15 ต.ค. 2025 เวลา 05:00 • ธุรกิจ

โรงงานอิฐมวลเบาแห่งที่ 2 ของตราเพชร

กลางปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) (DRT) ได้เปิดโรงงานผลิตอิฐมวลเบาแห่งที่ 2 (โรงงาน AAC-2) ขึ้นที่จังหวัดสระบุรี มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.9 ล้านตารางเมตรต่อปี โดยใช้งบลงทุนกว่า 648 ล้านบาท
 
 
โรงงานใหม่ มีการนำเทคโนโลยีหลายด้านเข้ามาใช้ เริ่มจาก The Green Cake Separating Technology โดยแยกอิฐมวลเบาก่อนเข้าสู่กระบวนการอบ ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง 4 - 5% เมื่อเทียบกับเครื่องจักรรุ่นเดิม
ระบบ SCADA ยังได้ถูกนำมาใช้ในโรงงานใหม่ด้วย โดยจะรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ อุปกรณ์และเครื่องจักร เพื่อควบคุมและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ เช่นว่า ถ้าการผลิตในขั้นตอนไหนติดขัด เจ้าหน้าที่สามารถแก้ไขผ่านหน้าจอได้ทันที
ในส่วนของน้ำมันทาแบบ ซึ่งในอดีตใช้วิธีการพ่นแบบสเปรย์ เกิดการฟุ้งกระจาย แต่ปัจจุบันปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ ช่วยลดการสูญเสียไปได้ 35% โดยน้ำมันทาแบบจำเป็นมาก เพื่อป้องกันเนื้ออิฐบางส่วนติดที่แบบ เพราะถ้าไม่ทาน้ำมัน อิฐจะแกะออกมาไม่ได้ หรือได้ผิวที่ไม่เรียบ
โรงงาน AAC2 นี้ ใช้เวลาอบอิฐมวลเบา G4 เหลือแค่ 11ชั่วโมง หลังจากมีเครื่องแยกอิฐ ขณะที่โรงงานเดิมใช้เวลา 12 ชั่วโมง ส่วนอิฐมวลเบา G2 ใช้เวลาอบในโรงงานใหม่ 11 ชั่วโมง ลดลงไปจากเดิม 0.5 ชั่วโมง
ที่ผ่านมาในการอบอิฐมวลเบา จะใช้เจ้าหน้าที่มาคอยแกะอิฐที่อบแล้ว แต่ตอนนี้ได้ใช้เครื่องแยกอิฐ (Green Separator Machine) เข้ามาช่วย ซึ่งตอนที่ก้อนอิฐยังไม่ได้อบจะมีเครื่องจักรนำพาอิฐไป โดยถูกแยกจากกันทีละแถว ไม่ทำให้ก้อนอิฐติดกัน และเกิดช่องว่างของอิฐ ทำให้ไอน้ำหรือน้ำร้อนเข้าไปอบก้อนอิฐได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการมีเครื่องแยกอิฐ จึงทำให้การอบอิฐประเภท G4 ใช้เวลาลดลง
* อิฐมวลเบา G4 - เหมาะสำหรับงานก่อสร้างผนังที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น โครงสร้างอาคารระบบไร้เสา ไร้คาน เพราะอิฐ G4 รับแรงกดได้สูงมาก และมีคุณสมบัติการกันเสียงได้ดี เช่น ถ้า คอนโด สร้างแบบไร้เสา ไร้คานก็ต้องใช้ G4 เพราะสามารถรับแรงได้ดีกว่า
* อิฐมวเบา G2 - เหมาะสำหรับโครงสร้างอาคารระบบเสา-คาน หากบ้านพักอาศัย หรืออาคารที่ต้องการป้องกันความร้อน ควรเลือกใช้ G2 เพราะมีความเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี
ขอบคุณข้อมูลจาก - โรงงานผลิตภัณฑ์ตราเพชร
โฆษณา