Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MONEY LAB
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
14 ต.ค. 2025 เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุป 5 เรื่องการเงินที่เราควรรู้ แต่โรงเรียนไม่ได้สอน
เราน่าจะได้เรียนรู้วิชาหลายอย่าง ที่มีประโยชน์กับการใช้ชีวิตของเราจากโรงเรียน
แต่มีอยู่อีกหนึ่งวิชา ที่โรงเรียนไม่ได้สอนเด็กนักเรียน ถึงแม้จะเป็นความรู้ที่สำคัญ และสามารถนำไปใช้ได้จริง
วิชาที่ว่าก็คือ “ความรู้ทางการเงิน”
แล้วความรู้ทางการเงินที่โรงเรียนไม่ได้สอนนั้น มีอะไรบ้าง ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
ความรู้ทางการเงินดังกล่าว แบ่งออกเป็น 5 ข้อ
1. การจัดทำงบการเงินส่วนบุคคล
เพื่อช่วยให้เราเห็นภาพ และสถานะทางการเงินของเรา ในแต่ละช่วงเวลา ได้อย่างชัดเจน
ทั้งยังช่วยให้เราวางแผนทางการเงิน เพื่อกำหนดค่าใช้จ่ายและการเก็บออมเงิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งบการเงินส่วนบุคคล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- งบรายรับ-รายจ่าย
แสดงการไหลเข้าและไหลออก ของเงินของเรา ซึ่งจะช่วยบ่งบอกถึงสภาพคล่องของเรา
- งบแสดงสถานะทางการเงิน
แสดงสถานะทางการเงินของเราว่า มีความมั่งคั่งเท่าไร โดยคำนวณว่า เรามีทรัพย์สินมากกว่า หนี้สินแค่ไหน
2. ความแตกต่างระหว่าง หนี้รวย และ หนี้จน
การเป็นหนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เสมอไป ดังนั้น จึงควรเข้าใจความแตกต่าง ระหว่างหนี้ 2 ประเภท คือ
- หนี้รวย
หนี้ที่จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเรา เช่น เงินกู้ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสด เพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับเราในอนาคต
- หนี้จน
หนี้ที่จะสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้เราเพิ่มขึ้น เช่น หนี้บริโภค และหนี้เพื่อการประกอบอาชีพและปัจจัยพื้นฐาน
หนี้บริโภค คือหนี้ที่กู้มาใช้จ่ายเพื่อการบริโภค เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้นอกระบบ
โดยหนี้ประเภทดังกล่าว ไม่ได้ถูกกู้มาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
และมักมีอัตราดอกเบี้ยสูง
หนี้เพื่อการประกอบอาชีพและปัจจัยพื้นฐาน เช่น หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้กู้ซื้อบ้าน และหนี้กู้ซื้อรถ
หนี้ประเภทนี้นับเป็นหนี้ที่มีความจำเป็น เพราะเป็นหนี้ที่ก่อขึ้น เพื่อไปใช้จ่ายปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
แต่ก่อนที่เราจะก่อหนี้ประเภทนี้ เราควรประเมินว่า ระดับรายได้ของเราในปัจจุบัน พร้อมสำหรับการก่อหนี้ประเภทดังกล่าวหรือไม่
เพราะหนี้กู้ซื้อบ้านหรือรถ จะต้องใช้เวลาผ่อนหนี้เป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ สภาพคล่องทางการเงินของเราได้
3. ความรู้เรื่องภาษี
เมื่อเราเริ่มทำงานมีรายได้ เราก็ต้องเริ่มเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินเดือนของเราเยอะขึ้น จนต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ การบริหารจัดการภาษีจึงเป็นเรื่องสำคัญ
เช่น ถ้าหากเรามีรายได้เดือนละ 100,000 บาท แต่ถ้าเราไม่มีการลดหย่อนภาษีเลย นอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคม ที่เราได้มาอยู่แล้ว
เราจะต้องเสียภาษีถึง 122,750 บาท หรือก็คือประมาณเงินเดือน 1 เดือนของเราเลย และจะยิ่งมากกว่านี้อีก เมื่อเงินเดือนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
ดังนั้นความรู้ทางด้านภาษี เช่น การคำนวณภาษี ขั้นตอนการยื่นภาษี ก็มีความจำเป็น
รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่จะทำให้เราเสียภาษีน้อยลงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น
- หลักการลงทุนในกองทุน RMF และ Thai ESG
- หลักการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- การบริจาค เพื่อลดหย่อนภาษี
- การทำประกันชีวิตทั้งแบบออมทรัพย์และบำนาญ รวมถึงประกันสุขภาพ
4. การรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต
ในอนาคต เราอาจประสบเรื่องร้าย ที่เราเองก็คาดไม่ถึง
เช่น ประสบอุบัติเหตุ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน
เรื่องดังกล่าวย่อมทำให้เราเกิดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็อาจจะสร้างความลำบากกับเงินในกระเป๋าของเราอย่างหนัก
2
ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด ก็คือการป้องกันความเสี่ยง ด้วยประกันหลากหลายประเภท
เราจึงควรต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับประกันแต่ละประเภทเอาไว้บ้าง เช่น ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต
ความเข้าใจเรื่องประกัน จะช่วยให้เราสามารถป้องกันความเสี่ยง โดยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเรา ในกรณีที่เกิดเรื่องคาดไม่ถึงในอนาคตได้
5. ความรู้ด้านการลงทุน
รู้หรือไม่ว่า เงิน 1,000 บาท ในวันนี้ มีค่ามากกว่า เงิน 1,000 บาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า
แนวคิดที่ว่า มูลค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลานี้เอง ในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า “มูลค่าเงินตามเวลา”
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าปัจจุบัน เงิน 1,000 บาท สามารถซื้อข้าวจานละ 50 บาท ได้ 20 จาน
แต่ถ้าในอนาคต เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% ต่อปี
หลังจากผ่านไป 30 ปี ราคาของข้าวก็จะปรับขึ้นเป็นจานละ 121 บาท
ซึ่งก็จะทำให้ เงิน 1,000 บาท ซื้อข้าวได้ไม่ถึง 10 จาน
จากตัวอย่างนี้ เราก็จะเห็นได้ว่า ถ้าเราเลือกเก็บเงินไว้ โดยที่ไม่นำไปลงทุน เงินเก็บของเราก็จะโดนเงินเฟ้อกัดกินมูลค่า
ซึ่งการลงทุนนี้เอง ก็จะทำให้เราพบกับ “มหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น” อีกด้วย
โดยมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น ก็คือ การเอาดอกเบี้ยหรือกำไรที่เราได้รับจากการลงทุน กลับไปลงทุนต่อ
ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนของเรางวดถัดไปนี้ ก็จะเป็นการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้น บวกกับดอกเบี้ยที่ได้รับจากงวดก่อนหน้าทบกันไป
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าเรานำเงินออม 1,000 บาท ไปลงทุนในกองทุนอิงดัชนีหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ปีละ 8% ทุกปี เป็นเวลา 30 ปี
เงินต้นจำนวน 360,000 บาท ก็จะงอกเงยมาเป็น 1,490,539 บาท
จากตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่า ถ้าการลงทุนของเราได้ผลตอบแทนที่ 8% ต่อปี แต่เงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปี
หมายความว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนของเรา จะสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ถึง 5% ต่อปี
ดังนั้น ความรู้ในเรื่องการลงทุน จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากจะทำให้เรารับมือกับเงินเฟ้อได้แล้ว ยังช่วยให้เราสามารถสร้างเสริมความมั่งคั่งในระยะยาวได้ดีอีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็คงเห็นความสำคัญของความรู้ทางการเงินในด้านต่าง ๆ ที่โรงเรียนไม่ได้สอนแล้ว
ซึ่งความรู้ทางการเงินทั้ง 5 ข้อนี้ ก็คงจะเป็นประโยชน์ ให้กับเราในด้านการวางแผนการเงินได้ ไม่มากก็น้อย..
#วางแผนการเงิน
#หลักวางแผนการเงิน
#การเงิน101
Reference
- MONEY 101 เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข (2562) โดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์
การลงทุน
86 บันทึก
85
2
74
86
85
2
74
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย