16 ต.ค. 2025 เวลา 02:17 • ธุรกิจ

Live ทะลุร้อยล้าน จะเห็นที่ญี่ปุ่นไหม??

📍ไม่ได้เข้ามานาน วันนี้เลยอยากแชร์มุมมอง
มองกระแส TikTok Live ร้อยล้าน…จากมุมคนทำการตลาดที่อยู่ญี่ปุ่น
ส่วนตัวบางที นั่งดูYouTubeที่ไทย
เห็นข่าว ดีใจกับความสำเร็จและได้เรียนรู้ อีก1 case studyเลยค่ะ
📍มองเล่นๆและวิเคราะห์เล่นๆ ว่าจะเห็นแบบนี้ ที่ญี่ปุ่นไหมน๊า
ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นบ้าง จะเกิดภาพแบบนี้ไหม?
ในฐานะคนที่อยู่ญี่ปุ่น และทำการตลาดและรู้จักธุรกิจออนไลน์ที่นี่ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกชัดมากคือ
📍วัฒนธรรมการซื้อของของคนญี่ปุ่น “ละเอียดและระมัดระวัง” กว่าเมืองไทยมาก
ความละเอียดDetailไปทุกสิ่งอย่าง ยังมีให้เห็นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นonline &offline
📍ที่นี่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องระบบหรือเทคโนโลยีเลยค่ะ หรือการเข้าถึง
ญี่ปุ่นมีอินเทอร์เน็ตเร็วสุด ๆ มีแพลตฟอร์มครบ ทั้ง Amazon Japan, Rakuten, Yahoo! Shopping
แต่…สิ่งที่ต่างคือ “พฤติกรรมคนซื้อ” และ “ความเชื่อมั่นในระบบ”
1. คนญี่ปุ่นคิดละเอียดก่อนซื้อของมาก
เขาไม่ค่อยซื้อของเพราะอารมณ์หรือความเร่งรีบแบบ “เอฟเลยตอนนี้!”
แต่จะอ่านรีวิว เทียบราคา ดูข้อมูลเยอะมากก่อนตัดสินใจ
พอมาเจอรูปแบบไลฟ์ขายของที่ต้องซื้อเร็ว ตัดสินใจทันที คนส่วนใหญ่เลยยังไม่อินเท่าไร
ลูกค้ายังต้องการ รายละเอียด ในผลิตภัณฑ์ ก่อนตัดสินใจ
2. ญี่ปุ่นมีทีวีชอปปิ้งฝังรากลึกมานาน
ก่อนยุคไลฟ์ออนไลน์ ที่นี่มี Shop Channel
ระบบเหล่านี้เชื่อถือได้ มีแบรนด์ มีการรับประกัน
ดังนั้น Live Commerce จึงยังถูกมองว่า “ไม่ต่างจากทีวีชอปปิ้งเท่าไหร่”
และยังไม่สร้างความแตกต่างที่ชัดพอให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม
ถ้ามองTechnic การขาย ระบบจะคล้ายกัน แต่จริงๆLive ที่ไทย จะมีความสนุกสนานentertain ผู้ชมอยู่ มีความสนุกสนานน่าติดตาม โดยใจคนไทยเราที่ชอบความสนุกสนาน!
แต่สไตล์ญี่ปุ่น ก็อาจจะยังไม่มีแนวนี้ เน้นขาย อย่างเดียว ขายเก่ง พูดเก่ง
3. เรื่องแบรนด์ ยังสำคัญมาก คนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับแบรนด์มากกว่าอินฟลูเอนเซอร์
ต่างจากไทยที่อินฟลูเอนเซอร์มีพลังมาก
ที่นี่ “ชื่อแบรนด์” ยังมีอิทธิพลสูงสุด
โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของใช้ในบ้าน
ลูกค้าอยากซื้อจากชื่อที่ไว้ใจได้ มากกว่าซื้อเพราะคนแนะนำในไลฟ์
แต่ก็มีYouTube ดังออกผลิตบะหมี่สำเร็จรูป วางขาย7-11 คนซื้อตามนะคะ แต่ยังกำหนดการซื้อต่อคน เพื่อกระจายให้ทั่วถึง เน้นLimited
ซึ่งก็เริ่มมีดาราที่ผันตัวมาเป็นอินฟลู ที่จะเน้นความเป็นspecialist เฉพาะทาง เช่น สายบิวตี้ สายแฟชั่น แต่ยังไม่แมส
ส่วนใหญ่จะทำcolab กับแบรนด์ หรือทำหนังสือ เน้นแนวให้ความรู้ ยังไม่มีอินฟลูดังๆขายของ
4. ความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มเดิม
คนญี่ปุ่นอยู่กับ Amazon Japan, Rakuten, Yahoo! Shopping มานาน
เขาสะสมแต้ม มีระบบสมาชิก บริการหลังการขายดี คืนสินค้าได้ ความเคยชิน กับความเชื่อมั่นในระบบยังมีอยู่มาก
จะให้ย้ายมาซื้อใน TikTok Shop เลย คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
และที่สำคัญคือ หลายคนยังไม่คุ้นเคยกับการ “ซื้อของผ่านโซเชียล”
5. ตลาด Live Commerce ในญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มจริง ๆ
TikTok เพิ่งเปิดระบบ Shop ในญี่ปุ่นช่วงกลางปี 2025
ยังอยู่ในช่วงทดลอง ทั้งฝั่งผู้ขายและผู้บริโภค
ร้านค้าที่มาขายยังมีไม่เยอะ และPlatform ยังเน้นGen Z มากกว่า การใช้งานยังไม่บูมหรือเข้าถึงง่ายแบบไทย
ส่วนตัวคิดว่า ต้องใช้เวลาอีกสักพักให้ตลาดเริ่มเรียนรู้ และสร้างความเชื่อมั่น
ในมุมคนทำการตลาด
มองว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ “ไม่พร้อม”
แต่มันเป็นตลาดที่ต้อง “สื่อสารอย่างเข้าใจวัฒนธรรม”
ถ้าทำได้ดี มีศักยภาพมาก เพราะคนญี่ปุ่นยังพร้อมจ่าย แต่ต้องเชื่อก่อนถึงจะซื้อ
📍สิ่งที่เห็นชัดคือ
คนที่อยู่รอดในตลาดญี่ปุ่นได้ มักเป็นแบรนด์ที่เน้นคุณภาพจริง ๆ
การขายต้องละเอียด ตรงไปตรงมา และมีบริการหลังการขายดี เปลี่ยนรับเคลม
ไม่ต้องเร่งขายเร็ว แต่ต้องสร้างความไว้วางใจระยะยาว
ส่วนตัวคิดว่าอนาคตของ Live Commerce ในญี่ปุ่น “ยังมาแน่” แต่เมื่อไหร่ ?
และอาจไม่ใช่สไตล์ตะโกนขายเร็ว ๆ แบบบ้านเรา
📍แต่อาจเป็นแนว “ให้ข้อมูล ละเอียด อบอุ่น และจริงใจ”
ถ้าปรับวิธีการเล่าเรื่องให้เหมาะกับคนญี่ปุ่นมากขึ้น
เชื่อว่าตลาดนี้จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอนค่ะ
📍การวิเคราะห์ส่วนบุคคลนะคะ
 
#jannystyle
#JapaneseMarketInsight #LiveCommerce
#MarketinginJapan
#EntrepreneurLife
#มุมมองการตลาดญี่ปุ่น
โฆษณา