10 ต.ค. 2025 เวลา 07:11 • ความคิดเห็น
Bangkok, Thailand

ถอดรหัส "ดวง" ในระบบราชการ: สูตรลับความก้าวหน้าที่ไม่ได้สอนในตำรา

น้องนักศึกษาที่จบใหม่โดยเฉพาะสายสังคมศาสตร์ หรือน้อง ๆ ที่เป้าหมายอยากรับราชการเป็นเป้าหมายของชีวิต ที่ตอกยำกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้ พี่เหมียวก็อยากเล่าในอีกแง่มุมหนึ่งในฐานะราชการรุ่นพี่ ถึงน้อง ๆ ที่เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางราชการ และมักมีแนวคิดว่า "ถ้าเราเก่งจริง สักวันต้องได้ดี" แต่เมื่อก้าวลึกเข้ามาในวงจรของระบบราชการที่ซับซ้อน หลายคนกลับได้เรียนรู้สัจธรรมข้อใหม่ที่ว่า "ความเก่ง" เป็นแค่ใบเบิกทาง แต่ "ดวง" คือใบสั่งเลื่อนตำแหน่งและเติบโต พี่เหมียวจะเล่าให้ฟัง
"ดวง" ในที่นี้ไม่ใช่โชคลาง แต่เป็นรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรของระบบราชการ
ด = เด็กใคร?
นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด "เด็กใคร" หมายถึงคุณอยู่ในสายอุปถัมภ์ของผู้บังคับบัญชาคนไหน ใครคือ "นาย" ที่คอยอุ้มชูและผลักดัน การมี "นาย" ที่ดีและทรงพลังเปรียบเสมือนการมี "ตั๋ว" สู่ความสำเร็จ นายจะเป็นผู้ประเมินผลงาน ชงเรื่องเสนอชื่อคุณเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ และเป็นเกราะป้องกันภัยจากการเมืองภายใน ข้าราชการที่เก่งแต่ไร้สังกัด แม้จะทำงานหนักแค่ไหน ก็อาจถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดาย เพราะไม่มีผู้สนับสนุน
ว = วิ่งเต้นอย่างไร?
หาก "ด" คือต้นทุน "ว" ก็คือทักษะในการบริหารต้นทุนนั้น "การวิ่งเต้น" คือศิลปะของการเข้าหาผู้ใหญ่ การสร้างเครือข่าย และการทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในแวดวงผู้มีอำนาจ มันคือการรู้ว่าควรจะนำเสนองานกับใครในจังหวะไหน ควรจะเข้าร่วมวงสังสรรค์ใดเพื่อสร้างคอนเน็กชัน และควรจะแสดงบทบาทอย่างไรให้เป็นที่ "ถูกชะตา" ของผู้หลักผู้ใหญ่ ข้าราชการที่เก่งอยู่แค่หน้าโต๊ะ อาจไม่เติบโตเท่าคนที่ทำงานพอใช้ได้ แต่ "เข้าหา" คนเป็น
ง = มีเงินหรือไม่?
ปัจจัยข้อสุดท้ายคือ "ทรัพยากร" ที่จำเป็นในการหล่อลื่นให้ "ด" และ "ว" ทำงานได้อย่างราบรื่น การสร้างเครือข่าย การเข้าสังคม การวิ่งเต้น ล้วนมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นค่าของขวัญเพื่อแสดงความนับถือ ค่าเดินทางเพื่อไปพบผู้ใหญ่ หรือการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรอง คนที่มีฐานะการเงินดีกว่าย่อมมีความได้เปรียบในการสร้างและรักษาคอนเน็กชันเหล่านี้
แน่นอนว่าความสามารถในการทำงานยังคงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน แต่ลำพังความสามารถอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะพาน้อง ๆ ไปถึงจุดสูงสุดได้ มันเป็นเพียงเงื่อนไขข้อแรกที่คุณต้องมีเพื่อจะได้รับสิทธิ์ในการเล่นเกมนี้ต่อ แต่การจะชนะเกมได้หรือไม่นั้น คุณต้องมี "ดวง" ที่แข็งแกร่งเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ
ทำไม "ดวง" จึงสำคัญ: เหตุผลในเชิงทฤษฎีการบริหารราชการ
พี่เหมียวขออธิบายเพิ่มเติมว่าทำไม “ดวง” ยังคงอยู่ในระบบราชการ แนวคิด "ดวง" ไม่ใช่แค่คำเสียดสีลอยๆ แต่สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีการบริหารราชการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทำไมระบบที่ไม่เป็นทางการเหล่านี้จึงเกิดขึ้นและมีอิทธิพลมากกว่าระบบคุณธรรม (Merit System) ที่เป็นทางการ
1. ระบบอุปถัมภ์ (Patron-Client System) อธิบาย "ด = เด็กใคร"
ระบบราชการไทยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์จาก ระบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง "นาย" (Patron) และ "ลูกน้อง" (Client) เป็นหัวใจสำคัญ แม้จะเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นระบบราชการสมัยใหม่ แต่วัฒนธรรมอุปถัมภ์ยังคงฝังรากลึกเจ้านายให้ความคุ้มครองและโอกาสในการเติบโตแก่ลูกน้องที่ภักดี ขณะที่ลูกน้องก็ตอบแทนด้วยการทำงานสนับสนุนให้เจ้านาย ดังนั้นการเป็น "เด็กใคร" จึงเป็นการเข้าสู่เครือข่ายอุปถัมภ์ที่ทรงพลัง ซึ่งให้หลักประกันความก้าวหน้าได้ดีกว่าการพึ่งพาระบบคุณธรรมเพียงอย่างเดียว
2. ทฤษฎีการเมืองในองค์การ (Bureaucratic Politics) อธิบาย "ว = วิ่งเต้นอย่างไร"
ทฤษฎีนี้มองว่าองค์การไม่ใช่เครื่องจักรที่ทำงานตามกฎเกณฑ์อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เป็น เวทีการเมือง ที่เต็มไปด้วยกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่แข่งขันต่อรองเพื่อชิงอำนาจและทรัพยากร การตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานตามตัวชี้วัด (KPI) เพียงอย่างเดียว แต่เป็น ผลลัพธ์ของการต่อรองทางการเมือง ข้าราชการที่เข้าใจ "เกมการเมือง" และรู้จัก "วิ่งเต้น" เพื่อสร้างพันธมิตรและแสดงตนให้เข้าตาผู้มีอำนาจตัดสินใจ จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนเก่งที่ไม่มีทักษะทางการเมือง
3. ทฤษฎีองค์การที่ไม่เป็นทางการ (Informal Organization) อธิบาย "ง = มีเงินหรือไม่"
ทฤษฎีนี้ชี้ว่าภายในโครงสร้างองค์การที่เป็นทางการจะมีโครงสร้างที่ไม่เป็นทางการ ซ้อนอยู่เสมอ ซึ่งก็คือเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัว การรวมกลุ่มนอกเวลางาน หรือคอนเน็กชันต่างๆ การเข้าถึงและสร้างอิทธิพลในเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการนี้จำเป็นต้องใช้ "ทรัพยากรทางสังคม" (Social Capital) ซึ่งบ่อยครั้งต้องอาศัย "ทรัพยากรทางการเงิน" (Financial Capital) เป็นใบเบิกทาง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสังสรรค์
การมอบของขวัญ หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในโอกาสต่างๆ "เงิน" จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างและรักษาเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ดังนั้น "ดวง" จึงไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างและวัฒนธรรมที่ทำให้ ระบบที่ไม่เป็นทางการมีอิทธิพลเหนือระบบที่เป็นทางการ ตราบใดที่ระบบอุปถัมภ์ยังแข็งแกร่ง การเมืองในองค์การยังเข้มข้น และข้าราชการยังคงมุ้งเน้นเรื่องคอนเนคชั่นอย่าง "ดวง" ก็จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในระบบราชการต่อไป
โฆษณา