Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
16 ต.ค. 2025 เวลา 08:33 • ท่องเที่ยว
Egypt (31-3/5)
Egypt (31-4/5) : ปริศนาหลอดไฟแห่งเดนเดรา
(The Dendera Light Relief – The Chamber of Divine Illumination)
ห้องศักดิ์สิทธิ์ใต้ดิน (The Crypts of Dendera)
ห้องแห่งนี้เป็นหนึ่งใน crypts ที่ซ่อนอยู่ภายในฐานวิหาร ซึ่งแต่เดิมใช้เก็บของศักดิ์สิทธิ์ เครื่องบูชา และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมของเทพีฮาเธอร์ ..
ว่ากันว่า ใต้พื้นของวิหารเทพีฮาเธอร์มีห้องใต้ดิน 12 ห้อง ซึ่งบางห้องมีภาพนูนต่ำ ที่สามารถย้อนอายุได้ถึงยุคของฟาโรห์ปโตเลมีที่ 12 ออเลเตส ห้องใต้ดินเหล่านี้ เคยใช้เก็บภาชนะและสัญลักษณ์ของเทพ
พื้นห้องที่เรียกว่า "ห้องเปลวไฟ" (Flame Room) มีช่องเปิดสู่ห้องแคบๆ ซึ่งมีภาพของวัตถุที่เคยเก็บไว้ ในห้องที่สองมีภาพสลักของ เปปีที่ 1 กำลังถวายรูปปั้นเทพอิฮีให้กับรูปเทพีฮาเธอร์ทั้งสี่ ซึ่งเทพีฮาเธอร์ถือเป็นมารดาของอิฮี
ในห้องใต้ดินที่สามารถเข้าถึงได้จากห้องบัลลังก์ (Throne Room) ปรากฏภาพของ ปโตเลมีที่ 12 มอบเครื่องประดับและของถวายให้แก่เทพเจ้า
ความมืดและความชื้นในห้องเหล่านี้สร้างบรรยากาศลึกลับราวกับหลุดเข้าไปในท้องฟ้ากลับด้านของโลกเบื้องล่าง
“หลอดไฟแห่งเดนเดรา” (The Dendera Light Relief)
ห้องใต้ดิน (Crypts) ที่ใช้เก็บวัตถุศักดิ์สิทธิ์ และที่ใต้ชั้นล่างของวิหารเดนเดรา มีห้องหนึ่งที่ลึกลับและดึงดูดจินตนาการของมนุษย์มาหลายศตวรรษ — ห้องที่มีภาพสลักซึ่งผู้คนในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า“หลอดไฟแห่งเดนเดรา”
ภาพสลักที่โด่งดัง — แสดงให้เห็นรูปบุคคลกำลังอุ้มสิ่งที่ดูคล้ายหลอดแก้วขนาดใหญ่ ภายในมีงูเลื้อยอยู่ในแนวยาว คล้ายเส้นลวดเรืองแสง ในหลอดคล้ายแก้ว พาดอยู่บนฐานที่มีดอกบัวรองรับ ปลายหลอดมีเสา Djed ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกระดูกสันหลังของเทพโอซิริส
ใกล้กันมีรูปเทพเจ้าและนักบวชยืนอัญเชิญ พร้อมภาพของเทพีฮาเธอร์คอยประทานพลังแสง
ภาพสลักนี้ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19 โดยนักสำรวจชาวยุโรป และได้จุดประกายจินตนาการอันยิ่งใหญ่ .. หลายคนมองว่ามันคือ “หลักฐานของเทคโนโลยีโบราณ” — หลอดไฟที่ชาวอียิปต์อาจใช้ให้แสงสว่างในวิหาร .. นักคิดบางคนถึงขั้นเรียกมันว่า “Ancient Electricity” หรือ “เทคโนโลยีจากดวงดาว”
อย่างไรก็ตาม นักอียิปต์วิทยาให้คำอธิบายเชิงสัญลักษณ์ที่แตกต่างออกไป —
ภาพนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า หากแต่เป็น การแสดงถึงการกำเนิดของแสงแห่งชีวิต (The Birth of Light) .. งูในหลอดคือ พลังแห่งการสร้าง ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกำเนิดจักรวาล ส่วนเสา Djed ที่ฐานคือพลังแห่งความมั่นคง — การยืนขึ้นอีกครั้งของเทพโอซิริสหลังการฟื้นคืนชีพ
การตีความเชิงศาสนา
ในมุมมองของศาสนาอียิปต์ ภาพ “หลอดไฟแห่งเดนเดรา” คือการจำลอง “ช่วงเวลาที่แสงแรกของชีวิตปรากฏขึ้นในความมืด”
• ดอกบัว (Lotus) แทนสัญลักษณ์ของการถือกำเนิด — ดอกไม้ที่บานรับแสงอาทิตย์แรกในยามรุ่งอรุณของโลก
• งู (Serpent) แทนพลังชีวิตหรือจิตวิญญาณที่เคลื่อนไหวไม่สิ้นสุด
• หลอดแก้ว (Oval Form) เปรียบดังครรภ์แห่งจักรวาล
• เสา Djed สื่อถึงการฟื้นคืนของเทพโอซิริส — การตั้งมั่นของชีวิตหลังความตาย
เมื่อรวมกัน ภาพนี้คือการประกาศถึง ชัยชนะของแสงเหนือความมืด ความมีชีวิตเหนือความตาย — คือจิตวิญญาณของอียิปต์โบราณในรูปแบบสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้งเหนือกาลเวลา
แสงในความมืด: ความหมายเชิงจักรวาล
นักอียิปต์วิทยาหลายท่านมองว่าภาพสลักนี้สัมพันธ์กับแนวคิดของเทพีฮาเธอร์ ผู้เป็น “แสงแห่งดนตรีและชีวิต” .. พระนางคือพลังแห่งเสียงหัวเราะ ดวงอาทิตย์ และแสงจันทร์ — ผู้มอบความชุ่มชื่นแก่ทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์
ดังนั้น “หลอดไฟแห่งเดนเดรา” จึงไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ บทกวีแห่งแสง ที่แสดงให้เห็นว่าชาวอียิปต์เข้าใจพลังของแสงในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นพลังที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ — แสงที่ส่องในความมืด เหมือนเสียงดนตรีที่สะท้อนในวิหารของเทพีฮาเธอร์
ปรัชญาแห่งแสงและการเกิดใหม่
หากมองในเชิงจิตวิญญาณ “หลอดไฟเดนเดรา” คือภาพแห่งการตื่นรู้ของจิต .. คือการให้กำเนิดแสงภายในใจมนุษย์ ที่ลุกขึ้นจากความมืดของความไม่รู้ — เหมือนที่ฮาเธอร์และโอซิริสได้ฟื้นขึ้นจากเงามรณะ
แสงนั้นไม่ใช่เพียงพลังทางกายภาพ หากแต่คือ “แสงแห่งสติและความรัก” .. เป็นพลังเดียวกับที่เทพีฮาเธอร์ใช้ฟื้นคืนจักรวาลในทุกยามรุ่งอรุณ
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย