ใน บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) ให้แก่ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ที่ราคา 986.34 บาท/หุ้น รวมเป็นมูลค่า 4,403 ลบ.
โดย PTTGC อาจได้ค่าตอบแทนเพิ่มอีกสูงสุดไม่เกิน 604 ล้านบาท หากมีการต่อสัญญาบริการถังบรรจุอีเทนในช่วง 2587-2595 (สัญญาปัจจุบัน 15 ปี 2572-2587) ทั้งนี้ ภายหลังการขาย PTTGC จะถือหุ้นใน TTT เหลือราว 1%
สำหรับการขายทรัพย์ท่าเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทย่อยจัดตั้งใหม่ของ PTT TANK คิดเป็นมูลค่าราว 4,840 ล้านบาท หลังจากนั้น PTTGC จะมีค่าเช่าทรัพย์กลับบางส่วนเพื่อใช้ในการดำเนินงาน โดยค่าเช่าที่ต้องจ่าย ประกอบด้วย ค่าเช่าทรัพย์สินทั้งหมดระยะสั้น 1 ปี ราว 516 ล้านบาท, ค่าเช่าถังฯ 3 ปี รวม 534 ล้านบาท และค่าบริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลาง ระยะเวลา 10 ปี รวม 1,600 ล้านบาท ส่วนรายรับที่ PTTGC จะได้ คือ ค่าบำรุงรักษาระยะสั้น 1 ปี ราว 207 ล้านบาท และค่า O&M ระยะเวลา 10 ปี รวม 3,737 ล้านบาท
PTTGC ตั้งเป้าลงนามสัญญาซื้อขายทรัพย์สินภายในต.ค. 2025, รอการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 18 พ.ย. 2568 (ใช้เสียง 3 ใน 4 ของผู้ร่วมประชุม ไม่รวม PTT) โอนทรัพย์ฯ ภายในไตรมาส 1/69 และโอนสัญญาและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ภายในไตรมาส 1/70
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมอง Positive ต่อการการขายทรัพย์ฯ ข้างต้นสุดท้าย โดยการบริหารยังอยู่ภายในเครือ PTT ทำให้ไม่ได้กระทบกับ operation ในขณะที่สามารถรับรู้กำไรพิเศษจากการขายรวมราว 2,320 ล้านบาท คิดเป็นราว 19% ของกำไรปี 2569 และสามารถลด IBD/EQ ลงเป็น 0.9 เท่า เทียบกับไตรมาส 2/68 ที่ราว 0.93 เท่า และลดค่าใช้จ่ายคงที่ได้ต่อเนื่อง (ลดดอกเบี้ยจ่ายราว 240 ล้านบาท/ปี หรือราว 2% ของกำไรปี 2569)
เบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินมูลค่าเพิ่มต่อราคาเป้าหมายปี 2568 จากการขายทรัพย์ฯ อย่างน้อยราว 0.4 บาท/หุ้น (ประหยัดดอกเบี้ย/กำไรก้อนใหญ่จากการขายทรัพย์ทันที สูงกว่ารายได้/ส่วนแบ่งกำไรฯ ที่เดิมจะทยอยได้รับตามระยะสัมปทานที่เหลือ)
ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 28 บาท/หุ้น และคงมุมมองที่ PTTGC เป็นหนึ่งในผู้ผลิตปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวในระยะยาว หลังผ่านช่วง oversupply จากกำลังการผลิตใหม่จีนที่เข้ามามากสุดในช่วง 2565-2567 มอง PBV ที่ 0.5 เท่า สะท้อนความกังวล down cycle ของธุรกิจปิโตรเคมีไประดับหนึ่งแล้ว คาดช่วงไตรมาส 4/68-2569 ยังมีปัจจัยบวกจาก upside ของการขายทรัพย์ non-core ส่วนที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท
โฆษณา