Put Options คือสิทธิในการ “ขาย” หุ้น โดยเราจะใช้ Put Options เมื่อเราคาดการณ์ว่า หุ้นจะลงในอนาคต
ตัวอย่างเช่น หากเราคิดว่า ราคาของหุ้น Apple จะลดลง ก็ไปใช้ Put Options เพื่อจะได้ทำกำไรจากราคาหุ้นที่ลดลง หรือใช้สิทธิในการขายหุ้นในราคาที่ล็อกไว้แล้ว หากเรามีหุ้น Apple อยู่ในพอร์ต
กลับกันถ้าใช้สิทธิแล้วไม่มีกำไร จะเรียกว่า Out of the Money และหมายความว่า Intrinsic Value = 0 นั่นเอง
ส่วน Put Options = Strike Price - ราคาหุ้นปัจจุบัน
แต่สาเหตุที่เราเห็น Options หลายตัวมีมูลค่า แม้ว่า Intrinsic Value = 0 ก็มาจากปัจจัยข้อต่อไป
2) Extrinsic Value คือมูลค่าที่เกิดจากเวลา และความไม่แน่นอน
การที่ Options อยู่ในภาวะ Out of the Money แต่ยังมีมูลค่า ก็เพราะมาจากส่วนนี้นี่เอง ที่นักลงทุนยังคาดหวังว่า ราคาหุ้นจะสามารถไปถึงจุดที่ใช้สิทธิแล้วมีกำไรได้ในอนาคต
- ยิ่ง IV สูง แสดงว่าตลาดคาดว่า หุ้นจะผันผวนมาก ราคา Options จึงแพง
- กลับกันยิ่ง IV ต่ำ แสดงว่าตลาดคาดว่า หุ้นจะผันผวนน้อย ราคา Options จึงถูก
ตัวอย่างสถานการณ์ที่จะทำให้ IV สูง เช่น หุ้นกำลังจะประกาศผลประกอบการ หรือหุ้นกำลังเจอกับข่าวบางอย่างที่ส่งผลต่อธุรกิจ รวมถึงขนาดหุ้นก็ส่งผลต่อ IV ได้เช่นกัน