9 ต.ค. 2025 เวลา 16:30 • ข่าวรอบโลก

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

เมื่อ 2 เดือนก่อนระหว่างการประชุมสุดยอดที่อลาสกา ทรัมป์แสดงความเต็มใจที่จะยอมรับจุดยืนหลายประการของปูติน โดยหวังว่ารัสเซียจะยอมประนีประนอมและยุติสงครามกับยูเครน อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้เพิ่มการโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงรวมถึงยุทธวิธีแบบสงครามพันทางในยุโรป
รัสเซียน่าจะตัดสินใจใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอและความแตกแยกภายในนาโตเพื่อคว้าชัยชนะเชิงสัญลักษณ์เหนือฝ่ายตะวันตกโดยรวม มาวิเคราะห์กันว่าเหตุใดปฏิกิริยาหรือแนวทางตอบโต้ต่อโดรนของรัสเซียจึงยังคงเสียงแตก และเหตุใดรัสเซียจึงเสี่ยงที่จะยกระดับความขัดแย้งกับฝ่ายตะวันตกอีกครั้งในตอนนี้
แม้สงครามในยูเครนตอนนี้ฝ่ายรัสเซียจะยังไม่บุกยึดได้มากขึ้นจนดูเหมือนอยู่นิ่งมานาน แต่รัสเซียกลับขยับก้าวข้ามเส้นแดงในยุโรป เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังประตูที่ปิดสนิทระหว่างปูตินและทรัมป์ที่อลาสกา แต่หลังจากการพบปะกันของผู้นำทั้งสอง รัสเซียไม่เพียงแต่เพิ่มการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครนเท่านั้น แต่ยังสร้างความรังควานให้กับประเทศสมาชิกนาโตในยุโรปอีกด้วย แม้ว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ตาม
ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะชื่นชมปูตินในเรื่องนี้ ตลอดหลายสัปดาห์นับจากการประชุมสุดยอดที่อลาสกา เขาได้แสดงความไม่พอใจ ผิดหวัง และถึงขั้นข่มขู่ว่าจะลงโทษหลายครั้งต่อปูติน และก็มีวลีอย่าง “เสือกระดาษ”
อย่างไรก็ตามจากคำพูดและการกระทำของทรัมป์ ปูตินน่าจะได้ข้อสรุปหลังจากการเจอหน้าตัวเป็นๆ กับทรัมป์ คือ ทรัมป์ไม่ได้เตรียมที่จะนำชัยชนะมาให้เขาและยุติสงครามในยูเครนแต่อย่างใด ทรัมป์ยินดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซียโดยไม่ได้อยากเอาเรื่องยุติสงครามเป็นที่ตั้ง แม้ว่าเขาจะไม่ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียอย่างสมบูรณ์จนกว่าการสู้รบจะสิ้นสุดลง ทรัมป์คงไม่ได้ให้ความสำคัญกับยูเครนมากนัก และจะช่วยเหลือเฉพาะในกรณีที่จำเป็นที่สุดเท่านั้นและมันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน
เครดิตภาพ: The Critic
ล่าสุดปูตินมีพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้ใน “งานเวทีฟอรัมที่วัลได” เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน แถลงการณ์แรกของปูตินคือ เขามองว่าระเบียบโลกใหม่เมื่อเทียบกับในอดีต ถือเป็น “ประเด็นและขอบเขตที่สร้างสรรค์”
เพื่อกีดกันยูเครนจากโอกาสในการต่อต้าน รัสเซียเพียงแค่ต้องทำปฏิบัติการไซด์ไลน์กับยุโรปบ้าง หลังจากประชุมกับทรัมป์ที่อลาสกา รัสเซียได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในภารกิจนี้ ท้ายที่สุดจากการประเมินของฝ่ายเรา ทรัมป์ก็ไม่ชอบพวกยุโรปเช่นกัน และเชื่อมั่นว่าพันธมิตรยุโรปของเขาจะไม่ได้ถูกยินยอมให้มีอิทธิพลมากจนเกินไป เขามองว่านาโตเป็นปรสิต และสหภาพยุโรปเป็นคู่แข่ง
รัสเซียไม่เพียงแต่มองเห็นโอกาสที่จะกดดันยูเครนด้วยการทำให้ยุโรปหวาดกลัวเท่านั้น แต่แนวคิดเรื่องมุ่งสู่ชัยชนะก็เปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่เดือนนับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยสอง รัสเซียกำลังสำรวจโอกาสในการพลิกสถานการณ์ แทนที่จะเอาชนะแค่ยูเครน แต่ต้องการให้สะเทือนถึงฝ่ายตะวันตกในองค์รวม พวกเขาได้สร้างการโจมตีแบบผสมผสานระหว่างการทหารและการโฆษณาชวนเชื่อให้กับฝ่ายตะวันตกโดยรวม หรือ “สงครามพันทาง”
เครดิตภาพ: Anastasia Shub / Sergei Guneyev /AP Volina/Shutterstock Francisco Seco /AP
  • การโจมตีแบบไฮบริดของรัสเซียได้สร้าง New Normal ให้กับยุโรปแล้ว
เมื่อเดือนก่อน ในคืน 10 กันยายน ฝูงบินโดรนของรัสเซียถูกพบเห็นและถูกสกัดกั้นบางส่วนในโปแลนด์ นับแต่นั้นมาโดรนได้บินแฉลบเข้าไปในน่านฟ้าของโรมาเนีย เยอรมนี เดนมาร์ก (มากกว่าหนึ่งครั้ง) และนอร์เวย์ ซึ่งเป็นไปได้มากว่า โดรนเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาจาก “กองเรือเงา” ของรัสเซีย
ซ้ำเติมด้วยการโจมตีทางไซเบอร์ของกลุ่มแฮกเกอร์ ซึ่งขัดขวางระบบปฏิบัติการที่สนามบินเบอร์ลิน เป็นไปได้ว่าในขณะนี้ด้วยความระแวงที่เพิ่มขึ้นทางการยุโรปจึงต้องมีมาตรการและสร้างเกราะป้องกันแน่นหนาขึ้น พวกเขากำลังกล่าวหาว่ารัสเซียเป็นผู้กระทำกิจกรรมทางอากาศที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น บอลลูนเหนือลิทัวเนีย ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบขนสินค้าหรือการเคลื่อนไหวทางทหารต่างๆ
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามภายในไม่กี่สัปดาห์ ด้วยการผสมผสานวิธีการและเป้าหมายการโจมตีที่หลากหลาย รัสเซียได้สร้างให้เกิด “ความปกติใหม่” ในยุโรป รัสเซียได้เรียนรู้ที่จะโทษตะวันตกมานานแล้วสำหรับสงครามที่ยังคงดำเนินอยู่ คำถามและคำตอบส่วนใหญ่ในที่ประชุมวัลไดล้วนพูดถึงการเปลี่ยนผลของสงครามให้กลายเป็นสาเหตุของสงครามอย่างถี่ถ้วน
แต่เมื่ออเมริกาไม่ได้เป็นศัตรูหลักอีกต่อไป ยุโรปจึงยังคงเป็นอุปสรรคด่านสุดท้ายต่อ “ชัยชนะของรัสเซีย” ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ดูเหมือนจะถูกโดดเดี่ยวและไร้การป้องกันมากขึ้น ต้องแสดงให้เห็นว่าชาวยุโรปจะจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนยูเครนด้วยสิ่งที่มากกว่าแค่เงิน รัสเซียมีความสามารถในการทำลายระเบียบยุโรปที่เป็นที่ยอมรับ และเปลี่ยนความโกรธของประชาชนให้กลายเป็นความโกรธของนักการเมือง
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายยูเครนก็ได้ทำให้รัสเซียเองรู้สึกถึงผลกระทบของสงครามโดยตรงเช่นกัน โดรนของยูเครนได้ปิดกั้นสนามบินรัสเซีย โจมตีโรงกลั่นน้ำมัน และทำให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนในเบลโกรอดใช้งานไม่ได้บางส่วน ซึ่งยังไม่รวมโรงงานผลิตอาวุธและคลังแสงของรัสเซีย
กลยุทธ์การข่มขู่ยูเครนของรัสเซียนั้นแทบจะหมดมุกแล้ว เพราะโจมตีไปหลายที่หลายคราจนไม่รู้จะเล่นอะไรแล้ว แต่ชาวยุโรปผู้ไม่เกรงกลัวกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และหากพวกเขายังไม่คุ้นเคยกับการถูกปิดสนามบิน รัสเซียก็อาจหันไปสร้างภัยคุกคามกับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนของพวกเขาได้ ตามสูตร “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
  • สงครามยูเครนยิ่งยืดเยื้อยิ่งตอกย้ำศักยภาพในการสกัดกั้นรัสเซียของนาโต
การส่งโดรนเข้าไปยังประเทศตามแนวขอบตะวันออกของยุโรป ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ แต่รัสเซียกลับทำเช่นนั้นในลักษณะที่ยังคงที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบในเหตุการณ์ได้ ทั้งยังเยาะเย้ยถากถางพวกยุโรปและด้วยทฤษฎีต่างๆ ตามมา
อย่างไรก็ตามโดรนเหล่านี้ดูเหมือนจะสามารถส่งสารถึงที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ การส่งโดรนเข้าไปไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อขู่ขวัญชาวยุโรปให้หนีออกห่างจากยูเครนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ารัสเซียต้องการทดสอบความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของฝ่ายยุโรปและความเด็ดขาดในการตัดสินใจ รวมถึงความสามารถในด้านการป้องกันภัยคุกคามในระดับภาพใหญ่
ผู้นำทางการเมืองและการทหารของรัสเซียบางคนเริ่มตระหนักว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันของสงครามอันยืดเยื้อกับยูเครนนั้นดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์เดิมของพวกเขามากขึ้นๆ ภาพแห่งความอ่อนแอเช่นนี้ไม่อาจลบล้างได้ด้วยความสำเร็จทางทหารเพียงจุดเล็กจุดใดจุดหนึ่งในยูเครนได้
เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดบังความจริงพื้นฐานที่ว่า หลังจากประกาศให้นาโตและพันธมิตรตะวันตกทั้งหมดของยูเครนเป็นศัตรูที่แท้จริงแล้ว หรือเป็น “สงครามตัวแทน” ที่แท้จริง รัสเซียกลับยังพุ่งเป้าไปที่ยูเครนซึ่งอ่อนแอกว่าเพียงประเทศเดียว ถึงแม้ยูเครนจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากฝ่ายตะวันตกเต็มที่ที่ผ่านมาแต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องกำลังพล แต่ทว่ารัสเซียพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูที่แท้จริง อาจด้วยกำลังและทรัพยากรที่ยังไม่เพียงพอขนาดนั้น
สงครามยูเครนที่ยืดเยื้อ กลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่ว่านาโตยังคงเป็นผู้ค้ำประกันความมั่นคงในยุโรปที่เชื่อถือได้ และแท้จริงแล้วเป็นผู้เดียวที่ทำได้และเป็นอยู่ ดังนั้นสงครามยิ่งยืดเยื้อ ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อรัสเซียด้วย
ในรูปการณ์ปัจจุบัน สงครามยูเครนไม่ได้ทำลายความเชื่อมั่นในนาโตมากเท่ากับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการยับยั้งรัสเซีย ด้วยเหตุนี้ “ฟินแลนด์” และ “สวีเดน” จึงรีบเข้าร่วมก๊วนนาโต และแล้วพวกเขาก็ยังไม่ได้รับผลตอบแทนจากรัสเซียเลย นอกจากข้อความบนโซเชียลของเมดเวเดฟ แม้แต่ “ออสเตรีย” ที่เป็นกลางมาตลอด 80 ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
1
เครดิตภาพ: SCO & BRICS Insight
นโยบายใหม่ของอเมริกาในสมัยทรัมป์ที่ไม่สนใจยุโรปได้เสริมสร้างจุดยืนของนักการเมืองรัสเซียที่เสนอสมมติฐานที่ว่า “มาตรา 5 ของกฎบัตรนาโต” ว่าด้วยการป้องกันร่วมกันเป็นเพียงบทบัญญัติเพื่อเป็นเงื่อนไขให้โลกสวยและดึงดูดหาสมาชิกเข้าร่วมเท่านั้น ตามสมมติฐานของพวกเขาสมาชิกนาโตแบ่งออกเป็นหลายระดับ ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปตะวันตกจะไม่เสียสละประชาชนของตนเพื่อ “พันธมิตรชั้นสอง”
