Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
16 ต.ค. 2025 เวลา 04:19 • ท่องเที่ยว
Egypt (30)
Egypt (30) : การสลักทับของรามเสสที่ 2: กลยุทธ์การเมืองเหนือความตาย
ฟาโรห์รามเสสที่ 2 (Ramesses II) ทรงเป็นหนึ่งในฟาโรห์ที่โดดเด่นและทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ รัชสมัยอันยาวนานของพระองค์เต็มไปด้วยโครงการก่อสร้างขนาดมหึมา
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการที่พระองค์มักจะ สลักพระนามของพระองค์ทับ (Usurpation) ลงบนวิหารและอนุสาวรีย์ที่สร้างโดยฟาโรห์องค์ก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาโรห์เซติที่ 1 ผู้เป็นบิดาของพระองค์
1. เรื่องราวโดยย่อของฟาโรห์รามเสสที่ 2 และการสลักทับ
รามเสสที่ 2 ทรงเป็นฟาโรห์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ที่ 19 (ราว 1279–1213 ปีก่อนคริสตกาล) และทรงครองราชย์ยาวนานถึง 66 ปี พระองค์มีชื่อเสียงในฐานะ "รามเสสผู้ยิ่งใหญ่"
กลยุทธ์การสลักทับ (Usurpation):
• เป้าหมาย: การกระทำนี้ไม่ใช่เพียงการประหยัดเวลาในการสร้าง แต่เป็น กลยุทธ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาด ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่า พระองค์คือผู้ที่สร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดในอียิปต์
• การทำลายความทรงจำของบิดา?: แม้จะมีการสลักทับงานของฟาโรห์เซติที่ 1 ผู้เป็นบิดาอยู่บ้าง แต่การกระทำของรามเสสที่ 2 นั้นแตกต่างจากการทำลายแบบ Damnatio Memoriae (การประณามความทรงจำ) เพราะพระองค์ไม่ได้พยายามลบชื่อบิดาอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการ อ้างสิทธิ์ร่วม (Co-opting) ในมรดกเพื่อเพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับตนเอง
• เหยื่อหลัก: งานที่สร้างโดยฟาโรห์เซติที่ 1, ฟาโรห์ฮัตเชปซุต (Hatshepsut), และแม้แต่ฟาโรห์แห่งฮิกซอส (Hyksos) ในอดีต ก็ถูกรามเสสที่ 2 นำพระนามของตนเองไปสลักทับไว้
2. ที่ตั้งและลักษณะของการสลักทับที่สำคัญ
การสลักทับของรามเสสที่ 2 เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอียิปต์ โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดดังนี้:
ตัวอย่างในวิหาร:
• วิหารคาร์นัค (Karnak Temple): รามเสสที่ 2 มักจะสลักชื่อทับลงบนคาร์ทูช (Cartouches) ของฟาโรห์องค์ก่อนหน้าบริเวณเสาและผนังของวิหารหลายส่วน
• วิหารลักซอร์ (Luxor Temple): รามเสสที่ 2 ได้ขยายวิหารของฟาโรห์อะเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) อย่างมาก และสลักชื่อของพระองค์ลงบนโครงสร้างดั้งเดิมหลายจุด เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของโครงการก่อสร้าง
• วิหารอบีดอส (Abydos Temple): แม้ว่าพระองค์จะให้ความเคารพต่อวิหารของเซติที่ 1 ผู้เป็นบิดามาก แต่พระองค์ก็ยังคง เติมเต็มและขยายวิหาร ส่วนที่บิดายังสร้างไม่เสร็จ และสลักชื่อตนเองในฐานะผู้สำเร็จโครงการ
ลักษณะทางกายภาพ:
• การสกัดอย่างระมัดระวัง: รามเสสที่ 2 จะสั่งให้ช่างสกัดพระนามเดิมของฟาโรห์องค์ก่อนออกอย่างระมัดระวัง แล้วจึงสลักพระนามของพระองค์เองลงไปแทนที่
• ความลึกของการสลัก: บางครั้งจะสังเกตเห็นว่าพระนามของรามเสสที่ 2 นั้น ตื้นกว่า หรือ มีลักษณะที่แตกต่าง ไปจากงานแกะสลักเดิม เพราะเป็นการแกะทับลงบนพื้นผิวที่ถูกทำลายไปแล้ว
3. รายละเอียดเชิงลึก: ทำไมรามเสสที่ 2 จึงทำเช่นนั้น?
การสลักทับไม่ใช่เพียงแค่การอวดอ้าง แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างภาพลักษณ์ (Propaganda) ของกษัตริย์ในระยะเวลา 66 ปีแห่งการครองราชย์
3.1. การสร้างภาพลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ชั่วนิรันดร์
• การเร่งรัดการสร้าง: ด้วยความปรารถนาที่จะทิ้งร่องรอยไว้ในทุกส่วนของอียิปต์ การสลักทับงานเก่าเป็นการ ลัดขั้นตอนการสร้าง วิหารใหม่ทั้งหมด และทำให้ภาพลักษณ์ของพระองค์ปรากฏอยู่ทุกหนแห่งได้อย่างรวดเร็ว
• การรวมอดีต: การสลักทับแสดงให้เห็นว่า ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงผู้สืบทอด แต่เป็นผู้รวบรวมอำนาจทั้งหมด ของฟาโรห์ในอดีตมาไว้ที่พระองค์แต่เพียงผู้เดียว ทำให้สายธารแห่งอำนาจของพระองค์ดูยาวนานและยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา
3.2. การจัดการมรดกของฟาโรห์เซติที่ 1
• ความเคารพและคู่แข่ง: แม้รามเสสที่ 2 จะยกย่องเซติที่ 1 ผู้เป็นบิดาอย่างสูง (โดยเฉพาะในวิหารอบีดอส) แต่พระองค์ก็ต้องการ เกินหน้า บิดาของพระองค์เอง
• การสลักทับในส่วนที่ยังไม่เสร็จ: ในโครงการก่อสร้างหลายแห่งของเซติที่ 1 ที่ยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ รามเสสที่ 2 จะเข้ามาดำเนินการต่อ แต่แทนที่จะให้เครดิตบิดา พระองค์กลับสลักพระนามของตนเองเป็น "ผู้ก่อสร้างแต่เพียงผู้เดียว" ซึ่งเป็นการอ้างสิทธิ์ในความสำเร็จของบิดาอย่างชาญฉลาด
3.3. การย้ำเตือนอำนาจเหนือผู้ลี้ภัยทางศาสนา
• การทำลายยุคอะมาร์นา: รามเสสที่ 2 เป็นผู้ที่เดินตามรอยฟาโรห์องค์ก่อนหน้าในการทำลายและรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับ ฟาโรห์อะเคนาเตน และการปฏิรูปศาสนาของพระองค์ (ยุคอะมาร์นา) การสลักทับจึงเป็นส่วนหนึ่งของการ ชำระล้างศาสนา (Religious Cleansing) และการยืนยันถึงชัยชนะของเทพเจ้าดั้งเดิม (โดยเฉพาะเทพอาเมน)
4. สิ่งอื่น ๆ ที่ผู้มาเยือนควรทราบ
1. การระบุร่องรอย: ในการเยี่ยมชมวิหารต่าง ๆ ลองมองหา รอยแตก (Fractures) หรือ พื้นผิวที่ดูแตกต่างกัน ภายใต้คาร์ทูชของรามเสสที่ 2 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการสลักทับ
2. ยุคทองของการแกะสลัก: การสลักทับมักจะทำอย่างรวดเร็ว ทำให้ คุณภาพงานศิลปะ ในส่วนที่สลักทับของรามเสสที่ 2 อาจไม่ละเอียดอ่อนเท่ากับงานแกะสลักนูนต่ำดั้งเดิมของเซติที่ 1 ผู้เป็นบิดา (ซึ่งได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์)
3. กลยุทธ์ที่ลอกเลียนแบบ: แม้รามเสสที่ 2 จะเป็นผู้ที่กระทำการสลักทับมากที่สุด แต่การกระทำนี้ก็ ถูกลอกเลียนแบบ โดยฟาโรห์รุ่นต่อ ๆ มา ซึ่งเป็นประเพณีที่แสดงถึงความต้องการอำนาจสูงสุดของกษัตริย์อียิปต์
การสลักทับจึงไม่ใช่การทำลายเพราะความเกลียดชัง แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของรามเสสที่ 2 ในการ ผูกขาดความยิ่งใหญ่ และสร้างตำนานของตนเองให้คงอยู่ตลอดไปในทุกซอกมุมของอียิปต์
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย