28 ก.ย. 2025 เวลา 09:32 • ประวัติศาสตร์

( ต่อ 2 )

ร่าย
๏ ขุนมารราพณาสูร ฟังคำทูลเมื่อนั้น ก็พลันกริ้วโกรธา ตรัสว่าต้องแก้แค้น แทนพระน้องจงได้ แท้จริงใจขุนยักษ ผู้มักมากในกาม ฟังความเล่าถึงนาง ผู้สรรพางค์พิไลย อยากใคร่ครองสีดา จึ่งบัญชาทันที สั่งสารถีผูกรัด จัดเตรียมล่อเลอสรร [๕๘] ครั้นรุ่งแสงอุษา จากลงการีบจร ดั้นอัมพรตะบึง ยังซึ่งอาศรม​สถาน ที่สำราญรมยา แห่งมา
รีจฦๅยศ โอรสตาฑะกา ซึ่งมาผนวชแต่ เมื่อพ่ายแพ้พระราม ตามที่ได้เล่ามา เจ้าลงกาเฃ้าไป ไหว้มารีจเชิญช่วย ด้วยในการแก้แค้น แทนทูษณ์ขรที่ตาย บอกอุบายคิดว่า จะลักพานางงาม เมียพระรามจากกัน เพื่อลงทัณฑ์สาใจ มารีจได้สดับ สรรเสร็จเรื่องบรรยาย ทูลฦๅสายสิบพักตร์ ว่าทรงศักดิ์เชื่อเถิด จะเกิดการราญร้าว พลอยให้ชาวลงกา ทั่วอาณาจักร์ร้อน คิดดูก่อนจงดี พระรามนี้สำคัญ แขงขันเชิงชิงชัย
กษัตริย์ในโลกนี้ บ่ได้มีเทียมเท่า เขานั้นแสนสามารถ อาตมะเคยเข็ดขาม ฤทธิ์พระรามวีระ อันจะลักเมียเฃา เท่ากับยั่วเฃาตาม ทำสงครามยุทธ์แย้ง แย่งชายาคืนไป อันนางในลงกา รูปโสภาหน้านวล มากมวลมีแล้วไซร้ ท้าวไทจงกลับเวียง เลือกเนียงชมสมจิต สนิทร่วมเสนหา รมยาไร้ภยัน ทศกัณฐ์ฟังคำ มารีจร่ำเตือนจิต คิดเห็นชอบหนักหนา จึ่งลากลับกรุงไกร ไม่คิดทำเช่นหมาย ฝ่ายศุูรปะนฃา เห็นเชษฐาทูษณ์ขร ม้วยมรณด้วยศรราม ก็เหาะฃ้ามสมุท รีบรุดสู่ลงกา มาถึงพระโรงคัล พลัน
เฃ้าเฝ้าขุนราพณ์ กราบทูลความทุกข้อ แสร้งกล่าวพ้อพาที เพื่อให้มีมานะ อีกรู้พระหฤทัย ว่าฝักใฝ่ทางกาม จึ่งใขความชมโฉม น่าประโลมลานแล แห่งหม่อมแม่สีดา นางยักษาเจ้าเล่ห์ เสรแสร้งใช้อุบาย โยกย้ายคำเจรจา ว่าพ้อบ้างยั่วบ้าง พลางชมนางน่ารัก จนจอมจักร์ลงกา แสนละล้าละลัง ยิ่งฟังยิงนึกแค้น อีกแสนใคร่ใฝ่ครอง นางเนื้อทองโสภา จึ่งบัญชาสั่งไป ให้ผูกรถอีกครั้ง ขี่ไปยังกุฎี ที่อยู่มารีจนั้น แล้วพลันเฃ้าไปหา แจ้งกิจจาขอช่วย ด้วย​ในการปราบปราม พระรามและอนุชา อีกเพื่อ
พาเมียเฃา เฃ้ามาสู่กรุงไกร มารีจได้ทราบความ ห้ามขุนมารอีกครั้ง เธอบ่ฟังกลับโกรธ พิโรธแรงนักหนา ว่าจะฆ่าให้หมด พวกขบถทั้งวงศ์ องค์มารีจฟังตรัส ครั้นจะขัดต่อไป ภัยจะถึงครอบครัว ทั้งตัวจะพินาศ จึ่งตอบราชบรรหาร ว่าภูบาลจะใช้ ฉันใดก็จะยอม พร้อมเพื่อรับบัญชา พญาราพณ์แถลง แจ้งอุบายคิดไว้ ให้มารีจแปลงกาย เปนกวางฉายเฉิดงาม เดินไปตามในป่า หน้าพระอาศรมพอ ล่อตายั่วยวนใจ ให้อรไทยจำนง ประสงค์กวางทองนั้น แล้วให้พลันรีบหนี รี่นำรามเฃ้าป่า ไกลจากอาศรม
ศรี นอกนี้ตัวขุนมาร จะทำการต่อไป มารีจได้สดับ รับบัญชาแล้วทูล จอมอสูรว่าฃ้า รู้แน่ว่ากิจนี้ อันผลดีคงไร้ จะได้แต่ผลร้าย ฃ้าคงตายด้วยมือ พระผู้ฦๅเกียรติไกร ราฆพไซร้สามารถ ปานยมราชแรงหาญ พระคงผลาญชีวา พระราชาแน่แท้ แต่จะขัดก็เห็น ไม่เปนผลยันใด ฃ้ายอมไปป่าด้วย ช่วยพระองค์ตามที่ มีปัญญาสามารถ อสูรราชรื่นรมย์ ชมมารีจมากมาย ว่าเปนชายชาญเลิด ประเสริฐล้ำอสุรา แล้วพาไปขึ้นรถ จรดล่องเวหน ด้นสู่ดงทัณฑัก เห็นสำนักทรงพรต เลื่อนรถลงป่ากว้าง บ่มิไกลจากฃ้าง กุฎี นั่นแล ฯ
โคลง ๒
๏ ภูมีจึ่งสั่งให้ พญามารีจไซร้
แปลงกาย
๏ เดินกรายไปแทบหน้า อาศรมนั้นเถิดฃ้า
จะตาม ไปนอ ฯ
​โคลง ๓
๏ นึกคร้ามในดวงจิต มารีจคิดอัดอึ้ง
ครั้นขัดก็จะขึ้ง ขัดใจ
๏ แต่ไปคงไม่รอด ปลอดกลับมาแน่แท้
แขงจิตจำจิตแล้ ร่ายมนตร์ ฯ
โคลง ๔
๏ สกนธ์กลายจากรูป ยักษา
เปนสุวรรณมฤค เลิดแล้ว
ปลายเฃากอบรัตนา นิลเอก
ที่พักตร์ดำด่างแพร้ว ปนฃาว
๏ พรายพราวพยับแก้ว แต่งกรรณ
ปิหรูดแกมทับทิม พิลาศ
สร้อยคอรัตนะพรรณ แพรวเพริด
หนังเรื่อปะทุมชาติ จับตา
๏ ยาตราผ่านหน้าพระ อาศรม
ชายเนตร์ดังนางงาม แช่มช้อย
สีดาสบเนตร์ชม ชอบจิต
นางจึ่งกราบกล่าวถ้อย ทูลไป
​๏ แม้ไท้ยังโปรดเกล้า หม่อมฉัน
ขอประทานกวางทอง เอกแล้
แต่องค์พระลักษมัณ ทูลขัด
นี่มิใช่กวางแท้ ธรรมดา
๏ เกรงว่ารากษสแสร้ง แปลงกาย
มาล่อลวงให้หลง เล่ห์แล้ว
จะก่อเหตุแรงร้าย เปนแน่
ขืนจับจะไม่แคล้ว คลาดภัย
๏ แต่ใจนางแก้วสุด ไหลหลง
จึ่งมิยอมฟังคำ พระน้อง
เผ้าทูลออดแด่องค์ พระภัส ดาแล
ขอมฤคทองที่ต้อง ประสงค์
๏ องค์พระราฆพเจ้า เหลือขัด
จึ่งฝากสีดากับ อนุช
จับอาวุธคู่หัดถ์ โดยด่วน
แล้วเสด็จรีบรุด ไล่กวาง
๏ ไปกลางดงใหญ่แล้ว จึ่งทัน
ราฆพก็แผลงศร ถูกต้อง
บัดนี้จึ่งกุมภัณฑ์ เจ้าเล่ห์
ส่งศัพท์เสียงโรทร้อง หวนโหย
๏ โอยช่วยด้วยเถิดเจ้า สีดา
ช่วยพี่เถิดลักษมัณ พี่ม้วย
เสียงเหมือนพระรามรา ฆพเรียก
แล้วดับชีวิตด้วย พิษศร
๏ ม้วยมรณรูปมฤคนั้น พลันหาย
กลายกลับเปนอสูร ศพกลิ้ง
รามจึ่งทราบอุบาย ยักษ์หลอก
พระเสด็จรีบทิ้ง ศพไป
๏ เฃ้าในดงนั้นเพื่อ หากวาง
อีกหนึ่งซึ่งยิงแทน เสร็จได้
หวังนำเพื่อให้นาง แทนมฤค ปลอมแล
รีบกลับนำมฤคให้ โฉมฉาย
๏ ฝ่ายนวลนาเรศแก้ว สีดา
ยินศัพท์สำเนียงมาร เรียกร้อง
มิรู้ว่ามายา ลวงหลอก
จึ่งตรัสเร่งพระน้อง รีบไป
๏ ไวๆไปช่วยพระ เชษฐา
ครั้นพระลักษมณ์กราบทูล ทัดไว้
นางก็กลับโกรธา พ้อตัด
จนลักษมณ์ทนมิได้ จำลา
​๏ ครานั้นจึ่งท้าวราพณ์ ฤทธิแรง
เห็นเหมาะแล้วว่ามี โอกาศ
จึ่งร่ายเวทจำแลง กายะ
เปนฤษีลีลาศ เฃ้าไป
๏ ทรามวัยก็ต้อนรับ โดยดี
ขุนราพณ์ยิ่งดูนาง ยิ่งรัก
กล่าวชวนมิ่งนารี นงรัตน
ไปถิ่นประเทศยักษ์ ด้วยกัน
๏ แจ่มจันทร์หลากจิตตอบ วาจา
ใยพระมุนีกล่าว เช่นนี้
เปนพราหมณ์บ่ควรมา เปนสื่อ
ชวนชักเมียให้ลี้ จากผัว
๏ จะมัวพูดอ้อมอีก ต่อไป
เกรงจะเสียท่วงที แน่แท้
ขุนราพณ์จึ่งกล่าวใข ความสัตย์
ว่าดนูนี้แล้ ราพณ์ขลัง
๏ เพราะหวังเปนคู่น้อง เสนหา
จึ่งอุส่าห์มาจาก แว่นแคว้น
ขอเชิญชื่นใจมา ด้วยพี่ เถิดแม่
คงจะเปนสุขแม้น ไปสวรรค์
​๏ แจ่มจันทร์พลันกล่าวถ้อย ตัดรอน
บ่มิยอมไปกับ ขุนยักษ์
เมื่อองค์พระทรงศร ทรงทราบ
คงเผด็จผู้ลัก มหิษี
๏ บัดนี้จึ่งราพณ์ร่าย ขัดใจ
กรตวัดกัลยา โอบอุ้ม
ออกจากกุฎีไป โดยด่วน
ไปสู่แห่งที่สุ้ม รถทรง
๏ อุ้มองค์อัคเรศขึ้น รถพลัน
แล้วขับขึ้นตรงสู่ ฟากฟ้า
แล่นลิ่วละล่องผัน อากาศ
มุ่งสู่ลงกาหล้า แหล่งมาร
๏ ผ่านต้นไม้ใหญ่ล้ำ ในดง
ที่ชฎายุหาญ อยู่ไซร้
สีดานิ่มอนงค์ เรียกนก
อ้ามิตร์ช่วยลูกให้ พ้นภัย
๏ นกใหญ่ยินศัพท์แล้ว บินมา
ร้องทักราพณ์ว่าเออ พระน้อง
ฉันใดเล่าจึ่งพา เมียมิตร์ ไปฮือ
ทำผิดแล้วจะต้อง ส่งคืน
๏ ขัดขืนจะต้องขัด ใจกัน
มาส่งสีดามา อย่าช้า
แต่ท้าวราพณ์โมหัน หาญตอบ
ถ้อยหยาบเปนเชิงท้า ฤทธี
๏ ปักษีพิโรธเพี้ยง เพลิงผลาญ
บินรี่เฃ้าโจมรถ ราพณ์ร้าย
ต่างฝ่ายต่างแรงหาญ ประหัด