ในรัสเซียมีเหล่านักการเมือง นายพลรัสเซีย เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง นักอุดมการณ์ มีแนวคิดเรื่องนาโตแบบด้านบนที่เกริ่นไป และพวกเขายังหวังว่า ทรัมป์จะช่วยให้ปูตินสามารถถอนตัวออกจากสงครามยูเครนด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อรัสเซีย
การที่ทรัมป์หันหลังให้ยูเครนอย่างกะทันหันในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยสอง ได้จุดประกายให้กองกำลังต่างๆ ในมอสโกกล้าขึ้น ซึ่งสามารถโน้มน้าวให้ปูตินเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำลายความเชื่อมั่นของนาโตด้วยการโจมตีพวกเขาโดยตรง
มองอีกมุมหนึ่ง ลักษณะการโจมตีแบบไฮบริดของรัสเซียส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสหภาพยุโรปและนาโต พวกเขาอาจได้รับโอกาสในการตอบโต้ในรูปแบบข้ออ้างในการระดมพล แต่ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นการโจมตีที่ก่อให้เข้าเงื่อนไขมาตรา 5 มันอาจช่วยให้รัสเซียบรรลุวัตถุประสงค์แรก นั่นคือการแก้แค้นชาวยุโรปที่ให้การสนับสนุนยูเครน การทำให้ชีวิตของชาวยุโรปต้องยากลำบาก และแม้กระทั่งการสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับความไร้หนทางช่วยเหลือของพวกเขาโดยรวม
ในการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงยุโรป ณ กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา การหารือไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการเสริมกำลังอาวุธของยุโรปและกำแพงป้องกันโดรนที่ชายแดนด้านตะวันออกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อเสนอที่สมเหตุสมผลของสวีเดนในการกระจายกำลังการป้องกันทางอากาศไปยังระดับชาติด้วย
การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยย่นระยะเวลาการอนุมัติการตอบโต้และสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านกลาโหมในท้องถิ่น (เช่น สวีเดนก็มีอุตสาหกรรมด้านนี้ของตนเอง) นอกจากนี้ยังจะขจัดความจำเป็นในการถือว่าการบินผ่านของโดรนทุกครั้งเป็นการโจมตีสมาชิกนาโตทุกประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกมาตรา 5 ขึ้นมาใช้
กลุ่มผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหารือเรื่องกำแพงป้องกันโดรนที่โคเปนเฮเกน หลังโดรนรัสเซียบินละเมิดน่านฟ้าเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง เครดิตภาพ: Reuters
ไม่มีการรับประกันว่าความผิดพลาดของรัสเซียในปี 2022 จะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก ย้อนกลับไปพวกเขาอาจประมาท คิดว่ายูเครนอ่อนแอ ทั้งกองทัพและประธานาธิบดีจอมปลอม ตอนนี้พวกเขากำลังเล็งถึงความอ่อนแอและความแตกแยกของนาโต และความไม่เด็ดขาด
รัสเซียกำลังแสวงหาชัยชนะเชิงสัญลักษณ์เหนือฝ่ายตะวันตก แต่ปฏิกิริยาของฝั่งตรงข้ามที่หลากหลายต่อการโจมตีแบบไฮบริดของรัสเซีย อาจบีบให้รัสเซียยกระดับความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
เรียบเรียงโดย Right Style
9th Oct 2025
  • อ้างอิง:
<เครดิตภาพปก: The Economist>
โฆษณา