27 ต.ค. เวลา 07:57 • ธุรกิจ

สาระน่ารู้ ! ประเภทของสัญญาจ้างแรงงาน ที่ HR มือใหม่ควรเข้าใจ

การจ้างงาน ไม่ว่าจะในธุรกิจขนาดเล็ก หรือองค์กรขนาดใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ สัญญาจ้างแรงงาน เพราะสัญญาเป็นข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งหากไม่มีการทำสัญญาที่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งใหญ่โตได้ในภายหลัง
โดยในบทความนี้ จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานประเภทต่าง ๆ เพื่อให้ HR ได้เรียนรู้ และจัดทำสัญญาให้ถูกต้อง ทั้งยังป้องกันการเกิดความขัดแย้งในภายหลัง หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
  • สัญญาจ้างรายวัน หรือสัญญาจ้างชั่วคราว
สัญญาจ้างชั่วคราว (Casual Employment) จะเหมาะกับงานที่มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง เช่น งานที่ต้องการแรงงานเฉพาะกิจ สตาฟ หรืองานที่มีระยะเวลาสั้น ๆ ที่จะกำหนดชั่วโมงทำงาน หรือวันทำงานชัดเจน
ซึ่งข้อดีของสัญญาประเภทนี้ คือ นายจ้างสามารถปรับจำนวนแรงงานได้ตามความต้องการ ส่วนลูกจ้างเองก็มีอิสระ ในการเลือกงานได้ตามเองความสะดวก
  • สัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลา
สัญญาจ้างแรงงาน ประเภทมีกำหนดระยะเวลา (Fixed-term Contract) มักระบุชัดเจนว่าจะเริ่มต้น และสิ้นสุดตอนไหน เช่น การจ้างงานเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยจะเหมาะกับงานที่มีระยะเวลาชัดเจน เช่น งานตามฤดูกาล งานโครงการเฉพาะกิจ งานแฟร์ หรือการจ้างแทนพนักงานที่ลาคลอด เป็นต้น
ซึ่งข้อดีของสัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลา คือ จะช่วยให้นายจ้างวางแผนกำลังคนได้ตรงตามความต้องการ และลูกจ้างก็รู้ล่วงหน้าว่างานนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด
  • สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา
สัญญาจ้างงานแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา (Permanent Contract) คือสัญญาจ้างที่พบมากที่สุดในองค์กรทั่วไป เพราะไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดการจ้างงาน ลูกจ้างจะทำงานต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะลาออก หรือถูกเลิกจ้างตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ข้อดี คือ มีความมั่นคงสูง ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน เช่น ประกันสังคม วันลาพักร้อน และค่าชดเชยหากถูกเลิกจ้าง เป็นต้น ส่วนองค์กรก็ได้พนักงานที่ทำงานระยะยาว และมีความผูกพันกับบริษัท
  • สัญญาจ้างงานตามโครงการ
สัญญาจ้างงานตามโครงการ (Project-based Contract) เป็นสัญญาที่บอกว่า ลูกจ้างจะทำงานจนกว่าโครงการใดโครงการหนึ่งจะแล้วเสร็จ เช่น การก่อสร้างอาคาร การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ เป็นต้น
ข้อดีของสัญญาประเภทนี้ คือ การช่วยให้นายจ้างได้บุคลากร ที่มีทักษะเฉพาะทางมาทำงานตรงตามเป้าหมาย โดยไม่ต้องจ้างระยะยาว ส่วนลูกจ้างก็ได้รับค่าตอบแทน ที่เหมาะสมตามทักษะ และข้อตกลงที่คุยกันไว้
  • สัญญาจ้างงานไม่เต็มเวลา
สัญญาจ้างงานแบบไม่เต็มเวลา (Part-time) จะเหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการทำเต็มเวลา เช่น งานพาร์ตไทม์ในร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือธุรกิจบริการต่าง ๆ โดยลูกจ้างจะทำงานเพียงบางวัน หรือบางชั่วโมง และจะได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนเวลาที่ทำจริง
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cloud-ta.com/
โฆษณา