ในช่วงสงครามเย็น DER (Directorate of Extra-Temporal Research) เปิดปฏิบัติการลับ เพื่อศึกษาสัญญาณข้ามเวลาและสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยู่ในมิติปกติ Nytheli Visitors ผ่าน Chamber of Harmonics และการปรับคลื่นจิตมนุษย์
หน่วยงาน DER (Directorate of Extra-Temporal Research) จึงถือกำเนิดขึ้นในเงามืดของระบบราชการ จากการเชื่อมต่อของนักฟิสิกส์เชิงเวลา นักประสาทวิทยา และนักวิทยาศาสตร์ด้านเรดาร์ควอนตัม
เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ DER จึงวาง มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด เช่น กำหนดเวลาเข้าห้อง Chamber of Harmonics ไม่เกิน 11 นาทีต่อครั้ง …. ติดตามอาการทางจิต–ประสาทต่อเนื่อง 90 วัน หลังออกจากโครงการ และบันทึกสัญญาณ EEG รูปแบบการนอน REM และการทำงานของสมองส่วน Temporal Lobe อย่างละเอียดตลอดการทดลอง
มาตรการเหล่านี้แสดงถึงความพยายามของ DER ที่จะสำรวจสิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตมนุษย์ โดยไม่ละทิ้งกรอบจริยธรรมและความปลอดภัย แม้จะเป็นการก้าวเข้าสู่มิติที่ไม่เคยมีใครก้าวมาก่อนก็ตาม
ทีม DER จึงสรุปในรายงานว่า Nytheli ใช้สนามข้อมูลแบบ Infomorphic Field เป็น “เครื่องมือ” เพื่อปรับโครงสร้างคลื่นการรับรู้ของมนุษย์ให้เข้าใกล้สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “cross-temporal cognition” การรับรู้แบบข้ามเวลา ซึ่งไม่ใช่เพียงการเห็นภาพอนาคตหรืออดีต แต่เป็นการรับรู้ที่ทุกมิติของเวลาแทรกอยู่พร้อมกัน
.
6.3 ความเสี่ยงและผลกระทบ
แม้ว่าการทดลองใน Chamber of Harmonics จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทางกายภาพต่อเนื้อเยื่อสมองโดยตรง แต่ ผลกระทบในระดับจิตประสาท กลับสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อทีม DER
หลังจากการทดลองใน Chamber of Harmonics ไม่เพียงแต่ภาพฝันซ้อนจะติดอยู่ในความทรงจำของผู้เข้าร่วม แต่ยังมีปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ทีม DER ต้องหันมาสนใจเป็นพิเศษ เสียงกระซิบ