28 ต.ค. เวลา 02:23 • ข่าวรอบโลก

ผู้สืบทอดธุรกิจ ปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่น

นิติการุณย์
มิ่งรุจิราลัย
 
หัวใจของเศรษฐกิจญี่ปุ่นคือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี (ร้อยละ 99 ของธุรกิจทั้งหมด)
1
สร้างการจ้างงานมากกว่าร้อยละ 70 ของแรงงานในประเทศ
แต่ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญวิกฤติการสืบทอดธุรกิจที่รุนแรงที่สุด
เทโคคุ ดาต้าแบงก์ บริษัทญี่ปุ่นที่ก่อตั้งในปี 1900 เป็นศูนย์ข้อมูลธุรกิจและเครดิตรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น รายงานว่า...
ค.ศ.2024 มากกว่าครึ่งของบริษัทญี่ปุ่นหรือร้อยละ 52.1 ยังไม่มีผู้สืบทอดที่แน่นอน
แม้ว่าตัวเลขนี้จะลดลงจากระดับสูงสุด ร้อยละ 66.5 ในค.ศ.2017 แต่ก็ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังลึกในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ปัญหาการไม่มีผู้สืบทอดกิจการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น จัดตั้งศูนย์สนับสนุนการสืบทอดกิจการเมื่อ ค.ศ.2018
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป 7 ปี  ญี่ปุ่นมีศูนย์ฯ กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 100 ศูนย์
ให้คำปรึกษาแก่เจ้าของกิจการเกี่ยวกับการสืบทอด ทั้งในรูปแบบภายในครอบครัว และการขายกิจการให้บุคคลภายนอก
และยังทำหน้าที่จับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อเพื่อให้กิจการดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น
นอกจากนั้น ค.ศ.2018 รัฐบาลญี่ปุ่นยังออกกฎหมายพิเศษ Business Succession Tax Relief
หรือมาตรการบรรเทาภาษีเพื่อการสืบทอดธุรกิจ
ช่วยให้ทายาทที่รับช่วงกิจการสามารถเลื่อนภาษีมรดกออกไปได้ตราบเท่าที่ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง
และยังลดภาระภาษีสูงสุดจากร้อยละ 55 เหลือเพียงร้อยละ 0-8 ในบางกรณี
ในกรณีที่ลูกหลานไม่อยากรับช่วงต่อ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนผู้สืบทอดภายนอก
มีการจัดอบรมในโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อฝึกผู้บริหารมืออาชีพมารับช่วงกิจการที่ขาดทายาท
ทางการญี่ปุ่นจัดตั้งเครือข่ายแพลตฟอร์มควบรวมและซื้อกิจการในระดับภูมิภาค (Regional M&A Platforms) ร่วมกับธนาคารท้องถิ่น
เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการโอนกิจการ รวมทั้งสนับสนุนการจับคู่ระหว่างบริษัทในจังหวัดเดียวกัน
เพื่อลดการสูญเสียกิจการออกนอกพื้นที่
แต่ก่อนง่อนชะไร ญี่ปุ่นเด่นเรื่องความยั่งยืนของธุรกิจครอบครัว และรูปแบบการสืบทอดธุรกิจ
ผู้อ่านท่านคงเคยได้ยินชื่อบริษัท คงโก กุมิ จำกัด เป็นธุรกิจครอบครัวที่สืบทอดยาวนานที่สุดในโลก
ก่อตั้งเมื่อค.ศ.578 หรือเมื่อ 1,447 ปีที่แล้ว
มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครโอซาก้า
ธุรกิจหลักของคงโก กุมิคือการก่อสร้างวัดพุทธและอาคารศักดิ์สิทธิ์
ต่อมา ค.ศ.2006 บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน จึงถูกซื้อโดยทาคามัทสุ คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป
แต่คงโก กุมิ ก็ยังคงดำเนินกิจการภายใต้ชื่อเดิมและยังคงเชี่ยวชาญด้านการบูรณะวัดไม้แบบโบราณ
ด้วยแนวคิดแบบญี่ปุ่นที่ว่า ธุรกิจคือมรดกทางจิตวิญญาณของบรรพบุรุษมากกว่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว
ทำให้กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมและสภาเอสเอ็มอีของญี่ปุ่นเร่งรณรงค์ให้เจ้าของธุรกิจเริ่มวางแผนสืบทอดตั้งแต่อายุ 60 ปี
และออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวยังคงดำรงอยู่ ไม่ล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา
ผู้อ่านท่านผู้เจริญ มากกว่าครึ่งของบริษัทญี่ปุ่น (ร้อยละ 52.1) ยังไม่มีผู้สืบทอดที่แน่นอน
อายุเฉลี่ยผู้บริหารอยู่ที่ 60.7 ปี
และมากกว่าร้อยละ 30 มีอายุเกิน 70 ปี
แถมภาษีมรดกที่จะส่งต่อทายาทมีอัตราสูงสุดถึงร้อยละ 55 ทำให้การส่งต่อกิจการภายในครอบครัวเป็นเรื่องยาก
ลูกหลานมักเลือกทำงานในเมืองใหญ่หรือในสายอาชีพอื่นแทนการสืบทอดกิจการครอบครัวในท้องถิ่น
และเจ้าของกิจการจำนวนมากไม่ได้วางแผนการสืบทอดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
 
ผลที่ตามมาคือบริษัทจำนวนมากต้องปิดกิจการทั้งที่ยังมีกำไร
เรื่องนี้สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศ
จำนวนไม่น้อยถูกซื้อกิจการโดยนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากสหรัฐและยุโรป
ค.ศ.2023 มีดีลการควบรวมและซื้อกิจการเกินขึ้นกว่า 4,000 รายการ ซึ่งกว่าร้อยละ 65 เป็นกรณีที่สืบทอดกิจการไม่ได้
โครงสร้างความเป็นเจ้าของธุรกิจเริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวญี่ปุ่นถือหุ้น เป็นทุนต่างชาติถือหุ้นมากขึ้น
 
แม้จะช่วยต่ออายุธุรกิจ
แต่ญี่ปุ่นกำลังสูญเสียทุนทางวัฒนธรรมทางธุรกิจที่สั่งสมมายาวนานหรือไม่
นี่คือความกังวลในสังคมญี่ปุ่นที่ยังแก้ไม่ตก.
โฆษณา