Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
16 ต.ค. 2025 เวลา 08:07 • ท่องเที่ยว
Egypt (31-3/5)
Egypt (31-3/5) ห้องแห่งตำนานโอซิริส: การฟื้นคืนชีพและความรักชั่วนิรันดร (The Chamber of Osiris – The Resurrection and Eternal Love)
ภายในวิหารเดนเดรา มีห้องหนึ่งที่เงียบสงัดกว่าทุกห้อง — ห้องที่อุทิศให้แก่ เทพโอซิริส (Osiris) เทพเจ้าแห่งชีวิตหลังความตาย และเป็นหัวใจแห่งความเชื่อเรื่องการฟื้นคืนชีพของอียิปต์โบราณ
ผนังของห้องนี้ประดับด้วยภาพสลักนูนต่ำอันงดงามแต่เปี่ยมพลัง — ฉาก เทพโอซิริสทรงบรรทมอยู่ ขณะที่เทพีมีปีกแผ่คลุมเหนือพระองค์ ภาพนี้คือ “บทกวีแห่งความรักที่ต่อกรกับความตาย” และเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของการกำเนิดใหม่ของชีวิตและแสงสว่าง
ตำนานแห่งการคืนชีพ: ความรักของไอซิส
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเทพโอซิริสถูกน้องชายของพระองค์ คือ เทพเซ็ท (Set) สังหาร และแยกร่างออกเป็นชิ้น ๆ กระจัดกระจายไปทั่วอียิปต์
พระชายา เทพีไอซิส (Isis) ทรงคร่ำครวญสุดหัวใจ พระนางออกเดินทางข้ามทะเลทรายและแม่น้ำ เพื่อรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดของสวามีกลับคืนมา
ด้วยเวทมนตร์และความรักที่ยิ่งใหญ่ เทพีไอซิสชุบชีวิตโอซิริสขึ้นมาได้ชั่วคราว — แล้วแปลงร่างเป็นนกเหยี่ยว (Kite) โผบินเหนือพระวรกายของพระสวามี แผ่ปีกพัดลมหายใจแห่งชีวิตกลับคืนสู่พระองค์ และในช่วงเวลานั้นเอง พระนางได้ตั้งครรภ์และให้กำเนิดโอรสคือ เทพฮอรัส (Horus)
ฉากภาพสลักนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพแห่งเวทมนตร์ หากแต่คือ “คำประกาศแห่งความรักที่มีพลังยิ่งกว่าความตาย”
รูปสลักของเทพีไอซิสในร่างนกเหยี่ยว
นกเหยี่ยวที่โผอยู่เหนือร่างของโอซิริส คือร่างแปลงของเทพีไอซิส — สัญลักษณ์ของทั้ง การไว้ทุกข์ และ การเกิดใหม่
เสียงร้องของนกเหยี่ยวในตำนานอียิปต์ถูกเปรียบกับเสียงร้องไห้อันโศกเศร้าของเทพีผู้สูญเสียสวามี จึงกลายเป็นเสียงแห่งการคร่ำครวญที่ปลุกชีวิตให้ตื่นจากความตาย
ปีกที่แผ่ปกคลุมร่างโอซิริสเปรียบเสมือนการปกป้อง และการคืนชีพ
ในคติของอียิปต์ การโบกปีกหมายถึง “ลมหายใจแห่งสุริยะ” — ลมหายใจแรกที่ปลุกชีวิตให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง
ความหมายเชิงสัญลักษณ์: การกำเนิดของเทพฮอรัส
จากความรักและการฟื้นคืนชีพนั้น ก่อกำเนิดเทพ ฮอรัส (Horus) ผู้เป็นโอรส และต่อมาได้ล้างแค้นให้บิดาโดยการต่อสู้กับเซ็ท … ฮอรัสจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง ความชอบธรรมของฟาโรห์ และ ชัยชนะเหนือความมืดมิด
ชาวอียิปต์เชื่อว่า
• ฟาโรห์ผู้สิ้นพระชนม์ คือ โอซิริส
• ฟาโรห์ที่ยังครองราชย์ คือ ฮอรัส
ดังนั้นทุกภาพสลักของฉากนี้ไม่เพียงสื่อถึงความรัก แต่ยังเป็น “คำปฏิญาณของอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์” — การสืบต่อของเลือดแห่งเทพและมนุษย์ เพื่อคงไว้ซึ่งระเบียบจักรวาล
สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในห้องโอซิริส
ในภาพสลักรอบห้องบูชา มักมีสัญลักษณ์ลึกลับหลายอย่างที่สัมพันธ์กับตำนานนี้
• เสาเจ็ด (Djed Pillar) — แทนกระดูกสันหลังของโอซิริส เป็นสัญลักษณ์ของ “ความมั่นคงและการฟื้นคืนชีวิต”
• ปมไอซิส (Tyet) — เครื่องรางแห่งการคุ้มครองที่พระนางมอบให้แก่ผู้ตาย เพื่อป้องกันอันตรายในโลกหลังความตาย
• เรือศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Bark) — ใช้ในการอัญเชิญรูปเคารพโอซิริสในการประกอบพิธีเพื่อการเกิดใหม่
ห้องแห่งโอซิริสจึงเป็นทั้ง ศาลเจ้า และ โรงละครของพิธีกรรมฟื้นชีวิต ที่สะท้อนแนวคิดลึกซึ้งว่า “ความตายมิใช่จุดจบ หากเป็นการเดินทางกลับสู่ดวงดาว”
ตำนานเทพโอซิริส: จากกำเนิดสู่สงครามแห่งทวยเทพ
ในกาลแรกเริ่ม เมื่อสุริยเทพ รา (Ra) สร้างสรรพสิ่งขึ้นบนโลก พระองค์มีโอรสธิดาห้าพระองค์คือ โอซิริส, เซ็ท, ไอซิส, เนฟทีส และฮามาคิส
เมื่อราเสด็จสละบัลลังก์ โอซิริส ผู้เป็นโอรสองค์โตได้ขึ้นครองอียิปต์ .. เซ็ทจึงเกิดริษยาและวางแผนปลงพระชนม์ .. เซ็ทสร้างหีบศพอันงดงาม ทูลเชิญโอซิริสให้นอนลงโดยอ้างว่าเป็นของขวัญพิเศษ และเมื่อพระองค์เอนพระวรกายลง หีบก็ถูกปิดผนึกและโยนลงสู่แม่น้ำไนล์
หีบลอยไปติดอยู่ในต้นไม้แห่งนครไบบลอส ซึ่งต่อมาถูกตัดมาเป็นเสาหลักในท้องพระโรงของกษัตริย์เมืองนั้น .. เมื่อเทพีไอซิสทราบเรื่อง พระนางจึงจำแลงกายเป็นหญิงชราเข้าไปในวัง เพื่อขอคืนหีบศพของสวามี
ด้วยความเมตตา กษัตริย์และราชินีแห่งไบบลอสจึงมอบเสาต้นนั้นให้ นางนำหีบกลับสู่อียิปต์ และซ่อนร่างไว้ที่เกาะแซมมิส .. แต่เซ็ทยังไม่หยุด เขาพบหีบศพและสับร่างโอซิริสออกเป็น 14 ชิ้น โปรยไปทั่วแม่น้ำไนล์
เทพีไอซิสและเทพอนูบิสช่วยกันรวบรวมชิ้นส่วนกลับมา และสร้างมัมมี่ขึ้นเพื่อรอวันฟื้นคืนชีพ
หลังจากนั้น เซ็ทจำแลงร่างเป็นแมงป่อง ลอบสังหาร ฮอรัส โอรสของ โอซิริส แต่ไอซิสวิงวอนต่อสุริยเทพรา จนโอรสได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
เมื่อเติบโตขึ้น ฮอรัสได้ลุกขึ้นต่อสู้กับเซ็ท ณ เมืองเอ็ดฟู ริมแม่น้ำไนล์
สงครามแห่งเทพเจ้าเริ่มขึ้น —
เสียงโห่ร้องของนักบวชดังสะท้อนกลางทะเลทราย ฮอรัสและกองทัพเทพต่อสู้กับเซ็ทที่แปลงร่างเป็นฮิปโปโปเตมัสยักษ์ .. เจ้าชายหนุ่มกระโจนขึ้นหลังศัตรู แทงฉมวกเหล็กยาวลงกลางกระหม่อมจนสิ้นฤทธิ์แห่งความมืด
ชัยชนะครั้งนั้นทำให้ฮอรัสขึ้นครองบัลลังก์แห่งอียิปต์ และนับแต่นั้นมา ฟาโรห์ทุกพระองค์ต่างถือว่าตนคือ “ร่างอวตารของฮอรัส” ผู้พิทักษ์ดินแดนแห่งแสงนิรันดร์
บทสรุป: รักที่ไม่ตาย
ตำนานโอซิริสไม่เพียงสอนเรื่องความตายและการฟื้นคืนชีพ แต่ยังเป็น “ตำนานแห่งความรัก” ที่ข้ามพ้นเส้นแบ่งของชีวิต
ในทุกภาพสลักของเทพีไอซิสที่โผบินเหนือร่างโอซิริส — มีทั้งเสียงสะอื้นของการสูญเสีย และเสียงพริ้วของลมหายใจแห่งชีวิตใหม่
และนั่นคือหัวใจแท้จริงของอารยธรรมอียิปต์ — ความเชื่อว่าความรัก ศรัทธา และพลังแห่งจักรวาลสามารถปลุกชีวิตให้ตื่นจากความมืดได้เสมอ
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย