Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Pamellia Talk: Economic and Lifestyle
•
ติดตาม
28 ก.ย. 2025 เวลา 07:36 • ข่าวรอบโลก
EP 61 แลนด์บริดจ์: จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจเอเชียสู่เวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก
จากแนวคิดที่ริเริ่มมากว่า 3 ศตวรรษ สู่เมกะโปรเจกต์แห่งอนาคต โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ของไทยกำลังถูกผลักดันให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ไม่เพียงแต่จะพลิกโฉมการขนส่งทางทะเลของโลก แต่ยังตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าน้ำมันแห่งใหม่ของเอเชีย พร้อมเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) สู่ตลาดจีนตอนใต้และกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ผ่านโครงข่ายระบบราง
300 ปี ของคลองไทย สู่จุดเปลี่ยนแลนด์บริดจ์
แนวคิดการเชื่อมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีมาอย่างยาวนาน ย้อนไปได้ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับแนวคิด "ขุดคอคอดกระ" ซึ่งถูกหยิบยกมาพิจารณาในหลายยุคสมัย อย่างไรก็ตาม โครงการคลองไทย (Thai Canal) เผชิญกับอุปสรรคเชิงเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ด้วยมูลค่าการก่อสร้างที่ประเมินไว้สูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงจากการเวนคืนที่ดินขนาดใหญ่ใน 5 จังหวัด ซึ่งจะกระทบวิถีชีวิตประชาชนและทำลายระบบนิเวศที่เปราะบางอย่างถาวร
โครงการแลนด์บริดจ์จึงถูกนำเสนอในฐานะทางเลือกที่มีความสมเหตุสมผลเชิงปฏิบัติมากกว่า โครงการนี้ประกอบด้วยการสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 แห่งที่จังหวัดระนองและชุมพร เชื่อมต่อกันด้วยโครงข่ายมอเตอร์เวย์และระบบรางมูลค่าการลงทุนรวมของโครงการแลนด์บริดจ์อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโครงการคลองไทยประมาณ 55% ทำให้มีความเป็นไปได้ทางการเงินสูงกว่า
แม้ TDRI จะเคยให้ทัศนะว่าการขุดคลองให้เรือผ่านโดยตรงอาจสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้สูงกว่า แต่ก็ยอมรับว่ารูปแบบของแลนด์บริดจ์สามารถบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประชาชนได้ดีกว่า
ไทยสู่ศูนย์กลางการค้าน้ำมันแห่งใหม่ของเอเชีย
ปัจจุบัน ช่องแคบมะละกาคือเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก โดยมีปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องทางนี้คิดเป็น 60% ของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ทำให้ช่องแคบแห่งนี้มีความหนาแน่นและแออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภาวะคอขวดนี้สร้างทั้งความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เพิ่มขึ้น
โครงการแลนด์บริดจ์ถูกวางยุทธศาสตร์ให้เป็นเส้นทางเลือกและเป็นจุดกระจายน้ำมันดิบ (Oil Hub) ในภูมิภาค โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือระบบท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเชื่อมระหว่างสองท่าเรือ ยุทธศาสตร์นี้ดึงดูดความสนใจจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแสดงความสนใจในการลงทุนสร้างศูนย์กระจายน้ำมันในพื้นที่โครงการหากประสบความสำเร็จจะเป็นการท้าทายสถานะของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการค้าน้ำมันของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลคาดการณ์ว่าเส้นทางนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้อย่างน้อย 6%
การบูรณาการ SEC และรถไฟไทย-จีน: ประตูการค้าสู่ตลาด GMS
โครงการแลนด์บริดจ์
โครงการฯเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบแนวคิดตั้งแต่ปี 2561 ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช. ภายใต้แผนแม่บทฯ รัฐบาลตั้งเป้าหมายดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ SEC ให้ได้ 100,000 ล้านบาท และสร้างอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมของพื้นที่ (GPP) ไม่น้อยกว่า 5% ต่อปี
การเชื่อมโยง SEC กับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายคุนหมิง-สิงคโปร์ จะเป็นการเปิดประตูการค้าสู่ตลาดจีนตอนใต้และกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เมื่อโครงการพัฒนาเต็มรูปแบบ รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถขับเคลื่อนให้ GDP ของประเทศเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 4.0% เป็น 5.5% ต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 1.5%
เจาะลึกเมกะโปรเจกต์
มูลค่าการลงทุนมูลค่าการลงทุนรวมของโครงการอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยอาจสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท การลงทุนหลักๆ แบ่งเป็น:
• การก่อสร้างท่าเรือ (ระนองและชุมพร): ประมาณ 636,476 ล้านบาท
• โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง (มอเตอร์เวย์และรถไฟ) ระยะทาง 90 กม.: ประมาณ 358,517 ล้านบาท
• การพัฒนาพื้นที่เพื่อขนถ่ายสินค้าและอื่นๆ: ประมาณ 364,000 ล้านบาท. โครงการจะใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แบบ Net Cost โดยให้เอกชนลงทุนและบริหารจัดการภายใต้สัมปทาน 50 ปี
การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รัฐบาลกำลังเดินหน้าดึงนักลงทุนนานาชาติ โดยมีบริษัทกว่า 100 แห่งแสดงความสนใจเบื้องต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รัฐบาลได้ประกาศแผนจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 300,000 ล้านบาท นักลงทุนจากหลายชาติให้ความสนใจ เช่น สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, ซาอุดีอาระเบีย, และอินเดีย
อย่างไรก็ตามความท้าทายที่สำคัญคือ ยังไม่มีบริษัทสายการเดินเรือหลักของโลก (Major Global Shipping Lines) ให้คำมั่นสัญญาที่จะเข้ามาใช้บริการอย่างเป็นทางการ. งานวิจัยชี้ว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมีความสัมพันธ์เชิงบวกและมีนัยสำคัญกับการไหลเข้าของ FDI ในระยะยาว
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) การประเมินความคุ้มค่าของโครงการยังเป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก:
• มุมมองภาครัฐ (สนข.): การวิเคราะห์ระบุว่าโครงการมีความคุ้มค่าสูง โดยมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ที่ 17.43% (หรือ 17.38%) และมีระยะเวลาคืนทุน 24 ปี
• มุมมองเชิงวิพากษ์ (สภาพัฒน์ฯ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ): ผลการศึกษากลับชี้ว่าโครงการอาจไม่คุ้มค่าการลงทุน โดยประเมินอัตราผลตอบแทน (IRR) ไว้ที่ 16.8% และมีระยะเวลาคืนทุนสูงถึง 40.49 ปี พร้อมทั้งเสนอให้ลดขนาดโครงการเหลือเพียงการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น (Local Economic Link)
Pamellia Inside: สมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ จีน vs สหรัฐฯ
โครงการแลนด์บริดจ์ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะจีนและสหรัฐอเมริกา
• มุมมองของจีน: โครงการนี้คือทางออกของ "ภาวะที่ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่มะละกา" (Malacca Dilemma) จีนมองว่าช่องแคบมะละกาซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นจุดเสี่ยงต่อการนำเข้าพลังงานและสินค้าของตน. แลนด์บริดจ์จึงเป็นเส้นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกปิดล้อมทางทะเล นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีนอย่างสมบูรณ์. หากจีนเข้ามาลงทุนหลัก อาจทำให้ไทยตกอยู่ในกับดักการพึ่งพิงและกระทบต่ออธิปไตยในการตัดสินใจได้
• มุมมองของสหรัฐฯ และพันธมิตร: สหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างอินเดีย มองโครงการนี้ด้วยความระแวง. อินเดียกังวลว่าโครงการนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ "สร้อยไข่มุก" (String of Pearls) ของจีนที่พยายามโอบล้อมและจำกัดอิทธิพลของอินเดียในมหาสมุทรอินเดีย ทั้งสหรัฐฯและอินเดียอาจมองว่าโครงการนี้เป็นการขยายอิทธิพลของจีน ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับพันธมิตรดั้งเดิมตึงเครียดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทั้งสหรัฐฯ และอินเดียก็ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้เช่นกัน, ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางที่ต้องการเข้ามาคานอำนาจจีนควบคู่ไปกับการแสวงหาความร่วมมือในภูมิภาค
ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสมดุล (Hedging Strategy) เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป. การพยายามดึงดูดการลงทุนจากหลายแหล่ง ทั้งซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, อินเดีย และยุโรป จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้โครงการนี้เป็นสินทรัพย์ที่เป็นกลางของภูมิภาค (Neutral, Regional Asset) และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุดโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ
ศัพท์เศรษฐศาสตร์
ROI (Return on Investment) – ผลตอบแทนจากการลงทุน
👉 คือการวัดว่า “ลงทุนไปแล้ว คุ้มไหม?” ถ้า ROI สูง แปลว่าโครงการทำกำไรดี
Infrastructure – โครงสร้างพื้นฐาน
👉 หมายถึงสิ่งที่ใช้รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น ถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน
Geopolitics – ภูมิรัฐศาสตร์
👉 คือการเมืองที่ผูกกับทำเลทางภูมิศาสตร์ เช่น ไทยอยู่ตรงกลางเส้นทางทะเล-บก จึงถูกทั้งจีนและสหรัฐฯ สนใจ
Hedging Strategy – ยุทธศาสตร์การป้องกันความเสี่ยง
👉 การไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป แต่ดึงหลายฝ่ายมาลงทุน เพื่อรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจและการเมือง
เศรษฐกิจ
ข่าวรอบโลก
จีน
1 บันทึก
3
5
1
3
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย