22 ต.ค. 2025 เวลา 06:14 • หนังสือ

🌿“สิ่งดีๆทุกอย่างล้วนเถื่อนดิบ และเป็นอิสระ”

📌“ข้างนอกแย่มากใช่ไหม แต่ดอกไอริสบานแล้ว” บาเนอร์จี ชายชราอายุ 84 ปี กล่าวลอยๆ ประโยคสั้นกระชับที่เข้ามากระตุกต่อมคิดของฉันเป็นประโยคแรกขณะเริ่มต้นละเลียดอ่านหนังสือเล่มนี้
...
“THE MIDNIGHT LIBRARY : มหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน” พร้อมคำโปรยที่ว่า “ห้องสมุดลับที่พร้อมมอบชีวิตใหม่ คุณจะทำอะไรที่ต่างออกไปไหม หากมีโอกาสแก้ไขสิ่งที่เคยเสียใจอีกครั้ง”
.
ขณะที่ ‘นอรา’ ตัวละครหลักของเรื่อง มองกอดอกไม้สีม่วงแล้วฝืนยิ้มพลางนึกสงสัยว่าดอกไม้พวกนี้ปลอบโยนอะไรได้บ้าง?
.
การใส่ใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆรอบตัว และการอยู่กับปัจจุบันขณะ คือทักษะที่เราต้องฝึกฝนหรือเปล่านะ? หรือมันมีอยู่ในตัวตนของเราทุกคน อยู่ที่ว่าเราเลือกจะฉวยใช้มันเป็นเครื่องมือสำหรับไขว่คว้าคุณค่าและความหมายของชีวิตหรือเปล่า สำหรับฉันแล้วประโยคสั้นๆของคุณบาเนอร์จี ที่ปรากฎในตอนต้นของหนังสือเล่มนี้อาจเป็นความบริบูรณ์พร้อมของทุกสรรพสิ่ง เป็นคำตอบต่อคำถามมากมาย เป็นมุมมองต่อความเศร้าลึกที่อาบเคลือบและหนักอึ้งอยู่ทุกหน้าอักษรของหนังสือเล่มนี้ เป็นปัญญาสูงสุดหากเรายกให้ความหดหู่ซึมเศร้าเสมือนลัทธิทางศาสนา
“มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย ความรู้สึกว่าไม่สมบูรณ์ในทุกๆด้าน เป็นจิ๊กซอว์มนุษย์ที่ยังต่อไม่เสร็จ เธอคิดถึงตัวเองในแง่ของสิ่งต่างๆที่เธอไม่ได้เป็น สิ่งต่างๆที่เธอไม่สามารถเป็นได้ และมันมีมากมายหลายสิ่งจริงๆที่เธอไม่ได้เป็น ความเสียใจที่ตอกย้ำซ้ำๆอยู่ในหัวตลอดเวลา ฉันไม่อาจเป็นคนที่ดีจริงๆ หรือคนที่มีความสุขจริงๆได้ จำนวนความเป็นไปได้ที่เธอทิ้งขว้างมันไปมากมายจนน่าเวทนาเสียจริง”
.
🗣️ประโยคด้านบนจับหัวใจฉันพอประมาณ คล้ายพบเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ฉันมีความฝันใฝ่ มีเป้าหมาย มีสิ่งที่ต้องการจะทำ และต้องการจะเป็น เมื่อวันเวลาล่วงเลยดำเนินผ่านไปเรื่อยๆ ฉันกลับพบว่าชีวิตไม่เป็นดั่งใจหวังเลยสักนิด หรือจะกล่าวให้ชัดอีกสักหน่อยก็คือ แน่นอนล่ะ ฉันรู้สึกว่าชีวิตเอ่อล้นไปด้วยเรื่องราวที่ไม่สามารถควบคุมได้มากมาย แต่ไอ้ความรู้สึกต่ำต้อยไร้ความสามารถ ปราศจากความสุข ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็น ไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ไม่ได้รู้สึกอย่างที่ควรรู้สึก
มันเพราะอะไรล่ะ จะบอกว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือ? หรือเป็นเพราะตัวฉันเอง การตัดสินใจของฉันเองที่มันกำลังป่าวร้องการกระทำในอดีตและส่งผลต่อปัจจุบันขณะ “ใครจะล่วงรู้อนาคตกันล่ะ” หากฉันสรุปแบบนี้จะเป็นการผลักภาระและไร้ความรับผิดชอบต่อตัวเองเกินไปหรือเปล่านะ?
💭“ความรู้ที่แท้จริง คือการรู้ว่าคุณไม่รู้อะไรเลย” : โสกราตีส (Socrates, Ancient Greek philosopher, 470-399 BC)
💭“ฉันรู้แค่วันนี้เท่านั้น ฉันรู้เรื่องมากมายเกี่ยวกับวันนี้ แต่ฉันไม่รู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้” : มิสซิสเอล์ม บรรณารักษ์ห้องสมุดเที่ยงคืน
🗣️“ชีวิตเป็นเรื่องแปลก จู่ๆเราก็มีชีวิตและดำเนินชีวิตไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง แต่จริงๆแล้วนั่นไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด เพราะชีวิตไม่ได้ประกอบด้วยสิ่งที่เราทำเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยสิ่งที่เราไม่ได้ทำด้วย และทุกช่วงเวลาของชีวิตเราคือ การหักเหอย่างหนึ่ง” : ห้วงคำนึงของนอรา
💭“ถ้าคนคนหนึ่งเดินหน้าอย่างมั่นใจ ไปในทิศทางตามความฝันของเขา และพยายามใช้ชีวิตที่เขาจินตนาการไว้ เขาจะได้พบความสำเร็จที่ไม่คาดฝันในทุกโมงยาม” ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้เป็นผลผลิตของการอยู่คนเดียว “ผมไม่เคยเจอเพื่อนที่เป็นเพื่อนที่ดีเท่ากับความสันโดษ” : เฮนรี่ เดวิด ธอโร, Walden, 1854 (Henry David Thoreau, American essayist, poet, & practical philosopher, 1817-1862)
.
จิตใจที่เหงาหงอยในเมืองที่วุ่นวายย่อมโหยหาความผูกพัน เพราะมันคิดว่าความผูกพันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์คือประเด็นสำคัญของทุกอย่าง แต่ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ ความสันโดษจะมีบทบาทที่แตกต่างออกไป มันกลายเป็นความผูกพันแบบหนึ่ง ความผูกพันระหว่างตัวเรากับโลก และความผูกพันระหว่างตัวเรากับตัวเราเอง
“เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ชีวิตดูเหมือนเป็นสิ่งสวยงามมากขึ้น เมื่อคุณอยู่ในที่แห่งหนึ่งนานเกินไป คุณจะลืมไปว่าโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลมากขนาดไหน” เป็นประโยคแสนธรรมดาที่ฉันเห็นด้วยอย่างสุดหัวใจ ฉันเคยมีอาการเจ็บป่วยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิต และที่แย่ไปกว่านั้นคือมันส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง มันอาจไม่รุนแรงหากเราเปรียบเทียบกับใครอื่น แต่สำหรับฉันแล้วประสบการณ์ที่ว่ามันทำให้เพียงแค่ชีวิตสามัญธรรมดาก็ช่างงดงามเหลือเกิน ความรู้สึกโหยหาสิ่งสามัญนั้นล้นเอ่อ
...
🗣️บางทีทุกชีวิตอาจเป็นเช่นนี้ แม้กระทั่งชีวิตที่อยู่ยากหรือชีวิตที่มีค่ามากก็อาจจะรู้สึกแบบเดียวกันนี้ในท้ายที่สุด มันอาจเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความซ้ำซากจำเจ ความเจ็บปวด และการแข่งขัน แต่อาจจะมีเรื่องมหัศจรรย์และความงดงามโผล่ขึ้นมาแวบๆบ้าง บางทีการได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกและการได้ประจักษ์มันด้วยตัวเองอาจเป็นความหมายเดียวที่สำคัญ การไม่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ไม่มีความสุข แต่อาจเป็นเพราะความคาดหวังในความสำเร็จแต่แรกมากกว่า
.
น่าคิดเลยทีเดียว
.
💭“ชีวิตของมนุษย์ ไม่ได้มีความสำคัญต่อจักรวาลมากไปกว่าชีวิตของหอยนางรม” : เดวิด ฮูม (David Hume : Scottish philosopher, 1711-1776) แต่ถ้ามันสำคัญพอที่จะเขียนความคิดนี้ขึ้นมา มันก็อาจสำคัญพอที่จะตั้งเป้าหมายในการทำอะไรบางอย่างที่ดี เพื่อช่วยสงวนรักษาชีวิตในทุกรูปแบบไว้ บางอย่างที่มีจุดประสงค์และมีความหมาย
🗣️“ฉันมีปัญหาเรื่องการยอมรับตัวเองเสมอ ฉันนึกภาพว่าการยอมรับตัวเองเต็มร้อยนั้นจะเป็นอย่างไร ยอมรับความผิดพลาดทุกอย่างที่ฉันเคยทำ ทุกตำหนิบนร่างกายฉัน ทุกความฝันที่ฉันไปไม่ถึง ทุกความเจ็บปวดที่ฉันเคยรู้สึก ทุกกิเลสหรือความโหยหาที่ฉันเคยสะกดกลั้นไว้ ฉันลองนึกภาพตัวเองเป็นเพียงความผิดเพี้ยนที่ชาญฉลาดอีกอย่างหนึ่งของธรรมชาติ เป็นแค่สัตว์ที่มีความรู้สึกอีกตัวหนึ่งที่กำลังพยายามทำให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันนั้น ฉันก็นึกภาพว่ามันจะเป็นอย่างไรที่ได้เป็นอิสระ” ห้วงคำนึงของนอรา
...
