27 ต.ค. 2025 เวลา 08:14 • หุ้น & เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมรีไซเคิล Solar ของสหรัฐฯ ยักษ์ที่กำลังหลับ?

แม้ว่าตอนนี้กระแสข่าวเรื่องโลกสีเขียวหรือพลังงานสะอาดรวมถึงเทรน ESG จะเบาๆ ลงจากการแสดงออกของประธานาธิบดีคนล่าสุดอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวประมาณว่าเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องโลกร้อนเสียเท่าไหร่
ทำให้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมากรวมถึงในตลาดหุ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงและเบนเข็มออกไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่กำลังได้รับความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น AI, Data Center, Nuclear Energy รวมถึงแร่ธาตุหายาก และอื่นๆ
อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนและโอกาสนั้นย่อมเป็นของนักลงทุนส่วนน้อยเสมอ
เราลองมาพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้กัน...
  • การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในระดับสาธารณูโภคของสหรัฐฯ (2000-2025)
ที่มา eia.gov
จากแหล่งข้อมูลเราพบว่า ตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2000 สหรัฐฯ นั้นพยายามลดการพึ่งพาพลังงานแบบดั้งเดิมมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสาธารณูโภค
จากภาพจะเห็นว่าในบรรดาพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ กว่าครึ่งหนึ่งนั้นมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์
นี่คือเหตุผลว่าทำไมนักลงทุนบางส่วนถึงมองว่าสิ่งนี้เป็น “โอกาสทองยุคต่อไป”
นั่นเพราะการเติบโตของกำลังไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์นั้นจะตามมาซึ่ง “ภูเขาขยะพลังงานสะอาด” ที่กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ ด้วยเช่นกัน
โดยทั่วไปแล้วแผงโซลาร์เซลล์มีอายุใช้งานราว ~25–30 ปี หากเราอ้างอิงข้อมูลตามภาพ เราอาจจะคิดได้ว่าน่าจะเริ่มมีแผงโซลาร์เซลล์บางส่วนที่เริ่มหมดอายุการใช้งานและกลายเป็นขยะบ้างแล้ว
และหากเราคิดต่อไปอีกถึงปริมาณแผงโซลาร์เซลล์ที่ช่วงหลังๆ มาก็เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล นั่นแปลว่า “Supply ของของเสีย” น่าจะมากขึ้นอัตโนมัติทุกปีหลังจากนี้
ซึ่งหากเป็นตามนี้จริงมันจะทำให้ตลาดรีไซเคิลแผงโซลาร์ (Solar Panel Recycling) มีโอกาสจะกลายเป็นตลาดพร้อมจะเติบโตสูงในอนาคตทันที
โดยคำถามต่อไปก็คือ แล้วทำไมต้องรีไซเคิล? เราทิ้งมันเหมือนทิ้งขยะทั่วไปไม่ได้หรอ?
หลายคนอาจคิดว่าแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุก็แค่ “ขยะ” ชิ้นหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วมัน ไม่สามารถทิ้งเหมือนขยะทั่วไปได้เลยด้วยหลายเหตุผล
1. เพราะ “ข้างใน” มันมีสารอันตราย
แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้มีแค่กระจกกับซิลิคอน แต่มันยังมี โลหะหนักและสารเคมีพิษ อย่าง แคดเมียม (Cadmium), ตะกั่ว (Lead), เซเลเนียม (Selenium)
สารเหล่านี้ถ้าถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบโดยไม่ได้จัดการอย่างถูกวิธี จะปนเปื้อนน้ำใต้ดินและดิน คล้ายกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ซึ่งมีผลกระทบระยะยาวทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนในพื้นที่
พูดง่ายๆ คือ “มันคือขยะพิษในคราบพลังงานสะอาด” ถ้าเราไม่รีไซเคิลให้ถูกต้อง
2. เพราะข้างในมี “ของมีค่า” ที่หายากและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
รู้หรือไม่ว่า ส่วนใหญ่ของวัสดุในแผงโซลาร์เซลล์หนึ่งแผ่นสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
ซิลิคอนบริสุทธิ์ (High-purity silicon) — ใช้สร้างแผงใหม่ได้เลย
เงิน (Silver) — ใช้ในวงจรไฟฟ้า เป็นโลหะหายากและมีมูลค่าสูง
อะลูมิเนียม, ทองแดง, กระจกคุณภาพสูง — นำกลับไปรีไซเคิลได้โดยตรง
ในมุมเศรษฐกิจนี่คือ “เหมืองวัสดุสะอาด” ที่รอวันถูกปลุกขึ้นมา
หลายบริษัทในสหรัฐฯ และยุโรปเอง ก็เริ่มเห็นคุณค่าตรงนี้ และกำลังสร้างเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูงเพื่อแยกวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่กันแล้ว
3. เพราะถ้าไม่รีไซเคิล ตอนปี 2040 โลกจะมี “ภูเขาขยะโซลาร์”
แผงโซลาร์เซลล์มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 25–30 ปี ซึ่งหมายความว่า แผงที่ติดตั้งในยุคเริ่มต้น (ช่วงปี 2000–2010) จะเริ่มหมดอายุพร้อมกันใน ทศวรรษ 2030–2040 และที่เหลือก็จะตามมาอีกเรื่อยๆ
ถ้าไม่มีระบบรีไซเคิล ประเทศต่างๆ จะต้องรับภาระในการกำจัดขยะเหล่านี้อย่างมหาศาล ซึ่งไม่เพียงทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ยัง “ลบภาพลักษณ์พลังงานสะอาด” ทิ้งไปทันที
แม้ตอนนี้ตลาดรีไซเคิลโซลาร์จะยัง “เล็ก” และ “เงียบ” แต่มันมีทุกองค์ประกอบที่สมเหตุสมผลที่จะกลายเป็น “ยักษ์ใหม่” ของเศรษฐกิจสีเขียว
คำถามสุดท้ายก็คือ แล้วใครหรือบริษัทไหนกันที่จะเป็นคนที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนมันให้กลายเป็นทรัพย์สิน” และกลายเป็นผู้ชนะในตลาดนี้ ซึ่งนักลงทุนต้องไปทำการบ้านต่อกันเอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา