3 ต.ค. 2025 เวลา 03:07 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

F-16 ยอดอากาศยานแห่งกองทัพอากาศไทย EP.11 กองทัพอากาศ ไทยมีโอกาสไหมกับ F-16 Block 70

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในตอนที่แล้วผู้เขียนได้นำ F-16 Block 70 มาเล่าเพียงน้อยนิดเป็นน้ำจิ้ม ซึ่งนี่อาจเป็น Block ล่าสุดที่จะมาประจำการที่โคราชหรือตาคลีในอนาคต
ส่วนจะมีโอกาสหรือไม่ก็รอติดตามกันต่อไป เพราะจะได้เครื่องบินแบบใดมาทดแทน F-16 รุ่นเก่านั้นเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของกองทัพอากาศ สำหรับเนื้อหาต่อจากจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด แล้ว F-16 Block 70 มีอะไรแจ๋วบ้างถ้าจะมาทดแทน F-16 รุ่นเก่าในบ้านเราไปติดตามกันครับ
เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกและเป็นเครื่องบินที่ได้รับความเชื่อถือมายาวนานกว่า 50 ปี อย่างไรก็ตามเมื่อการมาถึงของ F-16 Block 70/72 หรือที่รู้จักกันในชื่อ F-16 Viper ได้นำเครื่องบินขับไล่ในตระกูลนี้เข้าสู่สงครามยุคใหม่
โดยได้รับการยกย่องว่าเป็น F-16 รุ่นที่ทันสมัยที่สุดที่กำลังอยู่ในการผลิตในปัจจุบัน และเป็นเครื่องบินขับไล่ในเจเนอเรชัน 4.5 ซึ่งมีขีดความสามารถที่น่าประทับใจและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงกองทัพอากาศไทยในอนาคตด้วย
อาร์มครบรอบ 30 ปี  F-16 กองบิน 4 ตาคลี
ความล้ำสมัยของ F-16 Block 70 อยู่ที่การปรับปรุงโครงสร้างและการปรับปรุงระบบควบคุมการบินอย่างมาก ซึ่งทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นเป็น 12,000 ชั่วโมงการบิน ตัวเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ General Electric รุ่น F110-GE-129 (สำหรับ Block 70) หรือ Pratt & Whitney รุ่น F100-PW-229 (สำหรับ Block 72)
เครื่องยนต์ General Electric F110 สามารถเพิ่มสันดาปท้ายเพื่อให้มีแรงขับสูงสุดเหนือกว่า F-16 รุ่นที่มีประจำการอยู่ ณ ขณะนี้ที่กองบิน 1 โคราชและกองบิน 4 ตาคลี นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอกติดอยู่ข้างลำตัว (Conformal Fuel Tanks) เพื่อเพิ่มพิสัยในการปฏิบัติการได้อีกด้วย
หัวใจสำคัญที่ยกระดับสมรรถนะของ Block 70 คือการบูรณาการเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อาทิเช่น เรดาร์ AESA AN/APG-83 SABR เป็นเรดาร์แบบ Active Electronic Scanned Array (AESA) ที่มอบขีดความสามารถในการตรวจจับ การติดตาม และการต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่เหนือกว่าสำหรับการรบแบบอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นดิน
นอกจากนี้ยังช่วยให้นักบินตระหนักถึงสถานการณ์การรบโดยรอบ เทคโนโลยีเรดาร์ที่ไฮเทคนี้สามารถเทียบชั้นได้กับเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 5 อย่าง F-22 Raptor และ F-35 Lightning II
ต่อมาเป็นระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ Viper Shield มีไว้เพื่อเพิ่มความอยู่รอดของเครื่องบิน Block 70 ได้รับการติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง (internal EW suite) AN/ALQ-254 Viper Shield ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อขับไล่ภัยคุกคามที่นำวิถีด้วยเรดาร์จากระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ
แบบจำลอง F-16 Block 70 กองทัพอากาศไทย
ข้อได้เปรียบที่ทำให้แตกต่างจากกระเปาะสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งภายนอกบริเวณใต้ลำตัวคือ Viper Shield จะรักษาโปรไฟล์อากาศพลศาสตร์ของเครื่องบิน และไม่ลดจุดยึดภายนอกสำหรับบรรทุกภารกิจ
เทคโนโลยีนี้ระบบอาศัยการรบกวนสัญญาณแบบหน่วยความจำคลื่นวิทยุดิจิทัล (DRFM) เพื่อรบกวนระบบกำหนดเป้าหมายของเรดาร์ และมีสถาปัตยกรรมระบบเปิด (Open Architecture) ที่ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนซอฟต์แวร์ได้ง่าย
ห้องนักบินได้รับการปรับปรุงด้วยจอภาพแบบ Center Pedestal Display (CPD) มีระบบหลีกเลี่ยงการชนพื้นดินอัตโนมัติ (Automatic Ground Collision Avoidance System : Auto GCAS) ซึ่งเป็นระบบนิรภัยที่สำคัญ
มีความสามารถในการกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วยกระเป้าชี้เป้า Sniper Advance Targeting Pod ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถใช้ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์หรือระเบิดนำวิถีด้วย GPS ได้ในทุกสภาพอากาศ นอกจากนี้ยังมีระบบ Infrared Search and Track (IRST) สำหรับการตรวจจับเป้าหมายแบบ Passive
เมื่อเทียบกับ F-16A/B ของกองทัพอากาศไทย F-16 Block 70 สามารถรองรับระบบอาวุธรุ่นใหม่ๆได้หลากหลายภารกิจ เมื่อใช้ในภารกิจการรบทางอากาศ สามารถใช้ขีปนาวุธ AIM-120C เพื่อการทำลายเครื่องบินข้าศึกนอกระยะสายตาและ AIM-9X Block 2 เพื่อการรบกับเครื่องบินข้าศึกในระยะใกล้อย่างมีประสิทธิภาพสูง สำหรับภารกิจโจมตีภาคพื้นดิน มันสามารถใช้ระเบิด GBU-39B Small Diameter Bombs (SDB) สำหรับการโจมตีที่แม่นยำพร้อมความเสียหายข้างเคียงต่ำสุด รวมถึงระเบิดหนักอย่าง MK82 และ MK84
F-16 กองทัพอากาศสโลวัก
เหตุผลที่ทำให้ F-16 Block 70 เป็น F-16 Block ที่ดีที่สุด ได้แก่ ถูกออกแบบมาด้วยความทันสมัย เนื่องจากมีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบต่างๆ ทำให้คาดการณ์ว่า F-16 Block 70/72 จะสามารถปฏิบัติการได้นานถึงปีค.ศ. 2060
มันมีประสิทธิภาพเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ Gen 5 ในราคาที่เข้าถึงได้ เพราะในโลกนี้บางประเทศอาจไม่สามารถจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่าง F-22 หรือ F-35 ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือการควบคุมการขายอย่างเข้มงวดของสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ F-16 Block 70 เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ยังเอื้อมถึงได้ แถมยังมีศักยภาพในการต่อกรกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 ได้ เนื่องจากมีการติดตั้งเรดาร์ AESA และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เทียบเคียงจึงอาจได้เปรียบในการรบ
อีกทั้ง Block 70 มีเครือข่ายการสนับสนุนระดับโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ และมีการบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพร่วมกับแสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ และกองทัพอากาศชาติพันธมิตร รวมทั้งการมีสถานีปลายทางหรือการประสานงานการสื่อสารระหว่างกองทัพบก กองทัพเรือที่รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลที่ปลอดภัยและทนทานต่อการรบกวนสัญญาณจากฝ่ายตรงข้าม
จึงทำให้มั่นใจได้ถึงการทำงานร่วมกันกับกองกำลังทุกเหล่าทัพ
ไฮท์ไลท์สำหรับของ F-16 รุ่นล่าสุดนี้คือการปูเส้นทางสู่ F-35 ที่ราบรื่น ดังนั้นหากกองทัพ อากาศไทยมี F-16 ฝูงใหม่จึงอาจเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เครื่องบินขับไล่ล่องหนอย่าง F-35 ในอนาคต ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นอาจต้องรอจับตาอย่างใกล้ชิดหลังจาก GRIPEN ประจำการที่โคราชไปสักระยะหนึ่ง
ต่อไปกองทัพอากาศไทยจะมี Gripen ฝูงใหม่ (ในภาพเป็นแบบ D ส่วนที่โคราชเป็นแบบ E/F)
แน่นอนว่า F-16 มีความสามารถรอบด้านที่ได้รับพิสูจน์แล้วในสนามรบ ดังนั้นนี่อาจเป็นเหตุผลหากกองทัพอากาศไทยนำ F-16 Block 70 เข้าประจำการที่ตาคลีหรือโคราชจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศอย่างมาก เช่น ในการลาดตระเวนทางทะเลที่ไกลขึ้น การปราบปรามการป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู และภารกิจโจมตีระยะไกล
F-16 Block 70 เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแพลตฟอร์มที่ชาติพันธมิตรไว้ใจได้ในอดีตกับเทคโนโลยีสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Viper Shield) และเรดาร์ AESA ที่ล้ำสมัย ซึ่งทำให้มันมีความสามารถในการปฏิบัติการที่ยืดหยุ่น หลากหลายภารกิจในทุกสภาพอากาศ และเป็นรากฐานสำคัญในการฟื้นฟูแสนยานุภาพทางอากาศของประเทศพันธมิตรในหลายทศวรรษข้างหน้า
ข้อมูลจำเพาะ F-16 Block 70
เครื่องยนต์ : General Electric F110 131 kN
อัตราแรงขับ : 1.371 (ต่อนํ้าหนัก)
นํ้าหนักขึ้นบินสูงสุด : 21,800 กิโลกรัม
ความเร็วสูงสุด : > 2 มัค
นักบิน : 1-2 นาย
ระยะการบิน : 1,700 กิโลเมตร
ภารกิจที่รองรับ :
การรบทางอากาศ
การต่อต้านเรือผิวนํ้า
การโจมตีภาคพื้น
ราคาต่อเครื่อง : 5,800 ล้านบาท
ต้นทุนการบิน : 249,000 บาท (ต่อชั่วโมง)
เพดานบินสูงสุด : 40,000-60,000 ฟุต
รองรับแรงจี : 9G
เรดาร์ : APG-83 AESA
อาวุธ :
การรบทางอากาศ AIM-120C และ AIM-9X
การรบอากาศสู่พื้น GBU-39B Small Diameter Bombs (SDB) ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์หรือระเบิดนำวิถีด้วย GPS
การรบทางทะเล AGM-84 Harpoon
F-16 Block 70 ติดอาวุธเต็มขั้น
นี่คือเรื่องราวของ F-16 Block 70 ที่อาจจะถูกจับตามองว่าจะมาทดแทน F-16 ทั้ง 2 กองบินในไทย แม้ว่าจะมีการไปซื้อกริพเพนจากสวีเดนมาแล้ว แต่ก็ใช่ว่ากองทัพอากาศไทยจะตีตัวออกห่างจากสหรัฐฯ ในอนาคตไม่วันใดก็วันหนึ่ง F-16 จะต้องถูกทดแทนด้วย F-16 ตามที่สหรัฐฯพูดซ้ำๆย้ำซ้ำๆหลายครั้งหรือไม่ก็เป็นแบบอื่นที่มีโอกาสเป็นไปได้
ไหนๆก็กล่าวถึง Block 70 แล้วในตอนหน้าจะเป็นเรื่องราวของ F-16 ในกองทัพอากาศไทย จะเป็นเครื่องเกี่ยวกับ Block หรือรุ่นที่เรามี ส่วนจะมีเนื้อหาเป็นเช่นไร โปรดติดตามได้ในตอน "ทำความรู้จักกับ Block ต่างๆของ F-16 ในไทย'' สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Zonar Military
The War Zone
Lockheed Martin
Thaifighterclub
RTAF
Thai Military Weapons
Kittidej Sanguantongkham
เรียบเรียงโดย : เบิ้ล ตาควาย
โฆษณา