เสียงสนั่นลั่นคล้าย ลมแรง
๏ ยุทธ์แย้งสามารถทั้ง สองรา
ที่สุดขุนมารชัก ดาพแก้ว
ฟันถูกปีกชฎา ยุฃาด
หล่นแทบแผ่นดินแล้ว สลบไป
๏ มีชัยแล้วราพณ์ดั้น เวหา
เร็วรีบสู่นคร อะคร้าว
นางสิ้นสุดปัญญา ที่จะ
พ้นจากเงื้อมมือท้าว ทศกัณฐ์
๏ ดังนั้นนางจึ่งเปลื้อง อาภรณ
ทีละสิ่งทิ้งลง พิภพ
เผื่อว่าพระทรงศร ตามติด
พระอาจได้ประสบ สิ่งของ
​๏ สมปองถึงแล้วที่ ลงกา
ทศกัณฐ์เฝ้ากล่าว พจน์เกี้ยว
นางบ่มินำพา สักนิด หนึ่งเลย
ใยจะพูดลดเลี้ยว ไป่ฟัง
๏ จะขังนาเรศไว้ ในวัง
เกรงจะหมองนวลเพราะ วิโยค
ท้าวราพณ์จึ่งตรัสสั่ง ให้จัด
ให้อยู่สวนอโศก นอกเวียง
๏ จัดเนียงรากษสให้ อยู่คุม
ให้คิดหาโอกาศ ค่ำเช้า
ช่วยกันนั่งล้อมรุม โลมจิต
ให้รักองค์พระเจ้า ลงกา
๏ สีดาพิลาปเพราะ วิโยค
จำพรากจากสวามี อยู่เกศ
อยู่สวนชื่ออโศก โศกห่อน หายเลย
จนอ่อนใจอัคเรศ เพราะศัลย์
๏ ครานั้นเทวะเจ้า พรหมา
ทรงทราบเหตุทั้งปวง ทั่วด้าว
วิตกว่าสีดา จะดับ ชีพนอ
จึ่งตรัสใช้ท่านท้าว อมรินทร์
​๏ ไปถิ่นทวีปแคว้น ลงกา
นำทิพยะภักษา ประเสริฐ
ไปให้แม่สีดา บริโภค
พอช่วยนงลักษณ์เชิด ชีพคง
๏ องค์อินทร์ถึงแล้วจึ่ง สกดยักษ์ หลับแฮ
นำทิพยะภักษา ส่งให้
สีดานิ่มนงลักษณ์ เสวยเสร็จ
จึ่งค่อยส่างโศกได้ ชั่วคราว หนึ่งนา ฯ
ร่าย
๏ กลับกล่าวถึงพระราม ตามกวางไปจนฆ่า มารีจได้สำเร็จ รีบเสด็จย้อนทาง มาในกลางดงใหญ่ หฤทัยไม่ผ่อง ตรองถึงกลอุบาย แห่งยักษ์ร้ายแสร้งทำ จำต้องรีบกลับพลัน ครั้นดำเนินไม่ช้า พบอนุชากลางทาง ต่างถามข่าวแก่กัน ลักษมัณแถลงเหตุ ติ
ทรงเดชอนุชา ว่าไม่ควรทอดทิ้ง มิ่งมหิษีไว้ แล้วรีบไคลคลากลับ ถับถึงอาศรมสถาน เรียกเยาวมาลย์ยาใจ ไม่เห็นนางออกมา เฃ้าค้นหาไม่พบ ราพก็แสนโศก วิโยคมหิษี ภูมีร่ำพิไร ถึงอรไทยเสนหา สั่งอนุชาไปยัง ฝั่งโคทาวารี เผื่อเทวีจะใฝ่ ไปเก็บบัวริมฝั่ง ดังนั้นอนุชา รีบไปหาทรามวัย บ่ได้พบนางแก้ว หาทั่วทุกถิ่นแล้ว ไป่เห็นนางเลย ฯ
​โคลง ๔
๏ เช่นนั้นราฆพเจ้า โศกา
ธเสด็จไปยัง ฝั่งน้ำ
ส่งศัพท์เรียกสีดา ทรามสวาท
อ้าแม่เมียมิ่งล้ำ อยู่ไหน
๏ ฉันใดแม่น้ำพระ โคทา
จึ่งบ่ตอบคำถาม สักน้อย
หากชนกถามหา พระลูก ท่านฤา
ฃ้าจะทูลตอบถ้อย ฉันใด
๏ อยู่ไหนนางผู้เลิด ภักดี
ตามภัสดายามถูก นิรเทศ
ผัวเปนแต่ฤษี ชีป่า
นางก็ตามสู่เขต อะรัญ
๏ อันตูฃ้าไร้ญาติ และมิตร์
ยังกลับเสียเมียรัก อีกซ้ำ
โอ้นอนจะนอนคิด ถึงมิ่ง เมียเอย
ตลอดคืนจะน้ำ ตาพรู
๏ ดนูขอเที่ยวค้น เทวี
ทั่วเขตชนะสถาน ใหญ่กว้าง
ทั่วทุกโขดคีรี สูงต่ำ
ทุกถิ่นธารท่อน้ำ หลั่งริน
​๏ ผินพักตร์พบมฤคอยู่ ริมธา ราแล
ราฆพก็ตรัสถาม หมู่เนื้อ
เพื่อนบอกหน่อยสีดา หล่อนอยู่ ไหนนอ
บอกหน่อยนงอะเคื้อ อยู่ไหน
๏ เนื้อไพรก็ลุกขึ้น พร้อมกัน
แหงนพักตร์และตามอง ทิศใต้
จึ่งสองกษัตริย์ผัน พักตร์สู่
ทิศทักษิณนั้นไซร้ บทจร
๏ ภูุธรพลางโศกไห้ โหยครวญ
ถึงอนงค์ชายา คู่จิต
เห็นใดก็ล้วนชวน ให้โศก
ทุกสิ่งชวนให้คิด ถึงนาง
๏ กลางทางพบซึ่งแก้ว แหวนทรง
ต่างพระกรรณกำไล กอบแก้ว
ของที่นิ่มอนงค์ ทิ้งหล่น
พระเก็บของขึ้นแล้ว กำสรวล
๏ คลายครวญราฆพเกิด โกรธา
จับพระแสงศรเตรียม มั่นไว้
หากไม่พบสีดา ดวงจิต
เอาเถิดคงจะได้ เห็นกัน
​๏ อันภพนี้หากไร้ ดวงสมร
เหมือนหมดสิ่งดีเหลือ แต่กาก
ตัวเราจะแผลงศร พรหมาสตร์
ล้างโลกนี้ให้คราก ครืนสลาย
๏ ฦๅสายตรัสแล้วจึ่ง ลักษมัณ
ทุลว่าอ้าพระผู้ ผ่านเกล้า
พระเคยเมตตาสรร พะสัตว์
โปรดดับพิโรธเร้า หัทยา
๏ อย่าให้บาปซึ่งผู้ เดียวทำ
เปนเหตุผจนตรี โลกแล้
อันผู้ที่ก่อกรรม ประทุษ
นั่นแหละควรกริ้วแท้ ถูกทาง
๏ หานางวิสุทธิ์ผู้ ชายา
จงทั่วธรณี อย่าเว้น
แล้วจับซึ่งคนพา ละชั่ว
ทำโทษสาหัสเค้น ฆ่าฟัน
๏ ทรงธรรม์ฟังพระน้อง กราบทูล
ได้พระสติดับ โทษะ
แล้วจึ่งนเรนทร์สูร เดินต่อ
ค้นทั่วบ่ลดละ ถิ่นใด
​๏ ค้นในทุกถ้ำทุก หูบผา
ค้นทุกลำละหาน น่านน้ำ
ค้นทุกพุ่มพฤกษา ใบดก
ค้นป่าค้นดงซ้ำ ทั่วไพร ฯ
โคลง ๓
๏ จึ่งไปพบพญา ชฎายุดักดิ้น
เลือดเลอะเปรอะเกือบสิ้น ชีวา
๏ ราฆพรีบหามิตร์ ทรงฤทธิ์ถามเพื่อนไซร้
เกิดเหตุใครจุ่งได้ บอกมา
๏ ปักษาทูลแถลง แจ้งเหตุที่รบเร้า
หวังชิงพระแม่เจ้า จากมาร
๏ ยักษ์พาลตัดปีกจึ่ง ตกลงถึงแผ่นหล้า
แล้วราพณ์ก็บ่ายหน้า เหาะหนี
๏ ปักษีทูลทำนาย ว่าฦๅสายจะได้
พระอัคเรศไซร้ คืนมา
๏ พญาราพณ์นั้นพึง ถึงพรหมลิขิตแล้ว
แน่ละจะไม่แคล้ว ศรรา ฆพเลย ฯ
โคลง ๒
๏ เจรจาพอเสร็จสิ้น จึ่งชฎายุดิ้น
ดับชนม์
​๏ จุมพลเผาศพไซร้ ทำศราทธะพรตให้
พระสหาย
๏ แล้วฦๅสายจึ่งเต้า ตามวิถีต่อเฃ้า
สู่พง อีกนา ฯ
ร่าย
๏ ดั้นเดินดงต่อไป ในไม่ช้าก็ผ่าน ชนะสถานออกไป ได้สามโยชน์ก็ถึง ซึ่งป่าโกญจะวัน ในนั้นพบคูหา และหน้าถ้ำนั้นไซร้ ได้เห็นยักษิณี อินทรีย์มหิมา หน้าตาแสนดุร้าย ร่างกายก็น่าชัง ทั้งเสียงดังหนวกหู มันยืนอยู่แห่งนั้น เห็นลักษมัณเดินหน้า มันอ้าแขนชวนเธอ เออหนุ่มสรวยสุดทั่ว มาเปนผัวฃ้าเถิด ฃ้าประเสริฐแสนงาม นามอโยมุขี [๕๙]ในป่านี้เปนใหญ่ คงได้อยู่เกษมสันต์ ลักษมัณขัดเคืองนัก ชักพระแสงดาพคม
ฟันถูกนมยักษ์ขาด ฟาดฟันซ้ำไปถูก จมูกหูวิ่นไป นางจัญไรก็ลี้ หนีเฃ้าซ่อนกายา ในคูหาโดยพลัน สองราชันเดินต่อ พอไปอีกมินาน ยินเสียงปานฟ้าร้อง กึกก้องในย่านไพร สององค์ไซร้เที่ยวค้น จนพบอสุรา กังก้าขวางกลางไพร รูปมันใหญ่ปานผา แลดูน่าพึงกลัว หัวมันหามีไม่ มีปากใหญ่ที่ท้อง ส่งเสียงก้องแนวป่า กลางอุรามันไซร้ มีตาใหญ่ดวงหนึ่ง ซึ่งสีแดงดังไฟ และมันไร้ซึ่งขา แต่ว่าแขนยาวถึง โยชน์หนึ่งจึ่งสามารถ กวาดต้อนบรรดาสัตว์ สารพัตเฃ้าไป ได้จนถึงปากมัน อันอสูรตนนี้ มี
เวทมนตร์เรียกสัตว์ บัดดลเฃ้าถึงกร ต้อนเฃ้าปากถนัด เมื่อกษัตริย์สององค์ ดั้นดงมาพบมัน ยังมิทันรู้กาย ยักษ์ร้ายก็ยื่นหัดถ์ รวบรัดได้ทั้งสอง ปองกินเปนภักษา ​แต่ว่ายังมิทัน ถึงปากมันก็สอง พี่น้องชักดาพพลัน ต่างฟาดฟันแขนขาด หล่นกลาดแทบฟัถพี อสุรีโรทร้อง กึกก้องทั่วถิ่นป่า แล้วถามว่าเออสอง พี่น้องคือใครหนอ ขอทราบบ้างเปนไร ทันใดพระลักษมัณ พลันตรัสตอบข้อความ แล้วย้อนถามยักษา ว่าตัวมึงคือใคร ฉันใดรูปเช่นนี้ อสุรีตอบว่า ตูฃ้าแสนดีใจ ที่ได้พบพระองค์ สมประสงค์ของฃ้า
อันชื่อว่ากะพนธ์ [๖๐] เดิมสกนธ์ฃ้าไซร้ วิไลยแม้นศักรินทร์ ผู้เปนปิ่นเทวา แต่ฃ้าชอบแปลงกาย กลายเปนยักษ์เที่ยวหลอน พราหมณ์นิกรให้กลัว ปล่อยตัวเหลิงเหลือดี จนมุนีหนึ่งไซร้ สาปให้คงรูปร้าย มิให้กลายเช่นเดิม ฃ้าเริ่มก่อการยัญ ครั้นสมปรารถนา พรหมาประทานพร ตามฃ้าวอนนานมา ให้อายุยืนยง สมประสงค์อิ่มเอิบ กำเริบจิตจึ่งท้า อมราธิราช บังอาจเฃ้าต่อกร จอมอมรข้องขัด ขว้างวัชระถูกหัว จมเฃ้าตัวทันใด ทั้งขาไซร้ก็ซ้น ร่นเฃ้าอยู่ในกาย ฃ้าขอตายทันที แต่วัชรีตรัสไว้ ถ้า
เมื่อใดรามา และอนุชากษัตริย์ ตัดแขนขาดแล้วไซร้ จะได้ตายสมจินต์ ราฆพยินคำยักษ์ ทรงศักดิ์ชวนลักษมัณ ชวนกันหาฟืนกอง รองรับกายกะพนธ์ ยกตนขึ้นทันใด เอาไฟจุดพลันเผา จากเท่าและอังคาร แห่งมารรูปอัปรีย์ บัดนี้เทพบุตร์ ผุดขึ้นพลันวันทา แล้วทูลราฆพไท้ ว่าท่านไซร้ประสงค์ ได้องค์อัคเรศ ผู้ขวัญเนตร์คืนมา จงไปหาวานร ชาญสมรบรรฦๅ ชื่อสุครีพฤทธิรุท แล้วเทพบุตร์แจ้ง แถลงทางเพื่อจร พบวานรชาญชัย ครั้นได้ชี้มรรคา เสร็จจึ่งลาราฆพ โดยเคารพเลิดแล้ว เหาะสู่สุวภพแผ้ว สาปสรรพ์ ฯ
​โคลง ๓
๏ ราชันเดินในป่า ถึงปัมปาย่านน้ำ
คือทเลสาปล้ำ เลิดดี
๏ พบศวรีนางพราหมณ์ เห็นพระรามจึ่งไหว้
และชำระบาทไท้ ทั้งสอง
๏ ถามว่าปองสิ่งใด นางทูลไท้ว่าฃ้า
คอยเฝ้าพระผ่านฟ้า ราเมนทร์
๏ ได้บำเพ็ญซึ่งฌาณ มาช้านานนักแล้ว
บัดนี้ก็ผ่องแผ้ว เกลศสรรพ์
๏ ทรงธรรม์ตรัสถามทาง นางก็ชี้แด่ไท้
แล้วเคารพนบไหว้ ทูลลา
๏ คลาเฃ้ากองอัคคี เผาอินทรีย์หมดไหม้
วิญญาณนางนั่นไซร้ สู่สวรรค์ ฯ
โคลง ๒
๏ สองราชันเลิดล้ำ เสด็จฃ้ามแม่น้ำ
ปัมปา
๏ ยาตราพลางหน่อไท้ ชมพรรณะมิ่งไม้
ในดง
๏ สององค์เดินไม่ช้า ก็เสด็จถึงหน้า
คีรี
​๏ ศรีฤษยะมูกไซร้ จึ่งสองพระหน่อไท้
พักผา สุกแล ฯ
โคลง ๔
๏ พญาสุครีพเจ้า จอมวา นรแฮ
เห็นหน่อกษัตริย์เสด็จ ใต่เต้า
เกรงว่าพญาพา ลีพี่
ได้ส่งศตรูเฃ้า มาผลาญ
๏ หนุมานผู้เอก เสนี
ทูลว่ามิจำเปน หวาดแท้
อำนาจแห่งพาลี บ่อาจ แผ่เลย
ถึงโขดมลัยแล้ แน่นอน
๏ ฟังสุนทรพจน์แผ้ว หฤทัย
แต่ก็ยังฉงน อยู่บ้าง
สุครีพจึ่งตรัสใช้ วายุบุตร
ไปสืบดูเหตุฃ้าง โน้นมา
๏ วายุบุตร์เหาะรวด เร็วพลัน
ใกล้จึ่งแปลงเปนวา นะปรัสถ์ [๖๑]
ไปเฝ้าพระราชัน ก้มกราบ
แล้วกล่าวสุนทรวัจน์ ฃ่าวถาม
​๏ ทราบความว่าหน่อไท้ เธอมา
โดยมุ่งจิตไมตรี เพื่อพบ
และขอพญาวา นรช่วย
เพื่อคิดตามประสบ มหิษี
๏ กะบี่เห็นท่าเจ้า นายตน
อาจจะได้คืนครอง สมบัติ
กลับกลายรูปวิมล ดังเก่า
แล้วกราบหน่อกษัตริย์ ทูลเชิญ
๏ สู่เนินเพื่อพบท้าว สุครีพ
เชิญเสด็จสองทรง บ่าแล้ว
พาเหาะระเห็จรีบ ไปสู่
เขามาลัยเพริดแพร้ว สิขร
๏ จรลงตรงพักตร์เจ้า กะบี่
หนุมานทูลเหตุ แด่ไท้
สุครีพสุดเปรมปรี ดีรับ
สองกษัตริย์และไหว้ บาทบงสุ์
๏ องค์พระราฆพเจ้า ยินดี
จับหัตถ์สุครีพฉัน ชอบจิต
ต่อหน้าพระอัคนี สบถ
เปนมหามิ่งมิตร์ สัมพันธ์
​๏ ครั้นถามทราบเหตุแล้ว สิ้นสรรพ์
ที่สุครีพถูกขับ จากแคว้น
ราฆพก็รับพลัน จะช่วย
พระมิตร์และแก้แค้น แทนสหาย
๏ ฦๅสายเสด็จพร้อม พานร
สู่กีษกินธาถึง ไม่ช้า
ยืนอยู่น่าบวร ทวารรัตน์
จึ่งสุครีพร้องท้า เฃ้าไป
๏ เสียงใสกระทบโสต พาลี
ทลึ่งลุกขึ้นจาก แท่นรัตน์
แม้มิ่งมหิษี ห้ามบ่ ฟังเลย
โทษะเร่าร้อนจัด รีบมา
๏ ถึงปราการรีบออก นอกเวียง
เห็นสุครีพยืนทำ ท่าท้า
พาลีก็โกรธเพียง เพลิงลวก
โลดออกประจันหน้า ฉับพลัน
๏ รบกันสองพี่น้อง เริงแรง
ต่างว่องต่างไวต่าง เก่งกาจ
ต่างตนต่างกำแหง หาญหัก
แย้งยุทธ์อย่างสามารถ ทนง
​๏ ฝ่ายองค์ราฆพผู้ แฝงกาย
เห็นว่าโอกาศเหมาะ มั่นแล้ว
ศรพรหมาสตร์พาดสาย เล็งแม่น
แผลงเดชน์ไปบ่แคล้ว พาลี
๏ กะบี่ตายแล้วจึ่ง รามินทร์
ยกสุครีพผู้เป็น พระมิตร์
ขึ้นครองเขตกีษกิน ธารัฐ
แต่งอภิเษกสิทธิ์ ศุภการ
๏ แล้วผ่านไปสถิตถ้ำ ระโหฐาน
บนไหล่ปรัศระวัณ บรรพต
เพราะเหตุธสาบาล จะอยู่
ในป่าบำเพ็ญพรต มั่นคง
๏ ทรงรออยู่แห่งนั้น หลายเดือน
แต่สุครีพบ่มา แห่งนั้น
ลักษมัณรับไปเตือน กบี่ราช
และรีบเสด็จดั้น ดงไป
๏ ถึงในนิเวศน์แล้ว ตรัสเตือน
สุครีพระยอบยอม รับผิด
มั่วเพลินเพลิดจึ่งเชือน แชอยู่
ขอแต่พระมิ่งมิตร์ เมตตา
​๏ บัญชาเกณฑ์ทัพแกล้ว ณรงค์
พอระดมไพร่พล พรั่งพร้อม
ไปที่ประทับองค์ ราฆพ
ก้มกราบพระบาทน้อม อัญชลี
๏ ภูมีขอให้ช่วย ค้นหา
พระมหิษีซึ่ง ยักษ์ร้าย
บังอาจลอบลักพา ไปจาก
ขอจุ่งให้แยกย้าย ออกแสวง
๏ แจ้งประสงค์จึ่งท่าว สุครี วะแฮ
สั่งพวกนายพานร เรืองเดช
แบ่งทัพออกเปนสี่ กองแยก
ไปเที่ยวค้นทุกเทศ ทุกขัณฑ์
๏ อันพวกไปเที่ยวค้น บุรพา
อีกอุดรและตวัน ตกไซร้
ไม่พบก็กลับมา แจ้งข่าว
ยังแต่กองทิศใต้ แหละหาย ไปนา ฯ
ร่าย
๏ ฝ่ายกองทัพทักษิณ ซึ่งกะบิลองคท โอรสท้าวพาลี เปนเสนีย์คุมไป พร้อมผู้ใหญ่ฤทธิแรง คือกำแหงหนุมาน ชามพะวานจอมหมี นีละลูกพระเพลิง ล้วนเริงรณชำนาญ อีกทหารกะบี่ มีชื่อ​อีกหลายคน รีบร้นไปในป่า ฝ่าดงดอนด้นดั้น เลียบเชิงบรรพตา
ฃ้ามชลาลัยหลาย หมายให้พบนงคราญ ผ่านวินธยะคีรี ที่นี้พบคูหา ซึ่งพากันเฃ้าไป หวังจะได้พอผ่อน พักร้อนอีกหวังได้ พบน้ำใสสักน้อย แต่พอคล้อยเฃ้าถ้ำ อันลึกล้ำมหิมา มืดนักหนาน่าสยอน วานรต่างตกใจ รีบเดินไปตะบึง ถึงถิ่นหนึ่งงามเลิด ต่างชมเพลิดเพลินพลัน ในนั้นพบนางชี บัดนี้หนุมาน กล่าวคำหวานถามไป ว่าท่านไซร้ใครหนอ ขอจงโปรดแถลง อีกเจ้าแห่งเมืองนี้ มีอยู่หรือคือใคร นางฃานใขตอบว่า เมืองมายานี้ไซร้ มัยอสูรจอมช่าง สร้างขึ้นแสนวิจิตร์ สถิตอยู่สำราญ แต่ขุนมารสู่รู้
ลอบทำชู้ลักพา นางเหมาเทวี มาทีนี้หวังชม สุโรดมทราบความ ตามมาผลาญขุนมัย บัลลัยแล้วพรหมา กรุณามอบเวียง ให้แก่เนียงผู้นั้น อันนางชีเปนมิตร์ จึ่งเต็มจิตมาอยู่ ดูแลแทนเหมา อันว่าตัวนางชี ผู้ที่เล่านั้นฤา ชื่อสวยัมประภา แล้วถามว่าวานร จะจรไปหนไหน ครั้นได้ทราบนางชี ก็ชี้ทางให้จร พ้นนครนั้นได้ [๖๒] ตรงไปยังสาคร แต่ครั้นจรถึงฝั่ง ต่างนั่งลงอ่อนจิต สิ้นคิดหมดทางไป ไม่รู้ว่าจะค้น ตำบลใดอีกแล้ว เพื่อประสบนางแก้ว สีดา ฯ
โคลง ๓
๏ ครานั้นขุนปักษี สัมปาตีอยู่ถ้ำ
ยินพวกกะบี่ผร้ำ บ่นกัน
๏ บัดนั้นโผล่ออกมา เจรจาถามข่าวได้
ทราบเหตุทุกสิ่งไซร้ กำสรวล
​๏ ครวญถึงอนุชา โอ้ชฎายุน้อง
มิควรที่จะต้อง ดับขันธ์
๏ แค้นทศกัณฐ์ก่อการ เปนพาลใหญ่เช่นนี้
จึ่งรับจะช่วยชี้ มรรคา
๏ รับพญาวานร ขี่หลังจรสู่ฟ้า
บอกทางที่อยู่หน้า ต่อไป
๏ ตรงใต้คือลงกา อาณาจักร์ยักษ์ร้าย
อยู่กลางสมุทคล้าย เมฆดำ นั่นแล ฯ
โคลง ๒
๏ นกนำส่งพ่างพื้น กะบี่ค่อยชุ่มชื้น
หัทยา
๏ ปฤกษากันควรให้ หนุมานนั่นไซร้
รีบรุด ไปนา ฯ
โคลง ๔
๏ วายุบุตรรับด้วย ยินดี
ขึ้นสู่ยอดมเหนทร์ บรรพต
ถีบยอดสิขรศรี สู่เมฆ
บ่มิได้เลี้ยวลด ลู่ทาง
​๏ ที่กลางสมุทนั้น ไปพบ
สิงหิกาผีเสื้อ สมุท
วายุบุตร์รุดหลบ เฃ้าปาก นางแล
แหวะอุทรนางผุด ออกมา
๏ ไคลคลาโดยปราศจาก ภัยพาล
ถึงซึ่งกรุงลงกา นั่นแล้ว
แฝงกายอยู่นอกทวาร จนค่ำ คืนนา
จึ่งมุดเฃ้าเวียงแก้ว สดวกดาย
๏ ภายในได้พบเสื้อ เมืองมาร
มีรูปเปนนางยักษ์ ที่นั้น
ต่อสู้รบบ่นาน นางพ่าย
จึ่งหลีกทางบ่กั้น กีดขวาง
๏ ปางนั้นกะบี่เต้า ต่อไป
ทั่วนครลงกา เที่ยวค้น
ในนิเวศน์วังใน ทั่วทุก
ตำหนักบ่ได้พ้น ตาไป
๏ มิได้พบซึ่งแก้ว กานดา
หนุมานนึกหมอง จิตเศร้า
แต่เพียรเที่ยวค้นหา ไปอีก
จนกระทั่งรุ่งเช้า จึ่งจร
​๏ จากนครโลดฃ้าม ปราการ
ไปสู่สวนอโศก สุดสล้าง
งามรุกขะชาติปาน นันทนะ
ผลิผกาดื่นบ้าง ออกผล
๏ ขึ้นบนอโศกต้น หนึ่งแล
เห็นพระตำหนักหลัง หนึ่งน้อย
เห็นนางนิ่มนวลแข นอนนิ่ง
ดูทำทางละห้อย โศกศัลย์
๏ สุริยันเยี่ยมฟ้า ส่องโลก
จึ่งราพณาสูร ท่านไท้
มาสวนมิ่งอโศก ตรงสู่
ตำหนักหวังจะได้ เปรมใจ
๏ เฃ้าไปและกล่าวเกี้ยว สีดา
ออดอ่อนวอนให้ยอม ร่วมรัก
แต่ไมถิลีนา รีรัตน์
บ่มิยอมสมัค สมร
๏ ภูธรสิบพักตร์กริ้ว โกรธา
ดุคณานางยักษ์ อยู่เฝ้า
มึงไม่ช่วยพูดจา เอาจิต
ไม่ช่วยกันโลมเล้า มารศรี
๏ เทวีจึ่งไม่รัก ตัวกู
เอาเถิดคราวนี้ยอม ยกโทษ
ต่อไปหากเฉยอยู่ ไม่รัก กูฤา
กูจะฆ่าทั้งโคตร์ พวกมึง
๏ ตะบึงกลับเฃ้าสู่ วังสถาน
จึ่งพวกรากษสี โหดเหี้ยม
พร้อมกันแวดเยาวมาลย์ พลางขู่
หนอยแน่นั่งเอี้ยมเฟี้ยม อวดดี
๏ เช่นนี้อยากใคร่ห้ำ หั่นกาย
กินกรอบต่างข้าวเกรียบ กรุบกร้วม
รอช้าไผ่ผอมหาย อร่อย
กินแต่ยังท้วมท้วม เถิดนา
๏ ตรีชฎาผู้เฒ่า [๖๓] จึ่งปราม
ว่าอย่าทำนารี รัตน์นี้
ฃ้าเกรงว่าพระราม ในไม่ ช้านา
จะเสด็จยกรี้ พลมา
๏ ครานั้นหากท่านรู้ ว่าเรา
ทำข่มเหงชายา ท่านไซร้
คงลงโทษทัณฑ์เอา ถึงชีพ
ไหนเล่าท่านจะไว้ ชีวา
​๏ คณานางยักษ์ร้าย จึ่งงด
บ่ประทุษองค์นา เรศแก้ว
รอดูหมู่รากษส จนกว่า
จะหลับกันหมดแล้ว สีดา
๏ จึ่งคลาสู่มิ่งไม้ อโศก
ต้นใหญ่ที่วานร อยู่ด้วย
โดยเหตุที่วิโยค พระภัส ดาแล
ใคร่ผูกศอให้ม้วย ชีวัน
๏ ครานั้นวายุบุตร์ ใจหาญ
เกรงหม่อมแม่สีดา จะม้วย
จึ่งเริ่มแถลงสาร ทูลเล่า
เรื่องพระราฆพด้วย คำงาม
๏ นงรามยินถ้อยจาก พฤกษา
เงยพักตร์เห็นพานร นั่นไซร้
นางนึกพรั่นวิญญา กระเถิบ
ถอยห่างจากต้นไม้ ตระการ
๏ หนุมานโดดจาก ที่แฝง
ประณตนางสีดา แน่งน้อย
แล้วทูลข่าวแถลง เรื่องทุก อย่างแล
ถวายพระธำมรงค์พร้อย เพริดมณี
​๏ เทวีวินิศพระ ธำรงค์
รู้แน่ว่าของพระ ผ่านเผ้า
เพราะเห็นธเคยทรง นิ้วหัดถ์
ยิ่งพิศก็ยิ่งเศร้า กรรแสรง
๏ กำแหงวายุบุตร์ จึ่งทูล
ฃ้ารับอาสาเชิญ เสด็จได้
ถึงที่นเรนทร์สูร ประทับ
ตลอดรอดฝั่งไร้ อันตราย
๏ โฉมฉายตรัสว่าอ้า ฉันใด
ขุนกะบี่กล่าวชวน เช่นนี้
จะพาเหาะฃ้ามไป ในฟาก ฟ้าฤา
ฃ้าบ่เคยแต่กี้ ก่อนมา
๏ ฃ้าเกรงเปนแน่แท้ เวียนหัว
แล้วก็จะตกยัง น่านน้ำ
อีกหนึ่งจะยอมตัว ท่านโอบ อุ้มนอ
จะผิดแบบเก่าล้ำ เลิดดี
๏ นารีสมรสแล้ว ฤาควร
ให้บุรุษอื่นมา แตะต้อง
ใครรู้ก็จะชวน กันติ
นี่แหละจึ่งขัดข้อง อยู่นา
๏ แต่วานรจุ่งได้ รีบกลับ
ไปกราบพระราฆพ นาถไท้
เชิญพระเสด็จรับ เราเถิด จะดี
อีกประหารราพณ์ให้ วายปราณ
๏ แล้วนงคราญเปลื้องศิ ราภรณ
ยื่นส่งหนุมาน สั่งให้
นำสู่พระทรงศร สวามิศร์
อีกสั่งทูลแด่ไท้ คิดถึง
๏ จึ่งวายุบุตร์รับ อาภรณ
ทูลเกศกราบบังคม แม่เจ้า
บัดนั้นจึ่งบังอร จรกลับ
ตำหนักเสด็จเฃ้า และบรร ทมนา ฯ
ร่าย
๏ ครานั้นขุนกะบี่ พอเทวีคลาพ้น กมลมุ่นโกรธา ดุจจะบ้าคลั่งไคล้ ร่ายไม้หักพฤกษา นานาในสวนขวัญ พวกกุมภัณฑ์เฝ้าสวน ชวนกันออกไล่จับ วานรกลับไล่ตี วิ่งหนีลนลานไป ที่ในเวียงลงกา เฃ้าหาขุนประหัสต์ บัดนั้นขุนพลขลัง จึ่งสั่งบุตร์ของตู ชื่อชมพูมาลี ให้ทันทีออกไป ปราบลิงไพรเหิมหาญ เสนีมารรีบไป ไล่จับขุนวานร รานรอนเปนสามารถ บ่มิอาจกุมจับ กลับสุดสิ้นชีวา ครานั้นจึ่งประหัสต์ รีบรัดเฃ้าไปทูล จอมอสูรให้รู้ ภูธรจึ่งบัญชา ลูก​ยาอินทรชิต เจ้าเรืองฤทธิ์ฦๅชัย จงไปจับลิงหาญ
อักษะกุมารไปด้วย ช่วยพี่ยาครานี้ สองอสุรีรีบไป ถึงที่ในสวนขวัญ ครานั้นอักษะกุมาร เฃ้ารอนรานวายุบุตร์ ประยุทธ์อย่างสามารถ แต่พอพลาดท่าลง วานรปลงชีพมลาย เห็นน้องชายพ่ายแพ้ แลสุดสิ้นชีวิต อินทรชิตโกรธนัก จับศรศักดิ์นาคบาศ ผาดแผลงไปถนัด มัดตัววานรได้ นำเฃ้าไปถวาย ฦๅสายผู้บิดา ฝ่ายพญาราพณ์โกรธ ให้ลงโทษประหาร พิเภษณ์ทานทัดไว้ ว่าไม่ควรฆ่าฟัน ลงทัณฑ์อย่างอื่นได้ จึ่งท่านไท้ทศพักตร์ ส่งพวกยักษ์เสนา เอาผ้าชุบน้ำมัน พันหางวานรเฃ้า แล้วให้เอาไฟจุด
เพื่อหางกุดประจาร พวกมารก็พลันทำ ตามคำขุนบัญชา ฝ่ายขุนวายุบุตร์ พอเฃาจุดไฟหาง ก็โลดผางโผนเผ่น ขึ้นวิ่งเล่นสมใจ เอาไฟจุดปราสาท ราชมณเฑียรสถาน อีกทุกบ้านน้อยใหญ่ ในลงกาธานี อันอัคคีลวกลาน อลหม่านทั่วเวียง เพียงศึกติดธานี กะบี่ลีลาลับ ดับอัคคีที่หาง พลางระเห็จเวหา กลับมายังองคท เผยพจน์เล่าเหตุการณ์ แล้วหนุมานก็ชวน กันด่วนกลับไปพลัน เฝ้าทรงธรรม์ราฆพ หนุมานนบบาทบงสุ์ ส่งอาภรณผ่องแผ้ว ของพระนาเรศแก้ว ฝากถวาย พระแล ฯ
โคลง ๓
๏ ฦๅสายรับอาภรณ ของบังอรยิ่งเศร้า
กำสรดอุระเร้า โศกศัลย์
๏ ต่อนั้นตรัสบัญชา แด่ราชากะบี่ไซร้
จะยกทัพออกได้ วันไหน
​๏ ได้ฟังพระพาที กระบี่ราชนอบเกล้า
ทูลว่าฃ้าจะเร้า เร่งพลัน ฯ
โคลง ๒
๏ พอพลขันธ์พรั่งพร้อม สุครีพประณตน้อม
นอบเชิญ เสด็จแล ฯ
โคลง ๔
๏ กองเดินตรวจลู่นั้น นิลนำ
ทัพน่าคชะขุน กปิแกล้ว
คะวัยกะบี่กำ ยำอีก
คะวากษ์ทหารแก้ว คุมคลา
๏ ปีกขวาฤษภผู้ แขงขัน
คันธะมาทน์เปนนาย ปีกซ้าย
แซงไปเพื่อป้องกัน ในป่า
บ่มิให้ยักษ์ร้าย จู่ทลวง
๏ กองหลวงสุครีพเจ้า คุมจร
ราฆพทรงพาหา ใหญ่กว้าง
แห่งขุนเอกวานร วายุบุตร์
ลักษมณ์ขี่องคทฃ้าง องค์ขลัง
๏ ทัพหลังนั้นจัดให้ สุเษณ คุมแฮ
เวคะทรรศีไป ช่วยไซร้
อีกชามพะวานเปน เจ้าแห่ง หมีแล
กำกับเตือนตักให้ ระวัง
๏ สพรั่งสพรึบพร้อม พลหาญ
เดินจากปรัศระวัณ สู่ใต้
ต่างมุ่งจะปราบมาร ม้วยมอด
เพื่อช่วยราฆพได้ นางคืน
๏ ครึกครื้นสนั่นเร้า เริงสมร
เดินทัพตะบึงไป ไป่ยั้ง
จนถึงฝั่งสาคร สุครีพ
จึ่งหยุดพลจัดตั้ง พลับพลา พักแฮ ฯ
ร่าย
๏ หว่างเวลานี้ไซร้ ที่ในเมืองลงกา ราพณาสูรคลั่ง คั่งแค้นจิตพ้นไป เหตุที่ได้เสียที กะบี่ผลาญนคร ภูธรตรัสปรึกษา เหล่าเสนาอมาตย์ รากษสราชคิดแต่ จะแก้แค้นอย่างเดียว ไม่เฉลียวคำนึง ถึงผิดชอบใด ๆ ใครจะทูลทัดทาน ขุนมารโกรธา เช่น
พญาพิเภษณ์ สังเกตเห็นลางร้าย หลายอย่างมีปรากฎ ทูลทรงยศเชษฐา ว่าอย่าทรงขัดขืน โปรดคืนสีดาไป ให้แก่รามสามี บางทีจะตัดการ สงครามหาญหักได้ แต่ท้าวไททศกัณฐ์ พลันขับอนุชา จากลงกาธานี ดังนี้​พิเภษณ์จึ่ง ตะบึงฃ้ามสมุท รีบรุดเฃ้าไปหา ราชากะบี่ศรี ขอภักดีเป็นฃ้า พระรามาธิราช สุครีพยาตร์ไปทูล นเรนทร์สูร
ทราบพลัน ทรงธรรม์ให้ไปพา พิเภษณ์มาที่เฝ้า ผ่านเผ้ารับอสุรี ถามคดีเสร็จสิ้น ภูมินทร์ได้ฟังคำ เห็นเที่ยงธรรมสุจริต ทรงฤทธิ์จึ่งตรัสว่า ถ้าท่านนี้จงรัก ภักดีตลอดกาล เมื่อเสร็จงานศึกไซร้ จะให้ผ่านธานี บุรีรมย์ลงกา อสุราสาบาล อธิษฐานถวายสัตย์ บัดนั้นราฆพพลัน สั่งลักษมัณไปจ้วง น้ำจากห้วงสาคร พระภูธรอภิเษก อสูรเอกยงยศ สมมตเปนราชา จอมลงกาอุดม บรมอาณาจักร์ ทรงศักดิ์ประสาทพร ให้ภูธรอสุเรนทร์ เปนสุขสวัสดิ์ยศยง ให้ฤทธิ์คงคู่ฟ้า ให้เดชน์กระเดื่องหล้า แหล่งตรี ฯ
โคลง ๓
๏ ต่อนี้จึ่งโดยคำ แนะนำพิเภษณ์ไซร้
ราฆพธสั่งให้ แต่งงาน
๏ พลีการขอทาง ดำเนินหว่างน่านน้ำ
สู่แดนรากษสล้ำ แหล่งงาม
๏ พระรามตั้งพิธี สามราตรีเสร็จไซร้
แต่สมุทมิได้ ขึ้นมา เฝ้าเลย
๏ ราฆพพิโรธนัก ชักพรหมาสตร์กาจแกล้ว
ว่าจะแผลงเดชน์แก้ว ไปเผา
๏ เอาให้ถิ่นสาคร กลายเปนดอนเหือดแห้ง
เพราะพระสมุทแกล้ง กีดมรร คาแล
​๏ ปางนั้นพระสมุท ผุดขึ้นมานบไหว้
องค์พระราฆพไท้ ทูลวอน
๏ ทรงศรโปรดเมตตา อันว่าธาตุสี่ไซร้
พระเจ้าประดิษฐไว้ ให้ยง อยู่แล
๏ อันพระองค์ขอฃ้า เปิดมรรคาสดวกไซร้
ฃ้าจึ่งทำมิได้ ดอกนา
๏ แต่ว่าหากจุมพล จองถนนใหญ่ฃ้าม
ฃ้านี้จะสั่งห้าม คลื่นลม หมดนอ ฯ
โคลง ๒
๏ บรมราฆพไซร้ จึ่งดำรัสสั่งให้
จองถนน
๏ ให้นลกะบี่แกล้ว ลูกวิศวะกรรมแก้ว
ศิลปี
๏ คุมกระบี่กลั่นกล้า จองถนนอย่าช้า
ฉับพลัน
๏ นลขยันจัดสร้าง ถนนใหญ่สล้าง
แลงาม ยิ่งแล ฯ
โคลง ๔
๏ องค์รามราฆพเจ้า โกศล
จึ่งสั่งยกโยธี เคลื่อนคล้อย
เดินตามถนนนล ประดิษฐ์
ฃ้ามสมุทเรียบร้อย ปลอดภัย
๏ ตรงไปณเขตแคว้น ลงกา
เร็วรวดตะบึงใน เกาะยักษ์
จนถึงแค่ภารา กรุงยักษ์
ฃ้าศึกบ่มีกั้น กีดเลย
๏ เสบยสดวกได้ ถึงเวียง
ให้จัดตั้งค่ายหลวง เลิดล้ำ
ริมโขดสุเวลเคียง ชายป่า
บริบูรณทั้งน้ำ อาหาร
๏ สั่งการแล้วขึ้นยอด สุเวล
ทอดพระเนตร์ลงกา เลิดแคว้น
บัดนี้จึ่งได้เห็น ขุนราพณ์
นั่งร่มฉัตร์ใหญ่แม้น ภูผา
​๏ พญาสุครีพโกรธ ขุนยักษ์
จึ่งระเห็จเตร็จใน ฟากฟ้า
ถึงฉัตร์ก็พลันหัก ลานแหลก
แล้วจึ่งประยุทธ์ว้า วุ่นไป
๏ ได้ทีเอาเท้าคีบ มงกุฎ
ของทศเศียรพลัน เหาะกลับ
ดังวายุเร็วรุด ชั่วลัด นิ้วแฮ
ถึงที่รามประทับ ถวายกร
๏ ภูธรตรัสว่าอ้า สหาย
ท่านมิควรจะไป เช่นนั้น
พลาดทำหากท่านวาย ชนมชีพ
อันศึกที่ควรสั้น จะยาว
๏ ครานี้จึ่งตรัสใช้ องคท
เปนทูตไปสื่อสาร แด่ราพณ์
ขอคืนอนงค์สด ศรีกลับ
ก็จะตัดสภาพ สงคราม
๏ ยักษ์ครามบ่มิได้ ยินยอม
ราฆพจึ่งสั่งเตรียม ทัพไว้
ได้ฤกษ์จะเฃ้าล้อม เวียงยักษ์
หวังว่าศึกจะได้ เสร็จพลัน ฯ
ร่าย
๏ แต่นั้นพอได้ฤกษ์ พานรเกรอกเกรียงไกร โห่เอาชัยยกพล หวังเฃ้าปล้นลังกา อสุราออกรับ ประทะทัพกลางแปลง แย้งยุทธ์เปนโกลา ฝ่ายอสุราเสียที ถอยหนีเฃ้านคร วานรล้อมธานี บัดนี้อินทรชิต ผู้เรืองฤทธิ์ยกออก มารบนอกภารา ทำมายาลวงหลอน
แล้วแผลงศรนาคบาศ มัดรามราชไว้มั่น เตียวลักษมัณไว้เหมาะ หลายเปลาะบ่เคลื่อนคลา จนพญาครุฑราช ปราดมาช่วยจึ่งฟื้น คืนดีได้โดยพลัน ทศกัณฐ์จึ่งใช้ ให้ธูมรากษ์เสนี ออกต่อตีลองแรง แต่กำแหงหนุมาน ฆ่าวายปราณกลางณรงค์ ราพณ์จึ่งส่งเสนา ผู้แกล้วกล้าบรรฦๅ ชื่อว่าเพ็ชระทนต์ ออกประจนประจัน องคทพลันฆ่าตาย
ราพณ์ร้ายส่งกุมภัณฑ์ อกัมปันออกยุทธ วายุบุตร์สังหาร ขุนมารโกรธราวไฟ ใช้ขุนพลประหัสต์ ออกไปตัดสมร แต่วานรนิลกล้า ฆ่าประหัสต์เสนี ทศศีร์โกรธา ยกออกราวีเอง ประยุทธ์เก่งนักหนา ได้ท่าดีจึ่งซัด กะบิลพัสดุ์หอกใหญ่ ไปต้องพระลักษมัณ ราฆพพลันแก้ไข ให้อนุชคืนคง แล้วทรงศรแผลงไป ถูกรถชัยลานแลง แผลงอีกซ้ำทำลาย มงกุฎพรายเพ็ชร์รัตน์ ถนัดตกจากหัว ราพณ์แสนกลัวรีบร้น เฃ้าสู่นครพ้น ยุทธภัย ฯ
โคลง ๔
๏ ให้ไปปลุกพระน้อง กุมภกรรณ
ผู้หลับอยู่หลายเดือน นักแล้ว
เสนารีบผายผัน ไปจาก เวียงแฮ
เฃ้าสู่คูหาแก้ว ตระการ
​๏ อาหารเตรียมไว้มาก มวลไป
จัดทอดไว้ฃ้างองค์ ขุนยักษ์
แล้วปลุกสั่นผลักใส เขย่า
กว่าจะตื่นยากนัก ยากหนา
๏ ครั้นว่าตื่นขึ้นแล้ว แลไป
เห็นภักษาหารกอง อยู่มาก
ก็เริ่มหยิบทันใด กินกรุบ กรุบฮา
แทบจะหยิบใส่ปาก ไม่ทัน
๏ ครั้นอิ่มแล้วจึ่งได้ ตรัสถาม [๖๔]
เหตุไฉนบังอาจ ปลุกฃ้า
พอได้ทราบข้อความ ก็ลุก
เดินดุ่มไปดั่งหล้า จะพัง
๏ เฃ้าวังสู่ที่เฝ้า จอมมาร
ทศเศียรยินดี ยิ่งแท้
แล้วจึ่งตรัสขอวาน น้องออก
ไปปราบศัตรูแล้ แหลกลาน
๏ ขุนมารว่าฃ้าอีก มนตรี มากนา
ได้กราบทูลตักเตือน ท่านแล้ว
พระองค์มุ่งฤดี รักบาป
เหตุฉนั้นไม่แคล้ว ทุรผล
​๏ จุมพลประมาทฃ้าง ศตรู
เฃาจึ่งประชิดเวียง มั่นแล้ว
ถ้าหากว่าพระภู ธรอยาก
จะใคร่ทรงปลอดแผ้ว มฤตผลาญ
๏ ภูบาลจงเชื่อถ้อย พิเภษณ์
และส่งสีดาคืน นั่นแล้
ก็จะตัดต้นเหตุ แห่งศึก
ดีกว่าอื่นเปนแท้ แน่นอน
๏ ภูธรสิบพักตร์เว้า ว่าไป
เออจะเปนครูพี่ ฤน้อง
บัดนี้พี่จะใช้ ทำศึก
อันอนุชควรต้อง รับทำ
๏ ฟังคำพระพี่นั้น พาที
กุมภะกรรณก็ทูล รับใช้
มนุษและกะบี่ ทั้งหมด
จะรับสังหารได้ ลำพัง
๏ ตึงตังออกจากเฝ้า ดุ่มไป
ออกนอกทวารเวียง บัดนั้น
บั่นบุกรุกรานไล่ กะบี่
ยามจับได้ก็คั้น เลือดกิน
๏ กะบิลเก่ง ๆ ผู้ เปนนาย
ต่างผลัดกันเฃ้าไป ต่อสู้
แต่กุมภะกรรณร้าย แรงบ่ พ่ายเลย
ประกาศว่าจะกู้ ลงกา
๏ พญาสุครีพนั้น สุดหาญ
เฃ้าต่อฤทธิไกร กาจแท้
แต่ถูกศิลาผลาญ ล้มแทบ ดินแฮ
ยักษ์จับหนีบรักแร้ กลับไป
๏ เฃ้าในเวียงยักษ์ได้ ดังถวิล
ชาวนครต่างชม อธึก
สุครีพเมื่อยามยิน เสียงโห่
ก็บัดใจรู้สึก สรรพางค์
๏ ดิ้นพลางตีนถีบทั้ง ฟันกัด
กุมภะกรรณเลือดโทรม อาบฃ้าง
จำปล่อยกะบี่บัด นั้นแหละ
ลิงโลดกำแพงสล้าง ออกไป
๏ ขัดใจอีกเจ็บพ้น พันทวี
กุมภะกรรณหน้ามืด ดั่งบ้า
ผลุนออกนอกธานี บุกรุก
เมื่อพบใครขวางหน้า จับกิน
​๏ ตีสิ้นไม่ว่ายักษ์ หรือวา นรแฮ
แล้วจับหักกินพลัน กรอบกรุบ
อีกดูดดื่มโลหิต ผู้ที่ ตายนา
เลียรูดดูดจ๊วบจุ๊บ น่าสยอน
๏ บทจรไปพบหน้า ลักษมัณ
พระก็ยิงศรโปรย ปรุอก
แต่กุมภะกรรณนั้น ทนนัก
ยืนอยู่ไม่ตระหนก ตกใจ
๏ ร้องไปว่าลูกสุ มิตรา
ท่านเลิดวีระเรา ย่อมรู้
แต่เรามุ่งจิตมา เอาชีพ
แห่งพระรามะผู้ เอกองค์
๏ ตรงไปยังหน้าพระ ราฆพ
แล้วก็ส่งเสียงดัง กล่าวท้า
มาเถิดนะมารบ กันบัด นี้เทอญ
และไม่ท่านก็ฃ้า จะตาย
๏ ฦๅสายตรัสตอบถ้อย ยักษ์หาญ
ว่าจะดีแต่ปาก ดอกน้อ
หากรักชีพขุนมาร จงนบ
กราบและกล่าวคำง้อ แต่ดี
​๏ อสุรีโกรธเพี้ยง เพลิงผลาญ
โลดรุกเฃ้าประยุทธ์ ยิ่งห้าว
ราฆพก็ทรงชาญ เชิงยุทธ
บ่มิเกรงน้องท้าว ทศเศียร
๏ เจียนแขนขวาฃาดด้วย พายวาสตร์
เอนทราสตร์ตัดพา หะซ้าย
อีกสองตัดขาขาด ตัวซุด ลงแฮ
บ่อาจจะลุกย้าย ที่ไป
๏ ทันใดราฆพจับ เอนทราสตร์ อีกแล
เล็งเหมาะแผลงด้วยแรง ฤทธิ์น้าว
ถูกศอตัดเศียรขาด ตกแทบ ดินฮือ
เสียงสนั่นดั่งด้าว ดินไหว
๏ เศียรไปกระทบป้อม ซวนพัง
อีกประตูปราการ โค่นขว้ำ
ส่วนกายกระเด็นยัง สมุท
ทับมัจฉาในน้ำ แหลกลาน
๏ เมื่อมารผู้ที่ได้ เคยกวน
เกะกะมาตายลง ดั่งนั้น
ทวยเทพต่างก็ชวน กันโห่
ฮิ้วโห่ทุกช่วงชั้น แมนสรวง
๏ ปวงมาในฟากฟ้า ร้องรำ
โปรยกลีบบุบผาลง สู่พื้น
สรรเสริญพระทรงธรรม อธิราช
เสียงสนั่นครั่นครื้น คัคนานต์ ฯ [๖๕]
ร่าย
๏ ฝ่ายจอมมารทราบว่า อนุชามลาย แสนเสียดายนักหนา ราชาไตรตรองดู รู้สึกว่าตนผิด มิได้คิดทางไกล บัดนี้ได้สติ สิก็เกินเวลา ที่จะหาทางดี กับไพรีอีกแล้ว เห็นไม่แคล้วมรณา แต่ว่าต้องต่อสู้ ดูจนสิ้นฝีหัดถ์ จึ่งตรัสใช้บุตรา ผู้กล้าหาญสี่องค์ ทรงนามปรากฎมี หนึ่งตรีเศียรกล้าหาญ หนึ่งเทวานตัวขลัง ทั้งนรานตักแขง และกำแหงอติกาย ให้ผันผายยกพล ไปรอนรณลองที ทั้งสี่บังคมลา รีบลาจัดพลไกร แล้วยกไปยุทธนา แต่ไม่ช้าทั้งสี่ ม้วยชีวีกลางสมร ยักษ์รีบร้อนไปทูล จอมอสูรสิบหน้า ราชาจึ่ง
ตรัสใช้ ให้อินทรชิตหาญ ออกไปรานไพร อีกทีให้พินาศ ยุพราชคำนับ รับบัญชารีบไป ให้จัดการพิธี พลีไหว้อมร และชุบศรพรหมาสตร์ เสร็จแล้วยาตราทัพ สรรพสพรั่งพลไกร ออกไปแล้วโรมรัน ครานั้นทั้งสองทัพ รบรับกันกำแหง แรงต่อแรงประชิต ฤทธิ์ต่อฤทธิ์ประชัน ต่างแขงขันเริงร่า ยุพราชาดูที เห็นเหมาะดีจึ่งผาด แผลงพรหมาสตร์ไปรอน พลวานรนายไพร่ ไปต้องสองกษัตริย์ ถูกถนัดทั้งสอง พี่น้องล้มกับดิน และสิ้นสมฤดี ณที่ประยุทธ์กัน ครานั้นอินทรชิต ปลื้มจิตหัวเราะลั่น สำคัญว่าไพรี ​ม้วย
ชีวีด้วยศร สั่งนิกรกลับเวียง เสียงสนั่นลั่นโห่ ชโยเฃ้าลงกา [๖๖] พอเพลาพลบค่ำ สุริยย่ำยอแสง จึ่งกำแหงหนุมาน กับท่านท้าวพิเภษณ์ เที่ยวในเขตสนาม ถือคบตามกันไป ใฝ่ค้นหาตัวท่าน ชามพะวานจอมหมี พญานี้นอนนิ่ง บ่มิติงกายา สองราจึ่งเขย่า เร้าจนจอมหมีฟื้น คืนซึ่งสมฤดี บัดนี้จึ่งถามว่า จะมียาหนไหน ที่จะได้แก้พิษ ศรเรืองฤทธิ์แรงราน ชามพะวานบอกว่า ที่หิมาลัยสล้าง หว่างไกลาศเสิดลบ แลฤษภยอดทอง จะมองเห็นภูผา มีบรรดาโอสถ ทั้งหมดอันเลิดดี จากยอดนี้จงหา ต้นยาสี่
วิสุทธิ์ [๖๗] วายุบุตรรีบไป ไวๆอย่ารอช้า วายุบุตร์ก็พลัน ผายผันทางอัมพร ถึงสิงขรสรรพยา แต่ว่าครั้นเที่ยวค้น ต้นโอสถทั้งสี่ โอสถหนีซ่อนเร้น เห็นว่าแม้รั้งรอ ต่อไปจะเสียการ หนุมานเรืองศักดิ์ จึ่งหักยอดคีรี ชลอรี่เร็วรีบ สู่ทวีปลงกา มาถึงที่รณยุทธ์ วายุบุตร์แรงเลิด เชิดชูโขดนั้นไซร้ ไว้ทางฃ้างเหนือลม คุณอุดมแห่งยา พระพายพาผ่านพัด ต้องกษัตริย์ทั้งสอง ทั้งผองพลพานร ศรก็หลุดจากสกนธ์ ทุกตนพื้นขึ้นพลัน อันบาดแผลเหือดหาย สุขสบายเช่นเก่า บัดนี้เล่ากะบี่ ต่างมีใจเคืองแค้น แล่นไปยัง
เวียงใหญ่ เอาไฟจุดเผาค่าย ระเนียดรายรอบเวียง เสียงอสูรโกลา เพราะว่าเพลิงลุกลาม วามวูถึงในเมือง เรืองโรจน์แรงแสงฉาน เรือนชานลุกลามไหม้ ทั้งเรือนใหญ่เรือนน้อย นับด้วยร้อยด้วยพัน อันนิเวศน์วังใน ไฟก็ลามเฃ้าถึง จึ่งอลหม่านทั่วไป ที่ในเวียงยักษา เพราะในราตรีนั้น กุมภัณฑ์มัวประมาท คาดว่าศตรูตาย มลายหมดครานี้ ครั้นอัคคีเกิดไหม้ จึ่งตกใจวุ่นนัก ยักษ์จึ่งต้องดับเพลิง อันเริงแรงนั่นไซร้ กว่าจะดับเสร็จได้ ก็นาน เจียวนอ ฯ
​โคลง ๓
๏ พญามารเคืองขัด จึ่งสั่งจัดทัพให้
สองพระโอรสไซร้ ทรงคุม
๏ กุมภะพี่ประนอม พร้อมนิกุมภะน้อง
ยกพลยักษ์แซ่ซร้อง ออกไป
๏ ถึงในถิ่นสมร รบวานรกลั่นกล้า
แต่สองยักษ์ไม่ช้า ชีพมลาย ฯ
โคลง ๒
๏ ลูกชายสิ้นชีพไซร ทศเศียรจึ่งใช้
พระหลาน
๏ ขุนมารมังกะรากษ์นี้ [๖๘] บุตร์ขรผู้ชื่อชี้
ชาญณรงค์
๏ ยรรยงประยุทธ์กล้า เสียงสนั่นลั่นฟ้า
ดินไหว
๏ รุกไล่กะบี่ว้า วุ่นใหญ่จนถับหน้า
รามินทร์
๏ พระปิ่นพิภพน้าว ธนูแผลงเดชน์ห้าว
ฤทธิ์ขลัง
​๏ ถูกมังกะรากษ์ดิ้น กับพื้นพิภพสิ้น
ชีวัน ฯ
โคลง ๔
๏ ครานั้นขุนราพณ์ใช้ ยุพราช
ให้ออกสู้ศัตรู อีกครั้ง
จึ่งอินทรชิตกาจ กราบรับ ใช้แล
แล้วรีบไปจัดตั้ง พิธี
๏ อัคนีโหตร์ล้ำ เลิดยัญ [๖๙]
ซึ่งเมื่อกระทำแล้ว สัมฤทธิ์
ก็ได้รถจากสวรรค์ เพื่อขี่
อีกพระเพลิงประสิทธิ์ ศิลป์ศร
๏ จึ่งจรโดยรถดั้น เมฆา
แฝงอยู่ในกลีบเมฆ เหมาะหมั้น
จึ่งแผลงซึ่งศรอา คเณยาสตร์
ต้องศตรูที่นั้น สดวกดาย
๏ บ้างตายบ้างเจ็บล้ม เกลื่อนกลาด
จึ่งลักษมันโกรธา ไป่ยั้ง
หยิบศรเอกพรหมาสตร์ ว่าจะ
แผลงฆ่าอสูรทั้ง โลกมลาย
๏ ฦๅสายราฆพห้าม อนุชา
ว่าอย่าเลยจะบาป มากนัก
พี่เองจะเข่นฆ่า จำเพาะ
ผู้ที่แสนอัปรลักษณ์ แอบยิง
๏ จริงนะศรพี่นี้ อย่ากลัว
คงจะค้นจนพบ จุ่งได้
อินทรชิตร้อนตัว รีบกลับ
บ่มิรออยู่ให้ ธประหาร
๏ ขุนมารนิมิตร์รูป มายา
ด้วยเวทมนตร์อันขลัง เสร็จได้
เหมือนรูปแห่งสีดา นงลักษณ์
เอาออกไปฆ่าให้ ลิงเห็น [๗๐]
๏ เช่นนี้กะบี่ท้อ ใจนัก
ถอยจากสนามยุทธ์ แห่งนั้น
อินทรชิตเรืองศักดิ์ สมมาตร์
จึ่งรีบขับรถดั้น จากสมร
๏ วานรไปเฝ้าพระ จอมโลก
ทูลว่ายักษ์ประหาร แม่เจ้า
ราฆพก็แสนโศก สุดเทวศ
อีกอนุชก็เศร้า โศกา
​๏ พญาพิเภษณ์ผู้ ฉลาด
ทูลว่าความโศกจง โปรดยั้ง
อ้ายอินทรชิตกาจ ทำเล่ห์ ลวงนา
เพื่อหลบออกไปตั้ง พิธี
๏ ที่ตำบลทุ่งกว้าง กุมภิ ลาแล
เพื่อปลุกตัวให้แขง ดังเพ็ชร์
อาวุธศัสตราวิ เศษชุบ ด้วยนา
ต้องอย่าให้สำเร็จ สมถวิล
๏ ภูมินทร์จึ่งตรัสใช้ พระศรี อนุชแล
กับพิเภษณ์ให้ไป บัดนั้น
ล้างกิจนิกุมภี ลาเร่ง ไปเทอญ [๗๑]
เพราะว่ากาลกระชั้น อยู่นา
๏ น้องยารับพระราช โองการ
รีบยกพหลพล กลั่นกล้า
ถึงทุ่งที่ขุนมาร กอบกิจ
เฃ้าประยุทธ์ไป่ช้า ฉับไว
๏ ขัดใจจึ่งลูกท้าว ทศกัณฐ์
แผลงเดชน์ต่อสู้ศร อนุช
ต่างฝ่ายต่างแขงขัน สามารถ
จึ่งต่างสัประยุทธ์ อยู่นาน
​๏ ศรราญศรรบสู้ ศรแรง
ศรต่อศรต้านศร ศักดิ์ห้าว
ศรประทะศรแผลง ศรรบ
ศรต่อศรลั่นด้าว แด่นดง
๏ องค์วีระราชน้อง รามินทร์
ยิงซึ่งเอนทราสตร์ ครั่นครื้น
ไปตัดศิระอิน ทรชิต
ขาดตกลงแทบพื้น ปัถพี
๏ บัดนี้เสียงแซ่ซร้อง สาธุการ
มาจากทวยเทพบน ฟากฟ้า
ฟ้อนรำขับลำสมาน ดุริยะ
โปรยบุษปะเกลื่อนหล้า กลิ่นหวาน ทั่วแล ฯ
ร่าย
๏ ขุนมารญี่สิบหัดถ์ ทราบชัดว่าลูกยา ม้วยชีวาเช่นนั้น กุมภัณฑ์เศร้าโศกแรง กรรแสงร่ำกำศรวล ครวญถึงลูกคู่จิต แล้วกลับคิดพิโรธ โกรธกริ้วนางสีดา ว่าเปนสาเหตุให้ ลูกบรรลัยครานี้ อสุรีจวนคลั่ง ตึงตังออกไปสวน และเห็นนวลนงลักษณ์ ชักดาพเงื้อเพื่อฟัน แต่บัดนั้นมนตรี มีสติทูลห้าม ปรามพญาราพณ์ไว้ เตือนหฤทัยราชา ว่าหากฆ่านงคราญ ทั่วสถานแดนไตร ในฟากฟ้าแลดิน จะติฉินว่าบาป พญา
ราพณ์ฟังทัก ขุนยักษ์ได้สติ จึ่งบ่มิฆ่าฟัน ผายผัน​คืนเฃ้าวัง สั่งเตรียมทัพฉับไว ได้ฤกษ์ยกออกสู้ ศตรูที่กลางแปลง วานรแขงขันต่อ บ่มิลดถดถอย คอยคุมเชิงรบราน ทหารยักษ์ล้มกลาด ดาดดินกลางสมร มโหทรเสนา มหาปรรศวะยักษ์ วิรูปักษ์เสนี ทั้งสามนี้วายปราณ พญามารโกรธา ขับรถารุกไป เฃ้าชิงชัยโดยแรง แผลงศรหมายจะยิง มิ่งมกุฎโกศล แต่จุมพลทรงศักดิ์ กับลักษมัณกำแหง ก็แผลงศรไปต้าน ศรต่างหาญต่างเก่ง เล็งทำลายล้างกัน ครานั้นพิเภษณ์เกล้า ฝ่าพลมารรานรุก บุกไปใกล้รถ
ทรง ขององค์ราพณ์ราชา เอาคทารานรอน ตีอัศดรเทียมรถ ล้มลงหมดไป่ช้า พญาราพณ์โกรธนัก ชักหอกใหญ่ไพศาล หมายพุ่งผลาญพิเภษณ์ แต่นเรศร์ลักษมัณ รีบเฃ้ากั้นกางไว้ ราพณ์ขัดใจจึ่งซัด หอกถนัดไปถูก ลูกนางสุมิตรา แล้วล่าคืนธานี บัดนี้รามทรงศร ถอนหอกจากพระน้อง บ่สมปองปรารถนา ก็โศกาจาบัลย์ บัดนั้นสุครีพทูล นเรนทร์สูรอยู่เกล้า ว่าผ่านเผ้าภูวนัย วิตกใยครานี้ โอสถมีแก้ได้ แล้วใช้วายุบุตร์ ให้รีบรุดเร็วไป มโหทัยบรรพต เอาโอสถเลิดดี อันมีคุณนั้นมา วายุบุตรีรับใช้ ทันใดรีบ
ล่องฟ้า ถึงผามโหทัย ทันใดชลอเขา เอาทูลเกศกลับพลาง วางลงให้สุเษณ ผู้เปนแพทย์รอบรู้ สุเษณผู้ปรีชา เก็บต้นยาพร้อมสรรพ์ พลันบดแล้วไปทา องค์อนุชาราฆพ น้องจอมภพก็ฟื้น คืนดีได้ดังเก่า บัดนี้เล่าทศเศียร เปลี่ยนรถใหม่ออกมา ยุทธนาอีกที ฝ่ายพระศรีโกศล รณรงค์ทรงสู้ ดำเนินอยู่กับดิน ภูมินทร์เสียเปรียบมาก ลำบากทางยุทธนา เพราะคราใดยักษ์หนี ภูมีบ่อาจไล่ ไปได้ทันทีท่วง เหมือนถูกถ่วงอยู่ไซร้ จึ่งยังบ่อาจได้ ชัยศรี ฯ
​โคลง ๓
๏ ฝ่ายศจีปะติ ดำริห์ดูเหตุแล้ว
ส่งเทวะรถแก้ว ลงมา [๗๒]
๏ จึ่งเทพสารถี มาตลีรีบเต้า
ถึงพื้นพิภพเฝ้า รามินทร์
๏ นรินทร์โสมนัส ขึ้นรถรัตน์ไป่ช้า
ให้ขับประชิดหน้า จอมมาร
๏ ต่างรานต่างรณรอน ต่างแผลงศรรอคร้าว
ในที่สุดจึ่งท้าว ทศเศียร
๏ บาดเจ็บเจียนทั่วตน จนสลบแน่แล้ว
ขุนรถขับรถแก้ว ถอยหนี ฯ
โคลง ๒
๏ ปางนี้อคัสตย์เจ้า ดาบสเล็งทราบเค้า
โดยญาณ
๏ ว่าขุนมารโหดไซร้ ถึงที่กำหนดไว้
จะตาย
​๏ จึ่งผันผายเห็จฟ้า มาลงจำเพาะหน้า
จุมพล
๏ ทูลสอนมนตร์ชื่อชี้ อาทิตยหฤทัยนี้
เลอสรร
๏ ท่องมันตระหนี่แล้ว ยิงเถิดอาวุธแก้ว
ผลาญมาร แน่นา ฯ [๗๓]
ร่าย
๏ ฝ่ายผู้ผ่านลงกา ฟื้นขึ้นมาแล้วไซร้ ไล่พลรบรีบกลับ ประทะทัพวานร แผลงศรสู่ราฆพ รบกันใหญ่อีกคราว ท้าวราพณ์ถูกศรถนัด ตัดหัวขาดจากตัว แต่พอหัวตกไป หัวใหม่เกิดขึ้นแทน แสนสุดขลังดังเก่า ยิงอื่นเล่าหลายแห่ง ยักษ์กำแหงอยู่ยง คง
ชนม์อยู่บ่ตาย โยกย้ายยิงแห่งใด ก็บ่ได้วายชนม์ รณรงค์รบกัน ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ยักษ์ยังยืนยงอยู่ ภูธรออกระอา จนพระมาตุลี เตือนภูมีให้ใช้ แสงศรชัยพรหมาสตร์ ภูวนาถเล่าบ่น มนตร์อาทิตยหฤทัย พลางภูวนัยแผลงผาด พรหมาสตร์มุ่งไปรอน อันศรทรงตรงลิ่ว ฉิ่วไปดังลมพัด ปักถนัดกลางอก ขุนราพณ์ตกรถทรง ลงแทบปัถพี ครั้งนี้จะร่ายเวท วิเศษเช่นเคยมา ก็หาทันท่วงไม่ บรรลัยลงฉับพลัน พวกกุมภัณฑ์ร้องไห้ แตกหนีไปเร็วรา สู่ลงกาธานี ฝ่ายกะบี่รี้พล ทุกตนร้อนชโย โห่ถวายพระพร
แด่ภูธรรามจันทร์ จากสวรรค์ยินเสียง สำเนียงร้องเสนาะ ดุริยางค์เพราะประสาน จากสถานเทวา ลมพัดพากลิ่นหอม ​มาอบออมอุรา กลีบบุบผาก็หล่น กล่นเกลื่อนภูมิสมร เสียงนิกรเทวัน สรรเสริญทั่วท้องฟ้า ว่าพระรามราฆพ ผู้เลิดลบแดนไตร เธอนี้ได้แก้แค้น แทนทวยเทพเรืองศรี ทั้งมุนีทรงพรต ที่ถูกทศกัณฐ์ มันข่มเหงมานาน ท่านได้มาทรงปราบ ราพณ์แรงร้ายตายลง ต่อนี้คงจะแสน สุขทุกข์แดนปรีดิ์เปรม เกษมสันติสงบ ขอราฆพชโย ครองโกศลเขตหล้า ชนมะยืนคู่ฟ้า คู่ดิน แม่นเทอญ ฯ
โคลง ๓
๏ อสุรินทร์พิเภษณ์ เห็นเชษฐามอดม้วย
ก็โศกสอื้นด้วย กำสรวล
๏ ครวญถึงคุณานันต์ อันเคยมีแต่กี้
มาดับชีพเช่นนี้ อาลัย
๏ พระภูวนัยตรัสปลอบ ว่าชอบแต่ท่านไซร้
จะรำพึงหน่อยให้ เสร็จสรรพ์
๏ อันเชษฐาวายชนม์ เวลารณยุทธแล้ว
สมแก่วีระแกล้ว กาจหาญ
๏ งานยุทธ์สุดสิ้นลง สมประสงค์เสร็จแล้ว
สภาพสันติแผ้ว ผ่องเผดิม
๏ จงเริ่มศราทธพรต สมเกียรติยศท่านท้าว
ผู้จอมรากษสด้าว ลงกา
​๏ พญาพิเภษณ์ฟัง รับสั่งคลายโศกเศร้า
ประณตแทบบาทเจ้า จุมพล
๏ พอมณโฑทะรี มหิษีราพณ์ไซร้
มาจากนิเวศน์ได้ พร้อมกัน
๏ บัดนั้นเริ่มงานศพ ทำถูกครบแบบเค้า
ถวายเพลิงศพเจ้า ลงกา
๏ ราฆพให้ตั้งการ งานอภิเษกท้าว
พิเภษณ์ทรงรัชด้าว แดนมาร
๏ ประทานรดอภิเษก มงคลเอกเลิดล้ำ
โดยทรงหลั่งซึ่งน้ำ สาคร
๏ แล้วทรงศรคำนึง ถึงองค์อัคเรศแก้ว
ทราบเหตุคงจะแผ้ว ผ่องศรี
๏ ภูมีเรียกหนุมาน ท่านจงไปอย่าช้า
บอกมหิษีฃ้า ฉับพลัน
๏ ว่าลักษมัณสุครีพ คงชีพและราพณ์ม้วย
ขอหล่อนเปรมจิตด้วย เราเทอญ ฯ
​โคลง ๒
๏ เชิญโองการใส่เกล้า วายุบุตร์รุดเฃ้า
สู่สวน
๏ ทูลนวลนเรศแก้ว ตามที่ตรัสสั่งแล้ว
เสร็จสรรพ์ ฯ
โคลง ๔
๏ ครานั้นพระแม่เจ้า สีดา
ทราบเหตุก็ปรีดี ยิ่งล้น
โสดสรงชำระกา ยาเสร็จ
ทรงเศวตภูษาพ้น พิศวง
๏ ขึ้นทรงวอช่อฟ้า ม่านทอง
ซึ่งพิเภษณ์จัดมา รับไซร้
ตำรวจยักษ์นำสอง สายเสด็จ
พร้อมพิเภษณ์ท่านไท้ ตามหลัง
๏ มายังค่ายหลวงเจ้า จอมคน
นางแหวกวิสูตร์ทอง ออกแล้ว
ลงกราบพระจุมพล สวามิศร์
เปรมหทัยผ่องแผ้ว เพียงจันทร์
​๏ ครานั้นราฆพตรัส แก่ทราม สงวนแฮ
ว่ากรณีย์ฃ้า เสร็จแล้ว
ทำยุทธะสงคราม ชำนะ
ได้รับตัวนางแก้ว คืนมา
๏ อันว่าเกียรติยศ คืนคง
เพราะเหตุปราบอรี เสร็จได้
แต่ที่ประยุทธ์ยง สามารถ
จะเพราะรักหล่อนไซร้ ไม่เลย
๏ ทรามเชยเคยยักษ์อุ้ม โอบกาย
เคยอยู่ในเรือนราพณ์ นั่นแล้ว
ฉันใดจะมุ่งหมาย ให้รับ
กลับถนอมกล่อมแก้ว ดุจเดิม
๏ ใครเหิมก็อาจชี้ หน้าเรา
ว่าพระจอมโกศล ถ่อยแท้
รับหญิงที่เดนเฃา ปล้ำปลุก
เปนมหิษีแล้ ลงคอ
๏ พอได้ฟังตรัสไท้ ภรรดา
นิ่มอนงค์ตรัสแก่ พระน้อง
โอรสสุมิตรา ช่วยพี่ ด้วยเทอญ
เพราะพี่นี้จะต้อง จำตาย
​๏ ฦๅสายธไม่เลี้ยง อยู่ใย พ่อเอย
จงรีบหาฟืนกอง อย่าช้า
พี่จะสู่กองไฟ เผาบัด นี้แล
สละชีพต่อหน้า ทรงธรรม์
๏ ลักษมัณฟังแล้วเหลือบ แลดู
เห็นพระจอมโกศล พักตร์บึ้ง
สุครีพพิเภษณ์ผู้ อื่นหมอบ นิ่งนา
เพราะว่าเกรงพระขึ้ง ขัดใจ
๏ สั่งให้กะบี่ตัด ฟืนมา
กองใหญ่ดังเทวี สั่งไซร้
แล้วหม่อมแม่สีดา ประณต
เดินประทักษิณไหว้ อัคนี
๏ บัดนี้ยกหัดถ์ไหว้ ประกาศ
อ้าพระอัคนีเดช อคร้าว
จิตฃ้าบ่เคยขาด สามิภักดิ์
ในพระราฆพท้าว ทรงศีร์
๏ อัคนีเทวะผู้ แรงจัด
เป็นพยานเห็นทุก สิ่งไซร้
หากฃ้ากล่าวความสัตย์ ขอจุ่ง
มาช่วยด้วยเถิดให้ ปลอดภัย
๏ อรไทยตรัสแล้ว จรดล
เฃ้าสู่กองอัคคี กาจกล้า
บัดนั้นจึ่งทุกตน ร้องร่ำ
สมเพชนาเรศหน้า นวลแข
๏ แต่บัดนี้ได้เกิด อัศจรรย์
และทุกผู้มองใน ฟากฟ้า
เห็นเทวะเทวัน มวลมาก
มาประชุมพร้อมหน้า สลับสลอน
๏ บิดรที่ล่วงลับ ไปนาน
มาอยู่ณกลางอา กาศนั้น
ท้าวเวสสะวัณท่าน จอมทรัพย์
ยมเทพเจ้าชั้น ใต้ดิน
๏ องค์อินทร์ปิ่นเทพไท้ พันตา
ทรงคชเอราวัณ เลิดล้ำ
วรุณเทพครองอา ณาจักร์
เปนใหญ่ในน่านน้ำ ธารา
๏ อีกมหาเทพผู้ ทรงโค
และพระพรหมาเอก อคร้าว
ทรงขุนห่านวโร ภาสผ่อง
ลอยอยู่เหนือแด่นด้าว พสุธา
​๏ ครานั้นทวยเทพเจ้า ตรัสแก่ รามนา
อ้าพระองค์ผู้เปน โลเกศ
ผู้สร้างโลกหมดแท้ ไฉนจะ
ให้พระองค์อัศเรศ เฃ้าไฟ
๏ ฉันใดไม่รู้สึก พระองค์
ว่าพระคือเทวะ เทวะ
ฝ่ายรามพะวง งงอยู่
จึ่งตอบวัจนะ ว่าไฟ
๏ ฃ้าไซร้เปนมนุษ บุถุชน
เชื้ออิกษวากุลูก ทศรถ
ผู้ครองเขตโกศล ศรีสวัสดิ์
ขอยกมือประณต เทวา
๏ พรหมาตรัสว่าไท้ ฟังเถิด
ตัวท่านแหละนารายน์ เทพผู้
ปวงสัตว์ที่กำเนิด ในโลก
นอบเกศกราบเพราะรู้ จักดี
๏ ท่านนี้คือหริ ราชา
ผู้เมตตาผดุง โลกตั้ง
เธอนี่และคือว่า วิษณุ
ผู้อยู่ทั่วโลกทั้ง นอกใน
​๏ ทรามวัยอันชื่ออ้าง สีดา นี่แล
คือพระลักษมีมาร ดาโลก
เพื่อปราบราพณ์พาลา พระเกิด
เปนพระรามบุญโศลก นรินทร์
๏ เสร็จสิ้นกิจที่ไท้ มุ่งมา ทำแล
รอนราพณ์ทุจริต มอดม้วย
ควรที่จะทรงปรา โมทย์ยิ่ง ใหญ่นอ
ทั่วโลกพลอยสุขด้วย เทียวหนอ
๏ พอฃาดดำรัสท้าว ธาดา
เปลวอัคคีก็แหวก ออกแล้ว
พระเพลิงจับหัดถา อัคเรศ
จูงออกพ้นไฟแผ้ว พหุภัย
๏ พาไปจำเพาะหน้า ภูบดี
และกล่าวพจน์รับรอง แด่ไท้
มลทินหมดบ่มี พาลพะ อีกเลย
ขอพระจงรับไว้ อย่าฉงน
๏ จุมพลตรัสตอบไท้ อคนี
ว่ามหิษีฃ้า สุดรัก
แต่มิอยากให้มี ใครติ ได้เลย
จึ่งทดลองประจักษ์ แก่ตา
๏ จิตฃ้าเองบ่ได้ สงสัย หล่อนเลย
เพราะเชื่อที่จิตนาง ยิ่งแก้ว
ตรัสพลางรับทรามวัย มากอด
ด้วยสิเนหาแผ้ว ผ่องศรี
๏ บัดนี้จึ่งเทพเจ้า มเหศร
ตรัสประทานพรรา ฆพไท้
แล้วชี้พระบิดา ทศรถ
ว่าพระมาด้วยไซร้ จงเห็น
๏ เช่นนั้นราฆพไหว้ บิดา
ทศรถเทพกอด ลูกแก้ว
ประสาทพระพรนา นาเนก
ให้ลูกทั้งสามแผ้ว พหุภัย
๏ ฝ่ายไท้เทเวศร์ผู้ ทรงวัชร์
ตรัสว่าเธอทำถูก จิตแท้
เธอขอพระพรบัด นี้อย่าง ใดฤา
เราจะให้แม่นแท้ ดั่งถวิล
๏ รามินทร์นอบเกล้ากราบ ขอพร
แก่พระเพ็ชระปา ณิไซร้
อันว่าพวกพานร สิ้นชีพ
ขอกลับคืนชีพได้ อย่านาน
​๏ มัฆวานก็ให้ พรพลัน
กะบี่ที่ตายปวง กลับฟื้น
และฮิ้วโห่พร้อมกัน ขึ้นบัด นั้นแล
เสียงสนั่นครั่นครื้น พสุธา ฯ
ร่าย
๏ ครานั้นเสร็จสงคราม จึ่งพระรามราชา ตรัสลาท้าวพิเภษณ์ เพื่อประเวศเขตกรุง บำรุงราษฎร์สืบไป บัดนั้นไซร้ขุนมาร กราบภูบาลรีบเฃ้า ไปเอาบุษบกมาศ มายังราชมาลก ยกถวายภูวนาถ ทรงเปนราชวาหน จุมพลเปรมหฤทัย รับจะใช้ยานนั้น แล้ว
ทรงธรรม์ตรัสลา ราชาพิเภษณ์มิตร์ บพิตร์จอมลงกา อีกลาสุครีวะราช ดิลกชาติวานร ภูธรตรัสขอบใจ ที่ได้ช่วยรำบาล รานรอนอริราช จนพินาศสมถวิล แต่อสุรินทร์เรืองเดช กับพานเรศเรืองฤทธิ์ โอนโมลิตบังคม องค์บรมจักรพรรดิ์ ประสานหัตถ์ทูลความ ขอตามเสด็จไป ถึงกรุงไกรอโยธยา เพื่อวันทาพระบาท ในวันราชพิธี ศรีราชาภิเษก
เพื่ออดิเรกบุญญา บารมีครอบเกล้า เนาสราญสืบไป ภูวนัยประนอม ยอมให้ตามเสด็จ เตรียมการเสร็จพระองค์ ขึ้นทรงบุษบกมาศ พร้อมอัคระราชชายา และอนุชาทรงเดช ทั้งพิเภษณ์ตัวดี สุครีวะใจหาญ และบริพารพร้อมมูล ทั้งอสูรกะบี่ บัดนี้บุษบกทอง ฟ่องสู่ฟ้าคลาไป ในอากาศวิถี พระจักรีชวนนาง ชมทางวิถีเดิน ยามเหิรเห็จเตร็จไป ในอัมพรบ่ยั้ง รวดเร็วดังลมพา ไม่ช้าถึงอาศรม แห่งบรมดาบส ปรากฎนามถนัด ภรัทวาชมุนี ที่นี่จึ่งลอยลง องค์พระรามราฆพ เฃ้าไปนบดาบส ​แล้วเผยพจน์ตรัสใช้ ให้
กำแหงวายุบุตร์ รีบรุดไปล่วงหน้า หาพญาคุหะ พระสหายทรงราชย์ เหนือนิษาททั้งหลาย นัดสหายให้คลา โดยมรรคาจรดล สู่โกศลด้วยไซร้ แล้วไปนันทิคราม ทูลความแด่ภรต ให้ทรงยศเตรียมทาง หว่างนั้นถึงกรุงศรี ทูลชนนีให้ทราบ เพื่อปลาบปลื้มหฤทัย รับใช้พระภูบาล จึ่งหนุมานทูลลา เหิรเวหาเหาะไป ไม่ช้าพบคุหะ บอกฃ่าวพระสหาย แล้วผายอากาศผัน ถึงนันทิครามเฃ้า ไปเฝ้าพระอนุชา ทูลกิจจาแถลง แจ้งเหตุทุกสิ่งไซร้ ตามพระราฆพไท้ สั่งมา ฯ
โคลง ๓
๏ ฝ่ายว่าพระภรต ฟังพจน์กะบี่แล้ว
หฤทัยผ่องแผ้ว เกษมสานต์
๏ สั่งการแต่งถนน สถลงามผ่องแผ้ว
สู่ทวาเรศแก้ว กรุงศรี
๏ เชิญชนนีสามรา มาคอยรับอยู่พร้อม
บริวารแวดล้อม คอยชม ฯ
โคลง ๒
๏ ลูกลมกลับสู่ไท้ ทูลการเตรียมเสร็จไว้
ทุกอย่าง แล้วนา ฯ
​โคลง ๔
๏ แถลงปางประเวศแคว้น โกศล
สมเด็จพระรามา ธิราช
ยาตราพยุหพล ชาวอยุธย์
พร้อมยักษ์กะบี่กาจ เกียรติไกร
๏ ภูวนัยพร้อมพระ มหิษี
ทรงบุษบกทอง ผ่องแผ้ว
ฝ่ายสามพระเทวี มาตุ
ทรงพระวอกอบแก้ว แกมทอง
๏ พระน้องทั้งสี่ขึ้น รถทรง
พิเภษณ์สุครีพขี่ มิ่งม้า
กระบวนแห่ห้อมองค์ จักรพรรดิ์
งามหมดทั้งหลังหน้า พาจร
๏ เฃ้านครอโยธ ยางาม
ชาวนครยินดี โห่ร้อง
ชโยโห่ด้วยความ ปลื้มจิต จริงฮา
เสียงสนั่นลั่นก้อง เกรอกกรุง
๏ มุ่งไปนิเวศน์ไท้ นาถา
ถึงเสด็จขึ้นยัง ปราสาท
พ่อพราหมณ์สวดมนตรา ไตรเพท
สมโภชมณเฑียรราช ไพศาล
​๏ ภูบาลตรัสสั่งตั้ง พิธี
วรราชาภิ เษกไซร้
ได้ฤกษ์พระมุนี วสิษฐ
ทรงมกุฎถวายไท้ ราชา
๏ รามาธิราชครั้น เสร็จการ
จึ่งแจกบำเหน็จควร ทุกผู้
ทั้งนายไพร่ทหาร พิริยะ
ตามเสด็จไปสู้ เศิกกษัย
๏ ผู้ใหญ่ที่อยู่เฝ้า นคร
ก็รับบำเหน็จความ ชอบไซร้
อีกพศกนิกร ทั้งสี่ พรรณแล
ธก็บริจาคให้ ทั่วกัน
๏ ครานั้นงานใหญ่ตั้ง หลายวาร
ในอโยธยาแสน สนุก
ทุกเรือนก็มีงาน เริงรื่น
อีกประดับแต่งทุก เคหา
๏ ราชาภิเษกไซร้ เสร็จงาน
พิเภษณ์สุครีพลา นาถท้าว
พิเภษณ์สู่กรุงมาร ครองทวีป
สุครีพคืนครองด้าว กีษกินธ์
​๏ ภูมินทร์ราเมศไท้ ทรงเมือง
ตามนิติธรรมตัง ก่อนกี้
พระฤทธิ์พระเดชเลื่อง ฦๅทั่ว ภพแฮ
เปนเยี่ยงกษัตริย์ชี้ เลิดคน
๏ โกศลศานติแม้น แดนสรวง
เพราะพึ่งบารมี ดั่งซุ้ม
ปลอดภัยพิบัติปวง พาลพะ
เพราะพระคุณท่านคุ้ม ประชา
๏ จึ่งนาครทั้งสี่ พรรณะ
ได้กอบกิจสดวก หมดได้
สมกรณียะ กำหนด
เพราะพระนรนาถไท้ การุญ
๏ ส่วนสุนทรราชเจ้า รามินทร์
เคียงคู่มหิษี ท่านไซร้
สุขแม้นพระวัชริน เสวยสุข
คู่ศจีจิตได้ เปรมปรีย์
๏ ภูมีธได้กอบ การยัญ
หลายอย่างตามตำหรับ พระเวท
ทุกการพลีธรรม์ สัมฤทธิ์
ผลพิสุทธิ์พิเศษ รับสม
​๏ รื่นรมย์หลายสิบร้อย ฉนำ
บ่มิได้มีภัย พาดพ้อง
ทรงธรรมรักษาธรรม สุจริต
ไตรโลกรวมแซ่ซร้อง สาธุการ
๏ อวตารปางเจ็ดนี้ แถลงมา จบนอ [๗๔]
สังเขปเก็บความตาม เรื่องรู้
จากตำหรับรามา ยณะ
ใดพร่องอภัยผู้ แต่งเทอญ ท่านเอย ฯ
โฆษณา