💭“สิ่งดีๆทุกอย่างล้วนเถื่อนดิบ และเป็นอิสระ” (Henry David Thoreau, American essayist, poet, & practical philosopher, 1817-1862)
.
🗣️คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางอื่น?
.
มันง่ายที่จะจินตนาการว่ามีเส้นทางอื่นที่ง่ายกว่า แต่บางทีมันอาจไม่มีเส้นทางที่ง่ายอะไรเลย มันมีแต่เส้นทางเท่านั้น ใครจะรู้ เรากำลังก้าวเข้าสู่จักรวาลใหม่ในทุกๆวินาที ของทุกๆวัน และเราใช้เวลามากมายในการภาวนาให้ชีวิตเราแตกต่างออกไปจากเดิม เราเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และกับตัวเราเองในเวอร์ชันอื่น ทั้งที่จริงๆแล้วชีวิตส่วนใหญ่ก็มีทั้งดีและไม่ดีในระดับหนึ่ง
🗨️ชีวิตมีหลายรูปแบบ หลายจังหวะ ในขณะที่เราติดกับอยู่ในชีวิตหนึ่ง มันง่ายเหลือเกินที่จะจินตนาการว่าช่วงเวลาของความเศร้า ความล้มเหลว หรือความหวาดกลัว คือผลลัพธ์ของตัวตนนั้นๆ มันคือผลพลอยได้จากการใช้ชีวิตแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ใช่แค่ ‘ใช้ชีวิต’ เฉยๆ
ไม่มีวิธีการใช้ชีวิตแบบไหนที่สามารถทำให้เรามีภูมิคุ้มกันต่อความเศร้าเสียใจได้ และความเศร้าเสียใจนั้นเป็นเนื้อแท้ส่วนหนึ่งของโครงสร้างแห่งความสุข คุณไม่อาจมีสิ่งหนึ่งโดยปราศจากอีกสิ่งหนึ่งได้ แน่นอนว่าพวกมันมาในระดับที่แตกต่างกัน แต่ไม่มีชีวิตไหนที่เราจะมีความสุขอย่างแท้จริงได้ตลอดไป การคิดแบบนั้นมีแต่จะเพิ่มความทุกข์มากขึ้นในชีวิตที่เรากำลังอยู่
.
ฉันเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตคนเรานั้นเป็นทุกข์เสียส่วนใหญ่” ก็อาจจะจริง
💭“มีถนนสองสายแยกจากกันในป่า และฉันเลือกถนนสายที่มีผู้คนสัญจรน้อยกว่า ซึ่งมันทำให้เกิดความแตกต่างมากมาย” : โรเบิร์ต ฟรอสต์ (Robert Frost : American poet, 1874-1963)
💭ต่อให้คุณซื่อตรงมากที่สุด เท่าที่จะมากได้ในชีวิต แต่ผู้อื่นจะเห็นความจริงก็ต่อเมื่อมันใกล้เคียงกับความจริงของพวกเขามากพอ “สิ่งที่คุณมองไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่คุณเห็นต่างหากที่สำคัญ” (Henry David Thoreau, American essayist, poet, & practical philosopher, 1817-1862)
สิ่งที่ทำให้เธออ่อนแอคือการปราศจากความรัก เธอไม่รักใคร และไม่มีใครรักเธอ เธอว่างเปล่า ชีวิตเธอว่างเปล่ามาโดยตลอด เธอได้แต่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ และแสร้งทำเป็นมนุษย์ปกติ เหมือนหุ่นซึ่งมีความรู้สึกของความสิ้นหวัง เป็นแค่โครงร่างของการอยู่ไปวันๆ
💭“ทุกชีวิตล้วนมีการตัดสินใจหลายล้านเรื่อง ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่ทุกครั้งที่การตัดสินใจเรื่องหนึ่งแทนที่การตัดสินใจอีกเรื่องหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างออกไป การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจแก้ไขได้จะเกิดขึ้น ซึ่งมันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ผกผันขึ้นไปอีก” : มิสซิสเอล์ม กล่าวอีกครั้ง
🗨️“ชีวิตอื่นทุกชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของเธอ เธอมีความสามารถ เธออาจเคยพลาดโอกาสเหล่านั้นที่จะนำพาเธอไปสู่การเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้เป็น หรือเป็นอย่างอื่นนับล้านอย่าง แต่คนทั้งหลายเหล่านั้นคือเธอ ไม่น่าหดหู่เลยสักนิด มันสร้างแรงบันดาลใจมากกว่า เธอทำได้ถ้าพยายาม แล้วชีวิตที่เธออยู่ก็มีเหตุผลในตัวมันเอง
เธอไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบด้วยซ้ำ เธอแค่ต้องมีศักยภาพพอที่จะพัฒนาได้ และเธอมีศักยภาพที่ว่านั้นมากสุดๆอยู่แล้ว เธอไม่อยากอยู่ในชีวิตไหนมากไปกว่าชีวิตที่เป็นของเธอ ชีวิตที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน แต่มันก็เป็นการต่อสู้ดิ้นรนของเธอ เป็นการต่อสู้ดิ้นรนที่สวยงาม” : ห้วงคำนึงของนอรา
เธอมองลอดหน้าต่างออกไปเฝ้ามองความเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลของต้นไม้ใต้สายลมอ่อนๆยามบ่าย และมองการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนที่คืบคลานไปช้าๆบนถนนที่เห็นอยู่ไกลออกไป ไม่มีอะไรมากไปกว่าแต่ต้นไม้กับการจราจรและสถาปัตยกรรมที่ดูงั้นๆ แต่มันก็คือทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเช่นกัน ‘มันคือชีวิต’
📜จดหมายของนอรา📜
.
มันง่ายมากที่จะคร่ำครวญถึงชีวิตที่เราไม่ได้เป็น ง่ายมากที่จะภาวนาให้เรามีพรสวรรค์อย่างอื่นนอกเหนือจากที่เรามี ง่ายมากที่จะตอบตกลงกับข้อเสนอที่แตกต่างออกไปจากที่เราได้รับ ง่ายมากที่จะภาวนาให้เราทํางานหนักขึ้น รักผู้อื่นให้มากขึ้น บริหารการเงินของเราให้ชาญฉลาดมากขึ้น ป็อปปูลาร์มากขึ้น มันง่ายมากที่จะคิดถึงเพื่อนฝูงที่เราไม่ได้ผูกมิตรด้วย คิดถึงงานที่เราไม่ได้ทำ คิดถึงคนที่เราไม่ได้แต่งงานด้วย
มันไม่ยากที่จะมองเห็นตัวคุณเองผ่านเลนส์ของผู้อื่น และภาวนาให้คุณเป็นตัวคุณในเวอร์ชันละลานตาที่แตกต่างกันไปอย่างที่พวกเขาอยากให้คุณเป็น มันง่ายที่จะเศร้าเสียใจ และเศร้าเสียใจไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าเวลาของเราจะหมดลง แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ชีวิตที่เราเสียใจว่าเราไม่ได้เป็น
ปัญหาที่แท้จริงคือตัวความเศร้าเสียใจเอง ความเศร้าเสียใจคือสิ่งที่ทำให้เราหดหู่ เหี่ยวเฉา และรู้สึกเหมือนเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตัวเราเอง และของผู้อื่น เราบอกไม่ได้ว่าเวอร์ชันอื่นๆ เหล่านั้นจะดีกว่าหรือแย่กว่า เป็นความจริงที่ชีวิตเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้น แต่ชีวิตคุณก็กำลังเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
และการเกิดขึ้นนี่แหละที่เราต้องใส่ใจ แน่นอนว่าเราไม่สามารถไปเยือนทุกที่ พบปะทุกคน หรือทำงานทุกงาน แต่สิ่งที่เราจะรู้สึกในทุกชีวิตเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่ เราไม่จำเป็นต้องเล่นเกมทุกเกม ถึงจะรู้ว่าชัยชนะเป็นความรู้สึกแบบไหน เราไม่จําเป็นต้องได้ยินเพลงทุกเพลงในโลกนี้ถึงจะเข้าใจดนตรี เราไม่จำเป็นต้องลิ้มรสองุ่นทุกพันธุ์จากทุกไร่ถึงจะรู้จักการดื่มในรสชาติไวน์
.
ความรัก เสียงหัวเราะ ความหวาดกลัว และความเจ็บปวด คือสกุลเงินสากล เราเพียงแค่ต้องหลับตาลง ดื่มด่ำกับรสชาติของเครื่องดื่มตรงหน้าเรา และฟังเสียงเพลงที่กำลังบรรเลง เพียงเท่านี้เราก็จะมีชีวิตอย่างบริบูรณ์ และอย่างเต็มที่เท่าๆกับที่เรามีในชีวิตอื่นๆ และมีช่องทางเข้าถึงคลื่นความถี่ของความรู้สึกแบบเดียวกันด้วย
เราจําเป็นต้องเป็นแค่คนคนหนึ่งเท่านั้น เราจําเป็นต้องรู้สึกถึงหนึ่งตัวตนเท่านั้น เราไม่จําเป็นต้องทําทุกอย่างเพื่อให้เป็นทุกอย่าง เพราะเราไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เรามีอนาคตที่มีความเป็นไปได้มากมาย
ดังนั้นจงเมตตาต่อคนที่อยู่ในตัวตนของเรา เราควรแหงนหน้ามองเป็นครั้งคราวจากจุดที่ยืนอยู่ เพราะไม่ว่าเราจะบังเอิญยืนอยู่ที่ไหนก็ตามผืนฟ้าเบื้องบนจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร เมื่อวานนี้ฉันรู้ว่าฉันไม่มีอนาคต และมันเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะยอมรับชีวิตของตัวเองอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่วันนี้ชีวิตที่ยุ่งเหยิงชีวิตเดิมนั้นกลับดูเหมือนเต็มไปด้วยความหวังและศักยภาพ ฉันคิดว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จะเป็นไปได้ผ่านการมีชีวิตอยู่
📌ชีวิตของฉันจะหลุดพ้นจากความเจ็บปวด ความท้อแท้สิ้นหวัง ความเศร้าเสียใจ หัวใจสลาย อุปสรรค ความเหงา และความหดหู่ได้ราวปาฏิหาริย์ไหม...ไม่ได้ แล้วฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ไหม
.
อยากสิ...อยาก
📌บางครั้งชีวิตก็มอบมุมมองใหม่ทั้งหมดให้คุณโดยเฝ้ารออยู่รอบๆ จนนานพอที่คุณจะเห็น
.
📌ไม่จำเป็นต้องเข้าใจชีวิต เพียงแค่ต้องใช้ชีวิต
...
ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วที่เธอจะต้องประสบความสำเร็จหรืออะไรก็ตามที่สมบูรณ์แบบตามจินตนาการ มากไปกว่าการเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่โคจรรอบเป้าหมายของตัวเธอเอง และตอบคำถามของตัวเอง เพราะเธอยังมีชีวิตอยู่ มันยังมีอะไรอื่นสำหรับเธอมากกว่าแค่ความรู้สึกซึมเศร้าจากน้อยไปถึงปานกลาง ซึ่งเพิ่มรสชาติเป็นครั้งคราวด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง
💭“นั่นคือความงดงามไม่ใช่หรือ เธอไม่มีวันรู้ว่ามันจะจบลงอย่างไร” มิสซิสเอล์ม กล่าวปิดท้าย
📌อย่างที่ฉันเคยบอกไว้ บางทีประโยคสั้นๆของคุณบาเนอร์จีในตอนต้น อาจเป็นคำตอบต่อคำถาม อาจเป็นทางออกของความเศร้าหมองที่ค่อยๆถูกชะล้างออกไปจากหนังสือเล่มนี้เมื่อเปิดถึงหน้าสุดท้าย มันยังคงหลงเหลือคราบไคลของอาการโศกเศร้าอยู่นิดหน่อย แต่นี่แหล่ะคือชีวิต อย่างไรเสียดอกไอริสจะยังคงบานสะพรั่งเมื่อถึงเวลานั้นอยู่ดี หรือหากถึงเวลานั้นแล้วดอกไอริสยังไม่บานล่ะ ใครจะรู้ มันก็จะเป็นอย่างที่มันเป็นนั่นแหล่ะ
🙏ขอขอบคุณบางส่วนจากหนังสือ “THE MIDNIGHT LIBRARY : มหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน” ห้องสมุดลับที่พร้อมมอบชีวิตใหม่ คุณจะทำอะไรที่ต่างออกไปไหม หากมีโอกาสแก้ไขสิ่งที่เคยเสียใจอีกครั้ง
.
🖋️ผู้เขียน: แมตต์ เฮก (Matt Haig)
📖ผู้แปล: วรรธนา วงษ์ฉัตร
🏠สำนักพิมพ์: Beat (บีท), พิมพ์ครั้งที่ 1, 2021
โฆษณา